สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M483_ทีดีอาร์ไอ แย้ง ศธ. การศึกษาเด็กไทยต่ำทุกทักษะ

จับไปที่ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แถลงหลังประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือผลสอบ PISA ล่าสุดปี 2022 พบนักเรียนไทยอายุ 15ปี คะแนนลดลงทุกด้าน ทั้ง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ซึ่งผลประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) พบในส่วนของความสามารถในการอ่านวิเคราะห์และจับใจความของเด็กไทยต่ำมาก และต้องเร่งแก้ไข เรื่องให้เยาวชนไทยหันมาสนใจการอ่าน เป็นสัญญาณเตือนวิกฤตการศึกษา ยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด 

จึงเสนอว่า ควรแยกวิชาการอ่าน ออกจากวิชาภาษาไทย เพื่อเด็กไม่ต้องอ่านเฉพาะเนื้อหาการเรียน แต่สามารถอ่านได้หลากหลายทั้งนิยาย วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เนื่องจากวิชาภาษาไทยมีทั้งการสะกดคำ วรรณยุกต์ และวรรณคดี เพื่อคงสาระสำคัญของหัวใจการเรียน ที่ต้องเริ่มจากการอ่านก่อน 

สอดรับกับความเห็นในส่วนนโยบายและหลักสูตรทางการศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พบว่าปัจจุบันไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 15 ปีแล้ว เพื่อพัฒนาแนวทางการศึกษาไทยให้ทัดเทียม สิงคโปร์ หรือ ฟินแลนด์ ศธ.ควรยกเครื่องหลักสูตรโดยควรออกแบบระบบอื่น ๆ ให้รองรับหลักสูตรใหม่ เพื่อให้ครูได้สอนสิ่งใหม่ ๆ ทดลองนำไปใช้ และส่งเสริมให้เกิดการคิดขั้นสูง เพื่อให้พร้อมนำไปใช้มากขึ้น 

“โดยเฉพาะ หลักสูตรปัจจุบันพบว่า ไม่น่าจะทำให้เกิดสมรรถนะได้ เพราะเน้นความรู้เป็นหลัก โดยทีดีอาร์ไอ พบว่า ตัวชี้วัดกว่า 88% ยังวัดแค่ความรู้เป็นหลัก มีแค่ 4% ที่เป็นการส่งเสริมรอบด้าน เพราะที่ผ่านมามีการปรับเล็กแค่ปรับเป็นรายวิชา แต่โครงสร้างโดยรวมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และยังมีการสอนในรูปแบบเดิม ๆ” นายสมเกียรติ กล่าว 

ในลักษณะดังกล่าว สะท้อนว่าหลังจากเด็กเรียนครบทั้งหลักสูตร รัฐมีความคาดหวังว่าเด็กทำอะไรได้ แต่ทีดีอาร์ไอมองว่า หลักสูตรมีความสำคัญในการพัฒนา อีกทั้งรัฐยังใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ หากดูในแง่ของการใช้ทรัพยากร และเงินลงทุน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยลงทุนด้านการศึกษาสูง ในระดับต้น ๆ ของโลก เมื่อเทียบกับประเทศที่มีรายได้ใกล้เคียงกัน 

ดังนั้นจะเห็นว่า ไทยใช้เงินลงทุนมาก แต่ผลลัพธ์ไม่น่าพอใจ “แสดงว่าเงินไม่ใช่ปัญหาของไทย แต่อาจะเป็นเพราะเราใช้เงินไม่ตรงจุด ใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ” “งบประมาณโดยส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นเงินเดือน สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาระบบหลักสูตร การเรียนการสอน พัฒนาครูผู้สอน ครูไม่ต้องทำงานธุรการ หรือ อย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนและการพัฒนาเด็ก 

สำหรับบทบาทของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา มักดำรงตำแหน่งไม่นานทั้งที่ควรมีความเข้าใจในระบบการศึกษา อาจไม่จำเป็นต้องเคยผ่านงานสอนหรือเป็นครูมาก่อนก็ได้ ไม่เช่นนั้นคงจะมองแต่ภาพการบริหารใหญ่ 

