
เมื่อเร็วๆ นี้ “โครงการมหาวิทยาลัยดิจิทัล” ภายใต้สถาบันคลังสมองของชาติ จัดการเสวนาออนไลน์ Digital University: enabling the smart society ประเด็น “แผนที่นำทางเชิงกลยุทธ์ระดับชาติ ก้าวสู่ปีงบประมาณใหม่และทิศทางที่ก้าวไปในปี 2023” เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่และการเปลี่ยนแปลงของโลก ปรับตัวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลที่มีความเข้มแข็งทั้งภายในและภายนอกโดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ตั้งหลักรับมือ VUCA World
ดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี ผู้ดูแลโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเข้าสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล เผยว่า มหาวิทยาลัยต้องตั้งหลักให้พร้อมรับกลยุทธ์ใหม่และเกณฑ์ประเมินเกณฑ์คุณภาพต่างๆ จึงต้องทำความรู้จักกับ “พิมพ์เขียวองค์กร” เพื่อรับมือกับโลกของ VUCA เผชิญกับความผันผวน ความท้าทายใหม่ และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งพิมพ์เขียวนี้เป็นแผนผังแสดงหน่วยองค์ประกอบความสามารถต่างๆ ขององค์กร ที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นภาพขององค์กรตรงกันสู่การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีเอกภาพในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน ซึ่งในยุควิกฤตมหาวิทยาลัยมีข้อจำกัดหลายอย่างและอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก จึงต้องมีข้อมูลที่ใช้งานร่วมกัน เช่น การบริการหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนเราต้องมีโรดแมปมุ่งสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล โดยมีเครื่องมือกำหนดระยะความสำเร็จจากระยะเริ่มต้นหรือทดลองทำ ไปสู่การทำให้มีมาตรฐานและสามารถขจัดความซ้ำซ้อน เชื่อมโยงการทำงานอย่างไร้ร้อยต่อ สู่ระบบที่สามารถต่อยอดบริการได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงงานและเงินอย่างมีคุณภาพ”
เปิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เช่นเดียวกับ ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ระบุว่ามหาวิทยาลัยมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ มหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงและได้ประโยชน์ ทำให้คนที่เคยหลุดจากระบบมีโอกาสได้เรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยไทยต้องตื่นรับต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ตลอดจนการจัดการภาครัฐและเครือข่ายประชาคมที่มีความเข้มแข็ง
“สำคัญที่สุดคือทำให้เกิดการปฏิบัติและตรวจสอบว่าเกิดการพัฒนาประเทศได้อย่างไร มหาวิทยาลัยไทยต้องเป็นฟันเฟืองที่จะผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีทักษะสูง ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลจะช่วยขับเคลื่อนประเทศผ่านนโยบายและพื้นที่ของประเทศเพื่อเป็นแหล่งเศรษฐกิจและสังคมที่ตอบโจทย์ท้าทายของประเทศ”
“Enablers” ตัวชี้วัดใหม่
ด้านนายสมพร จิตเป็นธม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงตัวชี้วัดใหม่ “Enablers” ที่จะทำให้องค์กรก้าวหน้า มีความพร้อม และเป็นวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกัน โดยหน่วยงานต้องเริ่มทำตั้งแต่วางแผน กำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและบริบทที่เปลี่ยนไปโดยบูรณาการงานในเชิงวัตถุประสงค์
“โอกาสและความท้าทายของมหาวิทยาลัยดิจิทัลในปีหน้าสามารถจัดหมวดของสิ่งที่ต้องทำได้ 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1) ทำให้เกิดความยั่งยืนโดยเริ่มตั้งแต่วางแผนยุทธศาสตร์ที่ดีและสามารถปรับเปลี่ยนได้ การวัดประสิทธิภาพที่ดี มีมูลค่า-วัฒนธรรมองค์กรที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง มีความต่อเนื่องทางธุรกิจและพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อน
2) การจัดการความรู้และนวัตกรรมที่ตอบสนองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3) การปรับตัวและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างคนให้พร้อมรองรับโลกดิจิทัลและพร้อมก้าวเดินให้ทันสถานการณ์ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ควรเป็นพันธมิตรในการถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อก้าวข้าม VUCA World ไปด้วยกัน”
