สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M269_'ตรีนุช 'ยันพ.ร.บ.การศึกษา ไม่มีการลดสถานะครู

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้างร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ว่า ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรและคาดว่าจะทันในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน 

ส่วนประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาต้นแบบมาจากร่าง สคก.เรื่องเสร็จที่ 660/2564 ซึ่งร่าง 660/2564 โดยมาตรา 35 บัญญัติไว้ ว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสาหรับ “ครู” และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีหลักประกันความเป็นข้าราชการหรือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีสถานะและได้รับสิทธิและประโยชน์เทียบเคียงได้กับข้าราชการ มีความโปร่งใสในการรับบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งได้อย่างเป็นธรรม และได้รับค่าตอบแทนอย่างเพียงพอต่อการดำรงชีพ รวมตลอดทั้งหลักประกันในการที่ครูจะสามารถดำรงตนและปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งมาตราดังกล่าวอาจทำให้สถานะของ “ครู” หรือ ข้าราชการครูมีโอกาสลดสถานะให้ด้อยกว่าเดิมที่เป็นอยู่ เพราะขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ได้ทำการพิจารณาอภิปรายให้ข้อเสนอแนะในการปรับแก้ในรายมาตราถึงมาตราที่ 93 จากทั้งหมด 110 มาตรา ซึ่งกฎหมายอาจพิจารณาไม่ครบนั้น 

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตนมองว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะในประเด็นหลักของการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..จะไม่แตะเรื่องโครงสร้างหรืออะไรที่จะกระทบต่อคุณภาพชีวิตครู ซึ่งคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญฯจะต้องพิจารณากฎหมายทั้งฉบับอย่างแน่นอนรวมถึงบทเฉพาะกาลด้วย 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 20 มิถุนายน 2565

สรุปสาระสำคัญ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจคือมาตรา 35 ซึ่งอ้างอิงจากร่าง สคก. เลขที่ 660/2564 ที่กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นหลักประกันความเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ความโปร่งใสในการบรรจุแต่งตั้ง ค่าตอบแทนที่เพียงพอ และศักดิ์ศรีในการปฏิบัติหน้าที่ 

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าการกำหนดมาตราดังกล่าวอาจทำให้สถานะของครูหรือข้าราชการครูด้อยลงจากเดิม เนื่องจากการพิจารณากฎหมายยังไม่ครบทุกมาตรา รมว.ศธ. ยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีเจตนาปรับโครงสร้างหรือกระทบคุณภาพชีวิตครู และเชื่อว่าคณะกรรมาธิการจะพิจารณากฎหมายทั้งฉบับ รวมถึงบทเฉพาะกาลอย่างรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายการศึกษาแห่งชาติเป็นกลไกยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของครูอย่างเหมาะสม

ข้อสอบ

ข้อ 1 ประเด็นที่ทำให้เกิดความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … คือข้อใด
ก. การเพิ่มภาระงานสอนของครู
ข. การลดงบประมาณด้านการศึกษา
ค. การยกเลิกสถานะข้าราชการครู
ง. ความเป็นไปได้ที่สถานะครูอาจด้อยลงจากเดิม

 

ข้อ 2 มาตรา 35 ของร่างกฎหมายมุ่งเน้นหลักการใดเป็นสำคัญ
ก. การแข่งขันเสรีทางวิชาชีพครู
ข. หลักประกันสถานะ สิทธิ และความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล
ค. การกระจายอำนาจด้านการเงิน
ง. การลดบทบาทรัฐในการดูแลครู

 

ข้อ 3 ท่าทีของ รมว.ศธ. ต่อข้อกังวลเรื่องสถานะครูสะท้อนบทบาทใดของผู้บริหารการศึกษา
ก. การหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
ข. การตัดสินใจเชิงอำนาจ
ค. การสื่อสารเชิงสร้างความเชื่อมั่น
ง. การโยนภาระให้คณะกรรมาธิการ

 

ข้อ 4 หากร่างกฎหมายยังพิจารณาไม่ครบทุกมาตรา สิ่งใดควรดำเนินการมากที่สุด
ก. เร่งประกาศใช้เฉพาะมาตราที่พิจารณาแล้ว
ข. ยุติการพิจารณากฎหมายทั้งหมด
ค. เปิดรับฟังความคิดเห็นเฉพาะผู้บริหาร
ง. พิจารณากฎหมายทั้งฉบับรวมบทเฉพาะกาลอย่างรอบคอบ

 

ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษานำบทเรียนจากกรณีนี้ไปใช้ ควรยึดแนวทางใด
ก. ปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่สื่อสารกับครู
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางเท่านั้น
ค. สื่อสารเชิงนโยบาย ควบคู่การคุ้มครองสิทธิครู
ง. ปรับโครงสร้างโรงเรียนล่วงหน้า

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น