สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คนรุ่นใหม่จีนแห่สอบราชการแม้ได้เงินเดือนไตรมาสละครั้ง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานวันนี้ (30 ธ.ค.) ว่า คนรุ่นใหม่ชาวจีนจำนวน 3.4 ล้านคนเข้าสอบราชการในปีนี้ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด โดยถูกดึงดูดด้วยความมั่นคงในอาชีพตลอดชีวิตและสวัสดิการต่างๆ รวมถึงที่พักอาศัยราคาถูก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาในภาคเอกชนและอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวที่ยังคงอยู่ในระดับสูง 

โดยจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นกว่า 400,000 คนจากปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2014 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการความมั่นคงอย่างมากของคนรุ่นเจนซีที่ผิดหวังกับสภาพเศรษฐกิจ และการขาดแคลนทางเลือกที่น่าดึงดูดในภาคเอกชน แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะประสบปัญหาในการจ่ายเงินเดือนเนื่องจากวิกฤตการคลังก็ตาม 

แคลร์ นักศึกษาปริญญาโทในปักกิ่ง แหล่งข่าวของรอยเตอร์ส เข้าสอบในสนามที่มีการแข่งขันสูงในต้นเดือนธ.ค. โดยเธอใช้เวลาเรียนวันละ 9 ชั่วโมงและจ่ายเงิน 980 หยวน (ราว 4,800 บาท) สำหรับการเรียนติวออนไลน์ เธอระบุว่าเกียรติยศทางสังคมและความมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอสมัครงานเฉพาะในหน่วยงานรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเท่านั้น หลังจากที่เคยเห็นเพื่อนร่วมงานถูกเลิกจ้างระหว่างฝึกงานในบริษัทเทคโนโลยี 

"ฉันแค่อยากสอบผ่านและไม่ต้องกังวลกับอนาคต” หญิงสาววัย 24 ปีกล่าว โดยขอปกปิดนามสกุลด้วยเหตุผลส่วนตัว พร้อมอธิบายเสริมว่า “แม้จะรู้จักข้าราชการที่ไม่ได้รับเงินเดือนมาหลายเดือน ฉันก็ยังสมัครเพราะไม่ได้หวังที่จะมีเงินมากมาย" 

หากเธอสอบผ่าน เธอจะต้องเข้าสัมภาษณ์เพิ่มเติม รวมถึงการตรวจสอบประวัติทางการเมืองและการตรวจร่างกาย โดยคาดว่าจะทราบผลสุดท้ายประมาณเดือนเม.ย. 

บทวิเคราะห์ของรอยเตอร์ส ระบุว่า การเลิกจ้างเกิดขึ้นได้ยากในระบบราชการจีน จนได้รับฉายาว่า "ชามข้าวเหล็ก" แม้ว่าบุคคลอาจถูกไล่ออกได้หากมีการละเมิดทางวินัย 

"ผู้นำปัจจุบันไม่มีความตั้งใจที่จะลดขนาดของพนักงานภาครัฐ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเสถียรภาพของระบอบการปกครอง" อัลเฟรด วู รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าว

ตำแหน่งข้าราชการส่วนใหญ่มีข้อจำกัดอายุที่ 35 ปี และมีสวัสดิการที่พักอาศัยและประกันสังคม ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดหลักสำหรับบัณฑิตที่ผิดหวังกับโอกาสการทำงานในภาคเอกชนที่มีน้อย 

อัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาว แม้จะลดลงเล็กน้อยในเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงสูงเมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนการระบาดของโควิด ในขณะที่เศรษฐกิจจีนพยายามฟื้นตัวท่ามกลางวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและการบริโภคที่อ่อนแอ 

ชาวจีนรุ่นเจนซีจำนวนมาก "รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากและไม่รู้ว่าอะไรมีความหมาย" หลังจากที่ชีวิตมหาวิทยาลัยของพวกเขาถูกกำหนดโดยการระบาดใหญ่และเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาชาวจีนกล่าวโดยขอไม่เปิดเผยชื่อ 