ด้าน นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ผลการศึกษาพบสาเหตุการผลประเมิน PISA ของไทย ลดลงต่อเนื่อง เกิดจากปัญหาด้านระบบการศึกษาที่อ่อนแอ ไม่ได้เกิดจากผลพวงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แม้จะส่งผลให้โรงเรียนส่วนใหญ่ถึง ร้อยละ 60 ต้องปิดชั่วคราวไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้คะแนนของเด็กไทยลดลง 

เมื่อเปรียบเทียบคะแนน PISA ของเด็กไทยกับกลุ่มประเทศ OECD ตั้งแต่ ปี 2012-2022 พบว่า คะแนนเป็นเหมือนกันทั่วโลก ที่เฉลี่ยมีคะแนนลดลงทุกด้านต่อเนื่อง ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ 

ส่วนสมรรถนะหรือความสามารถในการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า เด็กส่วนใหญ่มีความรู้ แต่ความรู้ที่ได้นั้นเป็นเชิงท่องจำ ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการคิดขั้นสูงเพื่อพร้อมนำไปใช้มากขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบ คะแนน PISA ระหว่างเด็กรวย-จน พบว่า ผลคะแนนไม่แตกต่าง ทั้งนี้เป็นเพราะคะแนนไม่ได้สูงขึ้น แต่พบการนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ เด็กรวยทำได้ดีกว่า 

อีกทั้ง จากการศึกษายังพบว่า ระบบการศึกษาอ่อนแอเกิดจาก การลงทุน-เงิน-เวลา เนื่องจากการเปรียบเทียบของรายได้ เงินเดือนของครู หรือการพัฒนาการศึกษาของครูไทยกับครูต่างประเทศ พบว่าในต่างประเทศมีความสนใจ ในการพัฒนาระบบการศึกษา และวิชาชีพครู ทั้งเงินเดือน และโอกาสทางการศึกษาต่อ 

โดยเฉพาะสิงคโปร์ มีการปรับหลักสูตรการสอน ทุก 6 เดือน และมีการตรวจสอบค่าตอบแทนครูกับวิชาชีพอื่นอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกัน ประเทศฟินแลนด์ มีการปรับหลักสูตรการสอนทุก 10 ปี และครูต้องจบปริญญาโท  

นักวิจัยจากสถาบันทีดีอาร์ไอ ยังกล่าวอีกว่า ควรมีการปรับแก้ระบบการศึกษา 3 ระยะ คือ 

·      ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนของครู เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่พัฒนาการเรียนการสอนอย่างเดียว

·      รัฐบาลควรปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี และ

·      ควรควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเพิ่มจำนวนครู ให้สามารถสอนในวิชาต่างๆได้ครบ 

ทีดีอาร์ไอ ชี้ระบบการศึกษาไทยอ่อนแอ เหตุคะแนน PISA เด็กไทยต่ำ ไม่ใด้เกิดจากผลแพร่ระบาดโควิด-19 โดยตรง พบปม 15 ปี ไม่เคยปรับหลักสูตรการเรียน ยังมีการสอนในรูปแบบเดิม ๆ ไม่น่าจะทำให้เกิดสมรรถนะได้เพราะเน้นความรู้เป็นหลัก ส่วนความสามารถในการอ่านวิเคราะห์และจับใจความต่ำมาก เนื่องจากเน้นท่องจำ ประยุกต์ใช้ความรู้ไม่ได้ วิเคราะห์ไม่เป็น 

ที่มา ; EDUNEWSSIAM 17 December 2023 

สรุปสาระสำคัญ 

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ แถลงผลประเมิน PISA 2022 พบว่านักเรียนไทยอายุ 15 ปีมีคะแนนลดลงทุกด้าน ทั้งการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สอดคล้องกับผล สทศ. ที่ชี้ว่าความสามารถอ่านวิเคราะห์ต่ำมาก เป็นสัญญาณวิกฤตการศึกษาที่แก้ไม่ถูกจุด จึงเสนอให้ “แยกวิชาการอ่านออกจากวิชาภาษาไทย” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กอ่านหลากหลาย ไม่ถูกจำกัดด้วยภาระเนื้อหาวิชาภาษาไทยเดิม และถือเป็นหัวใจของการเรียนรู้

