
ผู้ที่ถูกคำสั่งลงโทษทางวินัย ต่อมาเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งลงโทษทางวินัยดังกล่าว ได้เพิกถอนคำสั่งลงโทษวินัยอันเดิมเนื่องจากทำผิดกระบวนกระบวนการขั้นตอน และดำเนินการทางวินัยและออกคำสั่งลงโทษทางวินัยใหม่อีกครั้งหนึ่ง จะขัดต่อหลักที่ว่าบุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว หรือไม่
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร. ๒๒/๒๕๖๓ วินิจฉัยว่า
๑. หลักที่ว่าบุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว เป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่ห้ามไม่ให้ลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากกว่าหนึ่งครั้งสำหรับความผิดที่บุคคลนั้นได้กระทำเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าความผิดที่บุคคลนั้นได้กระทำและโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะเป็นควาผิดที่มีโทษทางอาญา ทางปกครอง หรือทางวินัย ก็ตาม นอกจากนั้น การลงโทษบุคคลไม่ว่าโทษนั้นจะเป็นโทษทางอาญา โทษทางปกครอง หรือโทษทางวินัย ถือได้ว่าเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลผู้ถูกลงโทษ
๒. การลงโทษ บุคคลมากว่าหนึ่งครั้งสำหรับการกระทำความผิดที่บุคคลนั้นได้กระทำเพียงครั้งเดียว จึงเท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพองบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยชัดแจ้งเกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ด้วย
๓. เมื่อคำสั่งลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากตำแหนงกำนัน เป็นคำสั่งที่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งทางปกครองตามนัยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเมื่อคำสั่งดังกล่าวดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด ย่อมมีผลทำให้คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่อาจเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามมาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง และการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน โดยให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ย้อนหลังได้ตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ
๔. การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากตำแหน่งกำนันด้วยเหตุที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโดยไม่มีอำนาจ เนื่องจากเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าฯ ไม่ได้มีการมอบอำนาจในเรื่องนี้ จึงเป็นกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยสำหรับการกระทำความผิดในกรณีเดียวกันนี้มาก่อน
๕. ดังนั้น การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและมีคำสั่งปลดผู้ฟ้องคดีออกจากตำแหน่งกำนัน (ใหม่) จึงไม่ใช่กรณีลงโทษผู้ฟ้องคดีซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการลงโทษสองครั้งในกรณีการกระทำครั้งเดียว