
“สมอง” เป็นอวัยวะสำคัญทั้งในคนและสัตว์ เพราะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม รวมไปถึงการรักษาสมดุลในร่างกาย ที่เรียกว่า homeostasis เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิในร่างกาย นอกจากนี้ สมองยังทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ (cognition) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และความสามารถอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ รวมทั้งควบคุมการทำงานเหนืออำนาจจิตใจ เช่น การไอ จาม สะอึก การเต้นของหัวใจ การหลับ การหิว การอิ่ม หรือแม้แต่ความรู้สึกทางเพศ
นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบการทำงานของสมองว่า เป็นเสมือนจักรวาลในร่างกายมนุษย์ เพราะมีศักยภาพมากกว่าที่คาดคิด เป็นอวัยวะที่มีการทำงานซับซ้อนและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย สมองของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์สมองมากกว่า 1 แสนล้านเซลล์ จึงมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ไม่สิ้นสุด ยิ่งศึกษายิ่งค้นคว้า ก็จะยิ่งค้นพบความมหัศจรรย์ของสมอง
ศ.เกียรติคุณ นพ.จอมจักร จันทรสกุล ประธานคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัยทางสมองของศูนย์วิจัยด้านสมองของแบรนด์ เปิดเผยว่า สมองเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีความซับซ้อนมาก เพราะเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่เสมือนห้องบัญชาการควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการที่ก่อเกิดสิ่งต่างๆ มากมายบนโลกใบนี้
คุณหมอจอมจักร บอกว่า สมองมีศักยภาพมหาศาล แต่คนส่วนใหญ่กลับยังใช้สมองไม่เต็มศักยภาพในทุกๆด้าน ยิ่งทุกวันนี้มีโรคทางสมองต่างๆหลายโรคไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคลมชัก และโรคไมเกรน ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่สมองไม่ได้รับการฝึกฝนและดูแลอย่างต่อเนื่อง
ดร.ฟิลลิป แชง เฟย์ ผู้อำนวยการคณะนักวิจัย ศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ เปิดเผย ผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 8 ประเทศในทวีปเอเชีย เกี่ยวกับ “ความตระหนักรู้ถึงภาวะความเสื่อมชราของสมอง และการหาแนวทางการป้องกันของประชาชนทั่วไป ”พบว่า 3 อวัยวะสำคัญในร่างกายที่กลุ่มตัวอย่างคิดว่าต้องได้รับการดูแลและปกป้องต่อภาวะเสื่อมถอย คือ สมอง หัวใจ และกระดูก โดยกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทยมีความกังวลเรื่องการเสื่อมถอยของสุขภาพสูงเป็นอันดับ 3 จาก 8 ประเทศ
“สมอง” เป็นอวัยวะที่กลุ่มตัวอย่างกังวลมากที่สุดถึง 82% รองลงมาคือ หัวใจ 69% และกระดูก 62% ตามลำดับ” ดร.ฟิลลิป บอก พร้อมกับบอกว่า แต่ที่น่าสนใจคือ แม้ว่ากลุ่มตัวอย่างจะมีความกังวลในเรื่องความเสื่อมถอยของสมอง แต่ก็ยังขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกป้องและดูแลสมอง รวมทั้งยังต้องการคำแนะนำที่เหมาะสมในการชะลอภาวะเสื่อมชราของสมองด้วย
ผอ.คณะนักวิจัย ศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ สิงคโปร์ บอกว่า ประชาชนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญต่อการรักษาเมื่อเกิดโรคทางสมองขึ้นแล้ว แต่มักละเลยการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและสูญเสียน้อยกว่าการรักษามากมายหลายเท่า และจริงๆแล้วโดยพื้นฐานสมองมีความต้องการเพียง 4 อย่างเพื่อให้การทำงานเป็นปกติ คือ ออกซิเจน, อาหารที่มีสารอาหารสมดุล, ข้อมูลความรู้ใหม่ๆ การฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์และการสร้างจินตนาการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง และความรักความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ ความคิด และความรู้สึก การป้องกันโรค และภาวะความเสื่อมทางสมองต่างๆ
ด้าน รศ.นพ.รุ่งโรจน์ ทิพยศิริ กรรมการทุนวิจัยทางสมองของศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ กล่าวว่า สมองของคนเรามีความสำคัญต่อสุขภาพของเรามาก ที่ผ่านมา พบว่า 99% ของมนุษย์มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความจำ มีเพียง 1 ในร้อยเท่านั้นที่จะมั่นใจได้ว่าตัวเองมีทักษะความจำที่แม่นยำ ทั้งนี้ ภาวะความเสื่อมถอยของประสาทที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และแม้ว่าวิวัฒนาการด้านการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทในปัจจุบันจะมีการพัฒนาไปมาก แต่จำนวนผู้ป่วยก็ยังคงสูงอยู่
ล่าสุด เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพสมอง บริษัท เซเรบอส แปซิฟิก จำกัด จึงได้ก่อตั้ง ศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ หรือ “BRAND’S Brain Research Centre” ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นศูนย์วิจัยด้านสมองระดับภูมิภาค ใช้เงินทุนในการพัฒนาศูนย์วิจัยแห่งนี้มากกว่า 100 ล้านบาท มุ่งเน้นการศึกษาด้านสมองของมนุษย์ เพื่อศึกษาวิจัยการทำงานของสมอง โดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ จดจำการดูแลและควบคุมสมองรวมถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ทำงานวิจัยทางด้านสมองร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆของโลกมากกว่า 20 แห่งในประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ไทย เพื่อให้ได้ผลวิจัยที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง โดยปัจจุบันได้ผลงานวิจัยมาแล้วกว่า 50 เรื่อง ในปี 2013 นี้ ศูนย์วิจัยสมองแบรนด์ก็กำลังจะเปิดให้ทุนสำหรับนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ของไทยได้ต่อยอดความรู้ศึกษาค้นคว้าทางด้านสมองมากยิ่งขึ้น โดยจะมอบรางวัล “ทุนวิจัยของศูนย์วิจัยสมองแบรนด์” ให้นักวิจัยไทย เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ
ผู้สนใจสามารถส่งผลงานขอรับทุนวิจัยทางสมองของ BRAND’S Brain Research Centre ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2556 ที่ประธานกรรมการโครงการทุนวิจัยทางสมองของ BRAND’S Brain Research Centre เลขที่ 140/1 อาคารเคี่ยนหงวน 2 ชั้น 15 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0-2650-9777 โดยดาวน์โหลดใบสมัครและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http:// www.brands world.co.th เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสพัฒนาสมองได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไป.
ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์