เนื่องจากคนรุ่นปัจจุบันไม่เคยประสบกับการเลิกจ้างครั้งใหญ่ในภาครัฐในช่วงทศวรรษ 90 หลายคนจึงมีมุมมองในอุดมคติต่องานราชการ เขากล่าว โดยสังเกตจากมีมในโซเชียลมีเดียที่สรุปได้อย่างเหมาะสมว่า "การเป็นข้าราชการคือจุดสิ้นสุดของจักรวาล" 

ปัญหาเรื่องค่าตอบแทน

อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์พนักงานภาครัฐ 10 คนใน 4 มณฑลของจีน พบว่ามีการลดโบนัสและเงินเดือนลงถึง 30% ในปีนี้ ทำให้บางคนพิจารณาลาออก ในขณะที่มาตรการจำกัดการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาลท้องถิ่นนำไปสู่การลดจำนวนพนักงานเป็นครั้งคราว 

ข้าราชการบางคนบอกว่าไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนพนักงานของรัฐบาลคนอยู่รอดด้วยเงินเพียงเดือนละ 4,000 หยวน (ราว 18,000 - 20,000 บาท) แม้ต้องเลี้ยงดูครอบครัวและผ่อนชำระเงินกู้ หลายคนขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตอบโต้ 

แม้จะมีปัญหาเหล่านี้ชัดเจน แต่อัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวที่สูงทั่วประเทศได้ผลักดันให้เกิดความต้องการตำแหน่งงานราชการอย่างมาก โดยจำนวนตำแหน่งเพิ่มขึ้นจาก 14,500 ตำแหน่งในปี 2019 เป็น 39,700 ตำแหน่งในปีนี้ 

แคทเธอรีน หลิน ลาออกจากงานราชการในเมืองเซินเจิ้นทางตอนใต้ในเดือนก.ค. หลังจากเงินเดือนแตะระดับ 15,000 หยวน (ราว 75,000 บาท) ซึ่งลดลง 25% จากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนโบนัสถูกยกเลิก และผู้บังคับบัญชาให้ข้อมูลว่าจะมีการลดขนาดองค์กรเพิ่มเติม 

"บางแผนกเลือกที่จะลดเงินเดือนลง 30% หรือไม่ก็เลิกจ้างคนเพื่อตอบสนองนโยบายการประหยัดต้นทุน" เธอกล่าว ประกาศสาธารณะแสดงให้เห็นว่าสำนักงานระดับเขตในเซินเจิ้นอย่างน้อยสามถูกควบรวมและพนักงานเก้าคนถูกเลิกจ้างในปีนี้ 

ในบทบาทของเธอในฐานะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย เธอต้องจัดการกับการประท้วงของแรงงานต่างถิ่นที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะเรียกร้องค่าจ้างก่อนตรุษจีน

ข้าราชการอีกคนในชนบทมณฑลกวางตุ้งนิยาม เงินเดือน 4,000 หยวน (ราว 20,000 บาท) ของเขาว่าเป็น "ความยากจนที่มั่นคง" หลังจากที่รัฐบาลหยุดจ่ายโบนัสรายเดือนจำนวน 1,000 หยวน (ราว 5,000 บาท) ในเดือนมิ.ย.

ในมณฑลซานตง ข้าราชการร้องเรียนบนโซเชียลมีเดียในเดือนก.ย.ว่าได้รับเงินเดือนเพียงหนึ่งเดือนต่อไตรมาส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เรียกว่า "guarantee four (months' salary), strive for six" หรือ รับรองการจ่ายเงินเดือนแค่ 4 เดือน อีก 6 เดือนหยุดจ่าย

ด้านสภาแห่งรัฐและรัฐบาลเซินเจิ้นไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นที่ส่งทางแฟกซ์จากรอยเตอร์ส 

คนรุ่นใหม่จีนแห่สอบราชการเฉียด 4 ล้านคนหวังมั่นคงในอาชีพและสวัสดิการ แม้บางที่ได้เงินเดือนไตรมาสละครั้ง 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 30 ธ.ค. 2024 

