สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ถอดบทเรียนการศึกษาสิงคโปร์ สอนให้มองเป้าหมาย

ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ ถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก แต่การที่นักเรียนไทยจะสอบเข้าโรงเรียนของรัฐบาลสิงคโปร์ได้นั้นเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะด่านแรกที่นักเรียนจะต้องผ่านคือการสอบ AEIS (admissions exercise for international students) ซึ่งเป็นข้อสอบสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไม่ใช่คนสิงคโปร์

จึงนับเป็นประตูสำคัญในการไปหาประสบการณ์การศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูประวัตินักเรียนไทยที่เคยไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ ป.4 และจบ sec 4 (O-level) โดยในระดับการศึกษา sec 1-3 มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของชั้นติดต่อกัน 3 ปีซ้อน กลับเป็นนักเรียนหญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อ “ศุภนุช ชือรัตนกุล” หรือ “ครูเบล” ในปัจจุบัน

ศุภนุชเล่าย้อนให้ฟังถึงประวัติสมัยเริ่มไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ว่า ความสำเร็จของเบลในวันนั้นมาจากครอบครัวก็คือ คุณแม่ ซึ่งท่านเป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ที่ดี และกล้าตัดสินใจ ถ้ารู้ว่าอะไรดีจะพุ่งไปที่เป้าหมายนั้น เพื่อวางเส้นทางให้ลูก ๆโดยพี่ชายของเบลเป็นคนแรกที่ไปสิงคโปร์ตั้งแต่เด็ก ตอนเดินทางไปใหม่ ๆแม่บอกเพียงแค่ว่าจะพาพวกเราไปเที่ยว และสั่งให้ทุกคนเก็บของ

แต่พอไปถึงสิงคโปร์เท่านั้น แม่พาไปดูบ้าน (host family) ที่จะให้พี่ชายไปพักอยู่ แม่ของเบลใช้อุบายให้พี่ชายไปเล่นสระว่ายน้ำ สักพักแม่ก็บอกว่าให้อยู่ที่บ้านนี้นะ จากนั้นแม่ก็กลับกรุงเทพฯทันที แบบที่พี่ชายเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว ส่วนคนที่สองคือตัวเบลเอง ซึ่งก่อนที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ เบลรู้อยู่ในใจแล้วว่าแม่ต้องการให้อยู่สิงคโปร์เช่นเดียวกับพี่ชาย เพียงแค่อยู่กันคนละโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งในช่วงแรกที่เบลไปอยู่บอกได้เลยว่าฟังภาษาอังกฤษไม่ออก และพูดไม่ได้เลย ทำให้น้ำหนักลดลงไปถึง 13 กิโลกรัม

แต่ไม่นานภายใน 3 เดือน ก็เริ่มพูดได้เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ไปอยู่ เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่ทุกคนต้องพูดภาษาอังกฤษ เราจึงต้องปรับตัว และอยู่กับมันให้ได้ เบลเริ่มเรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 11-17 ปี คือแรกเริ่มเข้าตั้งแต่ ป.4และจบ sec 4 (O-level) โดยในระดับการศึกษา sec 1-3 มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของชั้นติดต่อกัน 3 ปีซ้อน และได้กลับมาศึกษาต่อในระดับปริญาตรี Mahidol University International College (MUIC) สาขาวิชาชีววิทยา โดยมีผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้รับทุนรัฐบาลไทยให้ศึกษาต่อปริญญาโทที่สถาบัน Asian Institute of Technology (AIT) นอกจากผลงานด้านการศึกษาแล้ว ช่วงที่กำลังเรียนอยู่มีความสนใจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยจึงสมัครและรับทุนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศถึง 9 ประเทศ ยังได้ร่วมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย

ศุภนุชเล่าให้ฟังต่อว่า สำหรับในยุค new normal ซึ่งเกิดขึ้นมาจากภาวะวิกฤตการระบาดของโควิด-19ส่งผลให้โรงเรียนต้องเลื่อนการเปิดเทอม เด็กนักเรียน และผู้ปกครองเองก็ต้องมีการปรับตัว โดยในมุมมองของเบลมองว่า อารมณ์ของเด็ก ๆ ตอนนี้อยากไปโรงเรียนมาก เพราะจะได้เจอเพื่อน ๆได้เรียนหนังสือ ในขณะที่ผู้ปกครองเองก็เริ่มรับมือไม่ไหวที่จะต้องเฝ้าเด็กในช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็กที่มักจะอยู่ไม่นิ่ง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับการเรียนแบบตัวต่อตัวจะช่วยให้เด็กมีสมาธิ และจดจ่อกับการเรียนมากกว่า แต่สำหรับการเรียนออนไลน์ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่เด็ก ๆ ในต่างจังหวัด ได้เข้าถึงเนื้อหาเท่าเทียมกับเด็กในกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ ๆ ทำให้เด็กสามารถเรียนกับครูดัง ๆ ได้ ซึ่งที่สิงคโปร์ได้ทำการเรียนออนไลน์แล้วสามารถประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนได้มากขึ้น