ปรับตัวก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล
ขณะที่ รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัวให้สอดรับกับการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ สร้างความคุ้นชินให้กับประชาชน เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็วและเชื่อมโยง ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่ารัฐบาลและภาครัฐพยายามผลักดันแอปพลิเคชันต่างๆ และใช้ข้อมูลร่วมกัน จึงต้องมีความเชื่อมโยงหลายระดับ ข้ามหน่วยงานจนถึงระดับประเทศและระดับโลก จึงจะต้องพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ การเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ไปสู่ชุมชนจึงเป็นโจทย์สำคัญของมหาวิทยาลัยไทยที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาค เป็นโอกาสดีที่จะใช้ข้อได้เปรียบนี้ในการขับเคลื่อนสังคมโดยใช้เครื่องมือดิจิทัล
“มหาวิทยาลัยไทยยังมีโอกาสอีกมากที่จะพัฒนาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล โดยสถาบันคลังสมองจะสนับสนุนเครื่องมือและแนวคิดเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อน ใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือบริหารจัดการที่แม่นยำ ทำระบบที่สามารถดึงข้อมูลมาใช้บริหารจัดการได้ทันเวลา สร้างคนที่มีคุณภาพและติดอาวุธทางปัญญาให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกดิจิทัล ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะต้องมีข้อมูลต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเพื่อการวางแผนอย่างบูรณาการ สามารถเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนและโลกได้”
สร้างองค์ความรู้ด้วย ววน.
ปิดท้ายที่ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเป็นประชาคมที่สำคัญของโลกปัจจุบันและโลกอนาคต เป็นแหล่งสำคัญของการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นบุคลากรสำคัญของประเทศ รวมถึงสร้างองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาประเทศและบ่มเพาะการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีชุดข้อมูลความรู้ที่น่าเชื่อถือและถ่ายทอดแก่ประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ เกิดสังคมของความรู้และเป็นที่พึ่งของสังคมไทย
“สกสว.พยายามหารือกับเอกชนถึงภาพอนาคต และการพัฒนาเชิงพื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ บนฐานของ BCG โดยมีระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหา มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญมากในการเป็นข้อต่อและฟันเฟืองที่จะสร้างความรู้ สามารถบริหารจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาให้เป็นชุดความรู้ที่จะเป็นจุดสำคัญในการเผยแพร่กับหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน นอกจากนี้การลงทุนด้าน ววน. ยังสามารถเชื่อมต่อกันด้วยข้อมูลและชุดความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยและคลัสเตอร์ต่างๆ รวมทั้งอยากเห็นการประเมินตนเองของมหาวิทยาลัยว่าใช้ทรัพยากรอย่างไร กระจายความรู้แก่ใครและพื้นที่ใดบ้าง โดยมี สกสว.เป็นผู้หนุนเสริมให้มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนประเทศอย่างก้าวกระโดด”
ที่มา ; SALIKA
การเสวนา “Digital University: enabling the smart society” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลเพื่อรองรับโลกยุค VUCA ที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ โดยเน้นการวาง “พิมพ์เขียวองค์กร” เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรเห็นภาพร่วมกันในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และเชื่อมโยงการทำงานอย่างไร้รอยต่อผ่านโรดแมปการพัฒนา
มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสทางการศึกษาให้ทุกกลุ่ม พร้อมใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและบริการสาธารณะ โดยทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการผลิตกำลังคนทักษะสูงเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
