
นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เห็นชอบตามที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) เสนอนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม”เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤต ตามมติของคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 วิกฤตด้านเด็กปฐมวัยมีแนวโน้มในการใช้โทรศัพท์มือถือที่สูงขึ้น วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และวิกฤตทางสังคมอันเนื่องมาจากผู้ปกครองขาดรายได้สำหรับการเกื้อกูลด้านการศึกษา พร้อมให้มีการทบทวนเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป
“ทั้งนี้นโยบายดังกล่าว ออกมาเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา กรณีเกิดวิกฤตเช่นเดียวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านการศึกษา เด็กเกิดภาวการณ์เรียนรู้ถดถอยไปกว่า 2 ปี โดยหลังจากบอร์ดปฐมวัย ให้การอนุมัติแล้ว ขั้นตอนจากนี้ สกศ.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา และให้ความเห็นแง่ของมุมมอบข้อกฎหมาย ว่ามีประเด็นใดที่อาจไปกระทบกับหน่วยงานอื่น เพื่อจัดทำรายละเอียดก่อน รวมถึงยังได้เตรียมแผนการประชาสัมพันธ์การดูแลเด็กปฐมวัย ในแคมเปญหลัก “เพิ่มเวลาคุณภาพ เล่นเป็น กอดเป็น เล่าเป็น” และแคมเปญรอง “งดจอก่อนสองขวบ ร่วมสร้างวินัย ไม่ใช้ความรุนแรง” ซึ่งหากไม่มีข้อติดขัดคาดว่า จะสามารถเสนอให้ครม.พิจารณาได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ ”นายอรรถพล กล่าว
สำหรับนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ประกอบด้วย
· 3 เร่ง เร่งความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก ชุมชน และสังคม เร่งสวัสดิการการเลี้ยงดูเด็กเล็กถ้วนหน้า และเร่งเสริมศักยภาพองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และกลไกระดับพื้นที่ใกล้ตัวเด็ก,
· 3 ลด ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยก่อนวัย 2 ขวบ ลดความเครียด คืนความสุขแก่เด็กปฐมวัย และลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็กปฐมวัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และ
· 3 เพิ่ม เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ผ่านการเล่นหลากหลาย เช่น ดนตรี กีฬา การออกกำลังกาย เพิ่มการเล่าและอ่านนิทานสม่ำเสมอ และเพิ่มความรัก ความใส่ใจและส่งเสริมเวลาคุณภาพของครอบครัว เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤตต่าง ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตขึ้นเป็นอนาคตของชาติที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567
สรุปสาระสำคัญ
นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในภาวะวิกฤต เช่น โควิด-19 การใช้มือถือมากเกินไป ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปัญหาครอบครัวขาดรายได้ โดย สกศ.จะเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมีนาคม หลังผ่านการพิจารณาด้านกฎหมาย นโยบายนี้มุ่งยกระดับพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน
3 เร่ง: เร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครองและครู เร่งสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเร่งเสริมศักยภาพท้องถิ่นในการดูแลเด็ก
3 ลด: ลดการใช้สื่อหน้าจอ ลดความเครียด และลดการใช้ความรุนแรง
3 เพิ่ม: เพิ่มกิจกรรมเรียนรู้ผ่านการเล่น การอ่านนิทาน และเพิ่มความรักใส่ใจของครอบครัว
พร้อมทั้งจัดแคมเปญ “เพิ่มเวลาคุณภาพ เล่นเป็น กอดเป็น เล่าเป็น” และ “งดจอก่อนสองขวบ ร่วมสร้างวินัย ไม่ใช้ความรุนแรง” เพื่อสร้างสังคมที่เอื้อต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
1.เจตนารมณ์หลักของนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” คือข้อใด
ก. แก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19
ข. วางกรอบพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยในภาวะวิกฤต
ค. สร้างระบบการเรียนรู้แบบดิจิทัลทั่วประเทศ
ง. ยกระดับสวัสดิการครูผู้ดูแลเด็กให้เท่าเทียม
2. ข้อใดสะท้อน “3 เร่ง” ได้ตรงที่สุด
ก. ลดการใช้โทรศัพท์ในเด็กก่อนวัย 2 ขวบ
ข. เพิ่มกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ในครอบครัว
ค. สร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครองและเสริมศักยภาพท้องถิ่น
ง. ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ
3. การลดการใช้สื่อหน้าจอและลดความรุนแรงในเด็กปฐมวัย สะท้อนหลักการพัฒนาการศึกษาใด
ก. การคุ้มครองสิทธิเด็กและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ข. การจัดการเรียนรู้เชิงแข่งขัน
ค. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ขั้นสูง
ง. การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4. การผลักดันให้ “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เป็นวาระแห่งชาติ แสดงถึงบทบาทใดของ สกศ.
ก. หน่วยงานกำกับการใช้งบประมาณด้านเด็กปฐมวัย
ข. หน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศด้านการศึกษา
ค. หน่วยงานบริหารโรงเรียนระดับปฐมวัยโดยตรง
ง. หน่วยงานประเมินคุณภาพการศึกษาภาคเอกชน
5. จากแนวนโยบาย “เพิ่มเวลาคุณภาพ เล่นเป็น กอดเป็น เล่าเป็น” ผู้บริหารสถานศึกษาควรดำเนินการในเชิงนโยบายอย่างไร
ก. สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นและปฏิสัมพันธ์ที่อบอุ่นในโรงเรียน
ข. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาการเพื่อชดเชยช่วงโควิด
ค. จัดอบรมผู้ปกครองเรื่องการใช้เทคโนโลยีในบ้าน
ง. ส่งเสริมให้เด็กเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะดิจิทัล
คลิกเฉลย >>>