แต่ของประเทศไทยมีอุปสรรคสำคัญ คือ ความไม่พร้อมในเรื่องเทคโนโลยี เด็กต้องมีอุปกรณ์ที่ดีสามารถรองรับการเรียนออนไลน์ได้ และก็ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยิ่งถ้าเป็นในพื้นที่ห่างไกล การเข้าถึงยิ่งยากลำบากกว่า

สำหรับในมุมมองของผู้ปกครองเองต่างก็ต้องคำนึงความปลอดภัยของบุตร-หลานด้วยเป็นหลัก โรงเรียนหรือสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ต้องเตรียมมาตรการการป้องกันไว้อย่างดี ผู้ปกครองบางท่านเลือกที่จะรอให้การระบาดของโควิด-19 ผ่านพ้นไปก่อนค่อยส่งบุตร-หลานไปเรียน การเรียนออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ แต่หากมีความกังวลว่าการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ไม่มีความเข้มข้นเท่าการไปโรงเรียน ทางเบลเองก็มีวิธีแก้คือปรับที่คอนเทนต์ ถ้าเด็กเรียนแล้วไม่สนุก หรือรู้สึกว่าเด็กไม่จดจ่อกับการเรียน ครูก็ต้องปรับคอนเทนต์เป็นรูปแบบอื่น เช่น วิดีโอ หรือการ์ตูน เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ และสามารถนั่งเรียนต่อเป็นชั่วโมงได้

เบลจะบอก และสอนน้อง ๆ เสมอ โดยเฉพาะคนที่อยากไปเข้าเรียนที่สิงคโปร์ คือ ต้องกล้าตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ เพราะที่นั่งที่กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้จัดให้กับเด็กต่างชาตินั้นมีน้อย สิงคโปร์จะใช้วิธีให้เด็กจากทั่วโลกมารวมกันแล้วสอบแข่งขันเพื่อคัดนักเรียนท็อป 10 แต่ก็ยังมีเด็ก ๆ อยากไป เพราะระบบการศึกษาของสิงคโปร์ถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยการเรียนการสอนที่เป็นระบบ ไม่เน้นท่องจำ แต่เน้นการเข้าใจ เน้นแอปพลิเคชั่นให้เด็กเข้าใจ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก ทั้งยังมีความปลอดภัย สุดท้ายอยากจะบอกว่าการที่เด็กจะเก่ง หรือไม่เก่ง ต้องดูที่เด็กคนนั้นมีเป้าหมายไหม เบลจะเน้นย้ำสอนการตั้งเป้า และส่งเสริมให้เด็กลงมือทำด้วยตัวเอง

อันเป็นคำตอบของ ศุภนุชหรือ ครูเบลในวันนี้

ในวันที่กำลังเป็นติวเตอร์อิสระเพื่อสอนนักเรียนไทยให้ไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์ 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ  3 กรกฎาคม 2563 

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงระบบการศึกษาของสิงคโปร์ซึ่งได้รับการยอมรับระดับโลก และการสอบ AEIS เป็นด่านสำคัญสำหรับนักเรียนต่างชาติในการเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ มีการเล่าเรื่องของศุภนุช ชือรัตนกุล หรือครูเบล ที่เริ่มไปเรียนตั้งแต่อายุ 11 ปี และต้องปรับตัวอย่างหนักในช่วงแรก ทั้งด้านภาษาอังกฤษและการใช้ชีวิตจนมีปัญหาน้ำหนักลด แต่สามารถพัฒนาทักษะจนประสบความสำเร็จด้านการเรียน มีผลการเรียนอันดับหนึ่งต่อเนื่อง และได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยและปริญญาโท รวมทั้งมีประสบการณ์แลกเปลี่ยนหลายประเทศ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงมุมมองต่อการเรียนออนไลน์ในยุคโควิด-19 ทั้งข้อดีเรื่องการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของผู้เรียนในประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางการปรับการสอนให้เหมาะสม เช่น การใช้สื่อวิดีโอหรือการ์ตูนเพื่อเพิ่มความสนใจของผู้เรียน สุดท้ายเน้นแนวคิดสำคัญเรื่องการตั้งเป้าหมาย การปรับตัว และการลงมือทำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จทางการศึกษา เน้น การ เรียนรู้ ตลอด ชีวิต อย่าง ต่อเนื่อง จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