ทีดีอาร์ไอชี้ว่าไทยไม่ปรับหลักสูตรมานานกว่า 15 ปี ทำให้ระบบไม่พัฒนา ตัวชี้วัดกว่า 88% วัดเพียงความรู้จึงไม่ก่อสมรรถนะ อีกทั้งรัฐลงทุนด้านการศึกษาสูงแต่ผลลัพธ์ต่ำ เพราะใช้เงินไม่ตรงจุด เน้นเงินเดือนมากกว่า ระบบหลักสูตร การสอน และพัฒนาครู

ผลวิจัยยังระบุว่าเด็กไทยมีความรู้เชิงท่องจำ แต่ไม่สามารถประยุกต์ใช้คิดขั้นสูง โดยเด็กรวยประยุกต์ใช้ได้ดีกว่าแม้ผลคะแนนรวมใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับประเทศชั้นนำอย่างสิงคโปร์และฟินแลนด์ พบว่ามีการปรับหลักสูตรสม่ำเสมอและให้ความสำคัญกับคุณภาพครูในระดับสูง 

ทีดีอาร์ไอเสนอแก้ระบบ 3 ระยะ ได้แก่ ลดงานธุรการครู ปรับหลักสูตรภายใน 3 ปี และควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเพิ่มคุณภาพการสอน 

ข้อสอบ

1. จากข้อเสนอของทีดีอาร์ไอ เหตุผลสำคัญที่สุดที่ควร “แยกวิชาการอ่านออกจากภาษาไทย” คืออะไร? 

ก. ลดภาระงานครูผู้สอนภาษาไทย
ข. เปิดโอกาสให้เด็กอ่านหลากหลายเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์
ค. ให้เด็กมีเวลาเตรียมตัวสอบมากขึ้น
ง. ลดต้นทุนหนังสือเรียนและเนื้อหาการสอน

2. ข้อใด “สอดคล้องที่สุด” กับสาเหตุที่คะแนน PISA ไทยลดลงตามมุมมองของทีดีอาร์ไอ?

ก. โรงเรียนปิดชั่วคราวช่วงโควิด-19 ยาวนาน
ข. ระบบการศึกษาที่อ่อนแอและหลักสูตรล้าหลัง ไม่ปรับมา 15 ปี
ค. การลงทุนด้านการศึกษาของรัฐน้อยกว่าประเทศอื่น
ง. ครูขาดทักษะด้านเทคโนโลยี

3. หากคุณเป็นผู้บริหาร ศธ. และต้องตัดสินใจใช้งบประมาณจำกัด ข้อใดตอบโจทย์ “ใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ” ตามบทวิเคราะห์?

ก. เพิ่มเงินเดือนครูทุกระดับให้เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว
ข. ทุ่มงบพัฒนาหลักสูตร การสอน และระบบประเมินสมรรถนะ
ค. จัดซื้อเทคโนโลยีใหม่ให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ
ง. เพิ่มจำนวนการสอบวัดผลระดับชาติทุกปี

4. การพบว่าคะแนน PISA เด็กยากจน–ร่ำรวยไม่ต่างกัน แต่เด็กรวยประยุกต์ใช้ความรู้ได้ดีกว่า สะท้อนปัญหาใดมากที่สุด?

ก. ระบบการสอบของไทยไม่เที่ยงตรง
ข. การสอนเน้นความรู้มากเกินไป ไม่สร้างทักษะคิดขั้นสูง
ค. เด็กยากจนมีภาระงานมากกว่าจึงอ่านน้อย
ง. โรงเรียนในเมืองได้รับงบมากกว่าโรงเรียนชนบท

5. หากโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากขาดครูครบชั้น ตามข้อเสนอของทีดีอาร์ไอ มาตรการใด “เหมาะสมที่สุด” เพื่อเพิ่มคุณภาพการสอน? 

ก. เพิ่มโควตาบรรจุครูใหม่ให้ทุกโรงเรียนขนาดเล็ก
ข. ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อลดการกระจายตัวของครู
ค. ให้โรงเรียนระดมทุนจ้างครูเอง
ง. จัดอบรมออนไลน์ให้ครูที่มีอยู่ในพื้นที่

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น