เกี่ยวข้องกัน

มองตลาดแรงงานจีนผ่านสมรภูมิ "ชามข้าวเหล็ก" สนามสอบข้าราชการจีนพุ่ง 2.5 ล้านคน รับวิกฤติ ปลด-ลด-เลิกจ้าง พนักงาน 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศจีนได้จัดการสอบคัดเลือกข้าราชการประจำปีทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมเข้ารับตำแหน่งที่เปิดรับในปีนี้ราว 39,700 อัตรา และนับเป็นปีที่มีการแข่งขันอย่างร้อนแรงที่สุด เนื่องจากมีหนุ่ม-สาว ชาวจีนมากถึง 2.5 ล้านคน ลงสนามแข่งขันในปีนี้ ทุบสถิติทุกปีที่ผ่านมาอย่างราบคาบ คิดเป็นอัตราส่วนในการแข่งขันที่ 1:65 ของผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าตำแหน่งราชการของจีนมาได้ ถือว่าเป็นตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูงที่สุดของจีน 

สนามสอบข้าราชการสะท้อนค่านิยมของหนุ่ม-สาว จีน ที่ยังนิยมทำงานในระบบราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจอย่างมาก เพราะเชื่อได้ว่าเป็นงานที่มั่นคง ได้ผลตอบแทนที่แน่นอน มีสวัสดิการดี และมีเวลาให้ครอบครัว ซึ่งเป็นงานในฝันของชาวจีนที่เรียกกว่า "ชามข้าวเหล็ก" 

"ชามข้าวเหล็ก" หรือ เถี่ยฟ่านหว่าน เป็นตำนานเรื่องเล่าของสาวใช้ในคฤหาสน์ของเศรษฐีจีนท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยถูกทำโทษเลยไม่ว่าเธอจะทำชามข้าวราคาแพงแตกสักกี่ใบก็ตาม เนื่องจากสาวใช้คนนี้มีหน้าตาสะสวย เป็นที่เอ็นดูของเศรษฐีเจ้าบ้าน ถึงขนาดยอมเปลี่ยนชามกระเบื้องทุกใบในบ้านให้เป็นชามเหล็ก สาวใช้จะได้ไม่ทำชามแตกอีก  จึงเป็นที่มาของสำนวน "ชามข้าวเหล็ก" อันหมายถึง งานที่มีความมั่นคงสูง ไม่ต้องใช้แรงงานมาก และมีสวัสดิการดี ที่ส่วนมากมักสื่อถึงงานราชการ ทหาร ตำรวจ หรือ รัฐวิสาหกิจของจีนนั่นเอง 

แม้ที่ผ่านมา หนุ่ม-สาวจีนรุ่นใหม่ เริ่มมีมุมมองในงานรับราชการที่เปลี่ยนไปว่าเป็นงานที่ไม่ท้าทาย ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยี และ นวัตกรรมล้ำสมัยของจีนได้สร้างความตื่นเต้น  และยังสร้างโอกาสมากมายในตลาดแรงงานของจีนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 

แต่ทว่าการสอบเพื่อแย่งชิง "ชามข้าวเหล็ก" ไม่เคยเสื่อมความนิยม แถมการแข่งขันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว หลังเกิดวิกฤติ Covid-19 เป็นต้นมา จากเดิมที่เคยมีผู้สมัครสอบในแต่ละปีเฉลี่ยปีละ 1 ล้านคน พุ่งขึ้นเท่าตัวเป็น 2.5 ล้านคนในปีนี้ 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สนามสอบชามข้าวเหล็กกลับมาพุ่งทะยานในปีนี้ มาจากการชะลอตัวอย่างหนักของเศรษฐกิจจีน ที่ทำให้บริษัทเอกชนจำนวนมากจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน จากข้อมูลในปี 2023 พบว่ามีบริษัทเอกชนชั้นนำกว่า 500 บริษัท อาทิ ไม่เว้นแม้แต่ Alibaba และ Tencent ได้ปลดพนักงานออกแล้วถึง 3 แสนตำแหน่ง 