แนวคิด “Enablers” ถูกเสนอเป็นตัวชี้วัดใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพองค์กร ครอบคลุมการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดการความรู้ นวัตกรรม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยืดหยุ่น โดยเน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยไทยต้องเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระดับ ตั้งแต่ชุมชน ประเทศ ไปจนถึงโลก พร้อมใช้ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) และแนวคิด BCG เพื่อสร้างองค์ความรู้ สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นฐานเศรษฐกิจสังคมดิจิทัลในอนาคต
แนวคิดสำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัยดิจิทัลตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนอาจารย์ผู้สอน
ข. ขยายอาคารเรียนและสิ่งก่อสร้าง
ค. ปรับตัวสู่โลก VUCA และใช้ดิจิทัลเป็นฐานการบริหาร
ง. ลดหลักสูตรที่ไม่เป็นที่นิยม
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการปรับตัวต่อ VUCA และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานการพัฒนาองค์กร
“พิมพ์เขียวองค์กร” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มงบประมาณมหาวิทยาลัย
ข. แสดงโครงสร้างองค์กรอย่างชัดเจนเพื่อบริหารเชิงระบบ
ค. ลดจำนวนบุคลากร
ง. จัดอันดับมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เพื่อให้เห็นภาพรวมองค์กร ลดความซ้ำซ้อน และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
VUCA World หมายถึงข้อใด
ก. โลกที่มีเสถียรภาพสูง
ข. โลกที่มีความเรียบง่าย
ค. โลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน คลุมเครือ
ง. โลกที่เน้นเทคโนโลยีเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: VUCA คือ Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity
แนวคิด “Enablers” เน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มรายวิชาใหม่
ข. การเป็นตัวชี้วัดความพร้อมและศักยภาพองค์กร
ค. การลดงบประมาณ
ง. การจัดอันดับคะแนนนักศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: Enablers คือปัจจัยสนับสนุนความพร้อมและความสามารถขององค์กร
บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในยุคดิจิทัลคือข้อใด
ก. ผลิตบัณฑิตเท่านั้น
ข. เป็นแหล่งผลิตกำลังคนและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ
ค. ทำงานเฉพาะด้านการวิจัย
ง. เน้นการแข่งขันเชิงพาณิชย์
เฉลย: ข
เหตุผล: มหาวิทยาลัยเป็นกลไกพัฒนาคนและประเทศผ่านองค์ความรู้
ข้อใดเป็นเป้าหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ก. เรียนเฉพาะในระบบโรงเรียน
ข. ให้โอกาสผู้หลุดจากระบบการศึกษาได้เรียนรู้ต่อเนื่อง
ค. จำกัดการเรียนรู้เฉพาะวัยเด็ก
ง. ลดจำนวนผู้เรียนมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นโอกาสการเรียนรู้ต่อเนื่องสำหรับทุกช่วงวัย
การจัดการความรู้และนวัตกรรมมีความสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มภาระงาน
ข. ตอบสนองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพัฒนาองค์กร
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. จำกัดการเข้าถึงข้อมูล
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นส่วนหนึ่งของ Enablers เพื่อพัฒนาองค์กรและตอบโจทย์ผู้เกี่ยวข้อง
BCG ในบทความเกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. ระบบการสอบ
ข. เศรษฐกิจชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว
ค. ระบบการจัดการนักศึกษา
ง. โครงสร้างอาคาร
เฉลย: ข
เหตุผล: BCG คือ Bio-Circular-Green Economy
สิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยดิจิทัลคือข้อใด
ก. การเพิ่มค่าเทอม
ข. การเชื่อมโยงข้อมูลและความร่วมมือทุกภาคส่วน
ค. การลดจำนวนหลักสูตร
ง. การแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือ
ระบบ ววน. มีบทบาทอย่างไร
ก. จัดสอบนักศึกษา
ข. สนับสนุนการวิจัยและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ
ค. ควบคุมงบประมาณโรงเรียน
ง. จัดอันดับครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ใช้พัฒนาประเทศผ่านองค์ความรู้