AEIS ในบทความมีบทบาทสำคัญอย่างไร?
ก. เป็นการสอบคัดเลือกครูในสิงคโปร์
ข. เป็นด่านแรกของนักเรียนต่างชาติในการเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์
ค. เป็นการสอบวัดผลปลายภาคของนักเรียนสิงคโปร์
ง. เป็นระบบทุนการศึกษาของรัฐบาล

เฉลย: ข
เหตุผล: AEIS ใช้คัดเลือกนักเรียนต่างชาติเข้าสู่ระบบโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์โดยตรง

 

ข้อ 2

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ครูเบล” ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาในช่วงแรกคืออะไร?
ก. ความสามารถด้านภาษาอังกฤษตั้งแต่ต้น
ข. การสนับสนุนจากโรงเรียนสิงคโปร์
ค. วิสัยทัศน์และการตัดสินใจของครอบครัว
ง. ความสามารถส่วนตัวล้วน ๆ

เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบครัวโดยเฉพาะแม่มีบทบาทสำคัญในการวางเส้นทางการศึกษา

 

ข้อ 3

ปัญหาสำคัญช่วงแรกที่ครูเบลเผชิญคืออะไร?
ก. ปัญหาการเงิน
ข. ปัญหาการปรับตัวด้านภาษาและน้ำหนักลด
ค. ปัญหาการสอบตก
ง. ปัญหาการย้ายโรงเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษและมีผลกระทบด้านสุขภาพจากการปรับตัว

 

ข้อ 4

ผลลัพธ์ด้านการเรียนของครูเบลในสิงคโปร์คือข้อใด?
ก. อยู่ระดับกลางของชั้นเรียน
ข. สอบผ่านแบบเฉียดฉิว
ค. ได้อันดับ 1 ต่อเนื่อง 3 ปี
ง. ไม่ผ่านระดับ Sec 3

เฉลย: ค
เหตุผล: มีผลการเรียนอันดับหนึ่งต่อเนื่องในช่วง Sec 1–3

 

ข้อ 5

ข้อดีของการเรียนออนไลน์ตามบทความคือข้อใด?
ก. ลดค่าใช้จ่ายทุกด้าน
ข. เพิ่มความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา
ค. ทำให้ไม่ต้องมีครู
ง. ลดเวลาการเรียนทั้งหมด

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เรียนต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้เท่าเทียม

 

ข้อ 6

ข้อจำกัดสำคัญของการเรียนออนไลน์ในประเทศไทยคืออะไร?
ก. ขาดครูผู้สอน
ข. ขาดความสนใจของผู้ปกครอง
ค. ความไม่พร้อมด้านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต
ง. หลักสูตรไม่ทันสมัย

เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และค่าใช้จ่าย

 

ข้อ 7

แนวทางแก้ปัญหาการเรียนออนไลน์ที่ครูเบลเสนอคืออะไร?
ก. เพิ่มเวลาเรียน
ข. ใช้ข้อสอบยากขึ้น
ค. ใช้สื่อวิดีโอหรือการ์ตูนเพิ่มความสนใจ
ง. ลดจำนวนวิชาเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: ปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้ดึงดูดผู้เรียน

 

ข้อ 8

แนวคิดการศึกษาของสิงคโปร์เน้นอะไรเป็นหลัก?
ก. การท่องจำ
ข. การแข่งขันสูงสุด
ค. ความเข้าใจและการประยุกต์ใช้
ง. การสอบอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นเข้าใจและนำไปใช้จริงในชีวิต

 

ข้อ 9

ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จตามบทความคืออะไร?
ก. โชค
ข. ทรัพยากรโรงเรียน
ค. การตั้งเป้าหมายและลงมือทำ
ง. คะแนนสอบเพียงอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นเป้าหมาย การปรับตัว และการลงมือทำ

 

ข้อ 10

บทเรียนสำคัญเชิงนโยบายสำหรับการศึกษาคืออะไร?
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการท่องจำ
ค. ส่งเสริมเทคโนโลยีและความเท่าเทียมทางการศึกษา
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์

เฉลย: ค
เหตุผล: สะท้อนความสำคัญของเทคโนโลยีและการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

 
 

ความเห็นของผู้ชม