อีกทั้งนโยบายกวาดล้างธุรกิจการเทคโนโลยีการเงิน และดิจิทัลที่ผ่านมาของรัฐบาลจีน ส่งผลต่อการจ้างงาน หนุ่ม-สาวจบใหม่ รวมถึงธุรกิจกลุ่ม SME และผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างหนัก ที่มีส่วนทำให้ตัวเลขการว่างงานของจีนในเดือนตุลาคม 2024 สูงถึง 17.1% ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมกลุ่มแรงงานต้องกลับไปเป็นนักศึกษา หรือ แรงงานที่ต้องยอมทำงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษาของตน โดยแฮชแท็ก #unemployed และ #laidoff กลายเป็นคำค้นที่ได้รับความนิยมสูงมากใน Xiaohongshu โซเชียลมีเดียของจีน ที่มียอดวิวรวมกันทะลุ 2 พันล้านวิวไปแล้ว

จึงไม่แปลกที่หนุ่ม-สาวจีน จะหลั่งไหลเข้าสู่สนามสอบ "ชามข้าวเหล็ก" อย่างล้นหลามเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ที่พวกเขาไม่ได้คาดหวังแค่งานสบาย หรือ สวัสดิการดี มีวันหยุด แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในเวลานี้ งานที่มั่นคงได้รับผลกระทบน้อยในยามเศรษฐกิจผันผวน 

แม้ที่ผ่านมาอาจเคยมีข่าวการตัดงบประมาณ  ลดสวัสดิการ หรือข่าวการจ่ายค่าแรงล่าช้าในบางพื้นที่ ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมงานราชการลดลงแต่อย่างใด และมีสิทธิ์ทุบสถิติใหม่ในปีต่อๆไปด้วย ตราบใดที่รัฐบาลจีนยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการว่างงานได้อย่างตรงจุด

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ 

บทความ นี้ กล่าว ถึง การ สอบ เข้ารับ ราชการ ของ ประเทศ จีน ที่ มี ผู้ สมัคร สูง เป็น ประวัติการณ์ ราว 3.4 ล้าน คน ใน ปี นี้ เพิ่ม ขึ้น อย่าง มาก จาก ปี ก่อน เนื่อง จาก คน รุ่น ใหม่ เผชิญ ภาวะ เศรษฐกิจ ชะลอ ตัว การ ว่างงาน สูง และ ความ ไม่ มั่นคง ใน ภาค เอกชน จึง หัน ไป แสวงหา งาน ราชการ ที่ มี ความ มั่นคง ระยะ ยาว หรือ ที่ เรียก ว่า ชาม ข้าว เหล็ก แม้ ระบบ ราชการ จะ มี ปัญหา เช่น การ ลด เงิน เดือน โบนัส ค้าง จ่าย และ ข้อ จำกัด อายุ 35 ปี แต่ ยัง คง มี ความ ต้องการ สูง จาก สวัสดิการ และ ภาพ ลักษณ์ ความ มั่นคง ผู้ สมัคร ต้อง ใช้ เวลา เรียน และ ติว เข้ม เพื่อ แข่งขัน สูง มาก รัฐบาล ท้องถิ่น บาง แห่ง ประสบ ปัญหา การ เงิน ทำ ให้ เกิด การ ลด ค่า ใช้ จ่าย และ ลด ขนาด องค์กร อย่างไรก็ตาม อัตรา ว่าง งาน คน หนุ่ม สาว ยัง สูง ทำ ให้ ความ ต้องการ งาน รัฐ เพิ่ม ขึ้น ต่อ เนื่อง สะท้อน ปัญหา โครงสร้าง เศรษฐกิจ จีน ที่ ยัง ฟื้น ตัว ไม่ เต็ม ที่ จาก วิกฤติ อสังหาริมทรัพย์ และ การ บริโภค ที่ อ่อนแอ ทำ ให้ คน รุ่น เจน ซี รู้สึก เหนื่อยล้า และ มอง หา ความ มั่นคง เป็น หลัก มาก กว่า ราย ได้ สูง ใน ปัจจุบัน นี้

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่จีนแห่สอบราชการเพิ่มขึ้นคือข้อใด
ก. ค่าตอบแทนสูงกว่าภาคเอกชน
ข. เศรษฐกิจภาคเอกชนซบเซาและว่างงานสูง
ค. ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ
ง. การเปิดรับตำแหน่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าปัจจัยหลักคือเศรษฐกิจซบเซาและการว่างงานสูง ทำให้ต้องการความมั่นคง

 

ข้อ 2

“ชามข้าวเหล็ก” ในบทความมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. งานที่รายได้สูงและแข่งขันต่ำ
ข. งานที่มั่นคง สวัสดิการดี และเสี่ยงต่ำ
ค. งานเอกชนที่เติบโตเร็ว
ง. งานชั่วคราวในภาครัฐ

เฉลย: ข
เหตุผล: หมายถึงงานราชการที่มั่นคง มีสวัสดิการดี ไม่เสี่ยงตกงานง่าย

 

ข้อ 3

ข้อใดสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราชการจีนในบทความ
ก. การขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยี
ข. การลดเงินเดือนและโบนัสในบางพื้นที่
ค. การเพิ่มตำแหน่งงานราชการ
ง. การสอบแข่งขันที่โปร่งใส

เฉลย: ข
เหตุผล: มีการลดเงินเดือน โบนัส และค้างจ่าย สะท้อนปัญหาการเงินภาครัฐ

 

ข้อ 4

ข้อใดเป็นผลกระทบทางสังคมจากภาวะเศรษฐกิจตามบทความ
ก. คนรุ่นใหม่เลือกทำงานเอกชนมากขึ้น
ข. คนรุ่นใหม่มองหาความมั่นคงมากกว่ารายได้
ค. การย้ายถิ่นฐานลดลง
ง. การว่างงานหมดไป

เฉลย: ข
เหตุผล: คนรุ่นเจนซีให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่ารายได้สูง

 

ข้อ 5

การที่ผู้สมัครต้องเรียนวันละ 9 ชั่วโมงและติวออนไลน์ สะท้อนเรื่องใด
ก. การลดความสำคัญของการศึกษา
ข. ความเข้มข้นของการแข่งขัน
ค. การขาดระบบติวสอบ
ง. ความง่ายของการสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: การแข่งขันสูงมาก ทำให้ต้องเตรียมตัวหนัก

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นปัจจัยดึงดูดงานราชการตามบทความ
ก. ความเสี่ยงสูงแต่รายได้มาก
ข. สวัสดิการและความมั่นคง
ค. ไม่มีระบบตรวจสอบ
ง. ทำงานอิสระ

เฉลย: ข
เหตุผล: จุดเด่นคือความมั่นคงและสวัสดิการ

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นข้อจำกัดของการเข้ารับราชการในจีน
ก. ไม่มีการสอบ
ข. จำกัดอายุ 35 ปี
ค. เปิดรับไม่จำกัดจำนวน
ง. ไม่มีการคัดเลือก

เฉลย: ข
เหตุผล: มีข้อจำกัดอายุไม่เกิน 35 ปี

 

ข้อ 8

สถานการณ์เศรษฐกิจจีนในบทความมีลักษณะอย่างไร
ก. เติบโตสูงทุกภาคส่วน
ข. ฟื้นตัวจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์แต่ยังอ่อนแอ
ค. ไม่มีปัญหาการว่างงาน
ง. เศรษฐกิจขยายตัวรวดเร็ว

เฉลย: ข
เหตุผล: เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และมีปัญหาอสังหาฯ

 

ข้อ 9

ข้อใดเป็นผลต่อระบบราชการจากวิกฤตเศรษฐกิจ
ก. เพิ่มเงินเดือนทุกตำแหน่ง
ข. ลดขนาดองค์กรและลดเงินเดือนบางส่วน
ค. ยกเลิกระบบราชการ
ง. เพิ่มโบนัสถาวร

เฉลย: ข
เหตุผล: มีการลดค่าใช้จ่ายและลดขนาดองค์กร

 

ข้อ 10

บทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารจากกรณีนี้คือข้อใด
ก. ระบบราชการไม่ต้องปรับตัว
ข. ความมั่นคงคือปัจจัยเดียวที่สำคัญ
ค. เศรษฐกิจมีผลต่อความต้องการแรงงานรัฐ
ง. การสอบแข่งขันไม่จำเป็น

เฉลย: ค
เหตุผล: โครงสร้างเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อความต้องการงานภาครัฐ