สมาชิกเข้าสู่ระบบ

นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2564-2565

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565

 

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดังนี้

หลักการตามนโยบาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565

1.       สร้าง “TRUST” หรือ “ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ” ให้กับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและผู้ปกครอง โดยทุกหน่วยงานสามารถที่จะเป็นหลัก หรือเป็นที่พึ่งได้
T (Transparency) หมายถึง ความโปร่งใส
R (Responsibility) หมายถึง ความรับผิดชอบ
U (Unity) หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว
S (Student-Centricity) หมายถึง ผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา
T (Technology) หมายถึง เทคโนโลยี

2.       ให้ทุกหน่วยงานนำรูปแบบการทำงาน “MOE ONE TEAM” หรือ “การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวของกระทรวงศึกษาธิการ” และนำ “TRUST” ซึ่งเป็นรูปแบบในการทำงานที่จะทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน กลับมาให้ความไว้วางใจในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นส่วนเสริมในเรื่องความโปร่งใส ทั้งในเชิงกระบวนการทำงาน และกระบวนการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ

3.       สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ต่อตนเอง องค์กร ประชาชน และประเทศชาติ ให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา

ดังนั้น จึงกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดังนี้

นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565

1.       การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ ที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย

2.       การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน

3.       การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ (NDLP) และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางผ่านระบบออนไลน์ และการนำฐานข้อมูลกลางทางการศึกษา มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา

4.       การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อกำหนดให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน มีระบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

5.       การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผลการศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย ตอบสนองผลลัพธ์ทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม

6.       การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมและสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากรทั้งบุคลากรทางการศึกษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง

7.       การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ National Qualifications Framework (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ASEAN Qualification Reference Framework (AQRF) สู่การปฏิบัติ เป็นการผลิตและการพัฒนากำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบการศึกษาและการอาชีพ โดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิต และการจัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาที่สามารถอ้างอิงอาเซียนได้

8.       การพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการ การพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ

9.       การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

10.   การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล

11.   การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

12.   การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win)

1.       ความปลอดภัยของผู้เรียน โดยจัดให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม

2.       หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผู้เรียนเป็นหลัก และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ

3.       ฐานข้อมูล Big Data มุ่งพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

4.       ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษาและตามบริบทของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน

5.       พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

6.       การศึกษาตลอดชีวิต การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสมและเต็มตามศักยภาพตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อเตรียม ความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

7.       การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ

1.       ให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นำนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ข้างต้น เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา โดยดำเนินการจัดทำแผนและจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565

2.       ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ให้คำแนะนำ แก้ไขในระดับพื้นที่ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ

3.       ให้มีคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลในระดับนโยบาย และจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทราบตามลำดับ

4.       กรณีมีปัญหาในเชิงพื้นที่หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ดำเนินการบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาและข้อขัดข้อง พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการฯ ตามข้อ 2

5.       สำหรับภารกิจของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่ปฏิบัติในลักษณะงานในเชิงหน้าที่ (Function) งานในเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว หากมีความสอดคล้องกับหลักการนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564


นางสาวตรีนุช เทียนทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

ที่มา ; ศธ 360 องศา

สรุปสาระสำคัญ 

ประกาศนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2564–2565 มุ่งพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต โดยเน้นการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาพหุปัญญา ใช้หลัก TRUST เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส รับผิดชอบ เป็นเอกภาพ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยี รวมถึงการทำงานแบบ MOE ONE TEAM เพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน

นโยบายหลักครอบคลุม 12 ด้าน เช่น การปรับหลักสูตรให้ทันสมัย พัฒนาครูด้านดิจิทัลและภาษา การเรียนรู้ผ่าน NDLP การกระจายอำนาจโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน การพัฒนาระบบประเมินและประกันคุณภาพ การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม การใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติและอาเซียน การพัฒนาเด็กปฐมวัย การยกระดับอาชีพและความสามารถแข่งขัน การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส

นโยบายเร่งด่วนเน้นความปลอดภัยผู้เรียน หลักสูตรฐานสมรรถนะ Big Data การพัฒนาอาชีวศึกษา Excellent Center ทักษะอาชีพ การศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาพิเศษ พร้อมทั้งขับเคลื่อนด้วยการวางแผนงบประมาณ ระบบติดตามประเมินผล และการบูรณาการทุกภาคส่วนให้เกิดผลจริงในระดับพื้นที่

 

ข้อสอบปรนัย (ระดับแข่งขัน ครูผู้ช่วย/ผู้บริหาร) จำนวน 10 ข้อ

ข้อ 1

หลักการ “TRUST” ในเชิง “T” หมายถึงข้อใด
ก. ความโปร่งใส (Transparency)
ข. ความเท่าเทียม (Equality)
ค. ความทันสมัย (Technology)
ง. ความร่วมมือ (Teamwork)

เฉลย: ก
เหตุผล: T ใน TRUST คือ Transparency เน้นความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

 

ข้อ 2

แนวคิด MOE ONE TEAM สอดคล้องกับแนวทางใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันระหว่างหน่วยงาน
ข. การทำงานร่วมกันเป็นเอกภาพของกระทรวง
ค. การแยกบทบาทตามสายงาน
ง. การประเมินผลเฉพาะบุคคล

เฉลย: ข
เหตุผล: MOE ONE TEAM เน้นการบูรณาการและทำงานเป็นทีมเดียวกันทั้งกระทรวง

 

ข้อ 3

การใช้แพลตฟอร์ม NDLP มีวัตถุประสงค์หลักข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ดิจิทัลและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้
ง. ใช้แทนหลักสูตรทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: NDLP มุ่งพัฒนาการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลให้เข้าถึงได้กว้างขึ้น

 

ข้อ 4

นโยบาย “กระจายอำนาจโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน” มีเป้าหมายสำคัญคือข้อใด
ก. รวมศูนย์การบริหาร
ข. ลดบทบาทสถานศึกษา
ค. เพิ่มอำนาจส่วนกลาง
ง. เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพื้นที่

เฉลย: ง
เหตุผล: มุ่งให้การบริหารมีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่

 

ข้อ 5

การปรับระบบประเมินผลการศึกษาเน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. ความทันสมัยและตอบผลลัพธ์การเรียนรู้
ข. การสอบแบบเดิมเท่านั้น
ค. การลดการประเมิน
ง. การประเมินเฉพาะโรงเรียนใหญ่

เฉลย: ก
เหตุผล: เน้นให้การประเมินสอดคล้องผลลัพธ์และทันสมัย

 

ข้อ 6

NQF และ AQRF มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ใช้ลดหลักสูตร
ข. เชื่อมโยงการศึกษาและอาชีพระดับชาติและอาเซียน
ค. ใช้คัดเลือกครู
ง. ใช้ประเมินโรงเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกรอบคุณวุฒิเพื่อเชื่อมระบบการศึกษาและอาชีพ

 

ข้อ 7

นโยบายเร่งด่วน “Big Data” เน้นเรื่องใด
ก. ลดการใช้ข้อมูล
ข. เก็บข้อมูลแบบแยกส่วน
ค. ระบบข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และใช้ประโยชน์ได้จริง
ง. ใช้ข้อมูลเฉพาะเอกสาร

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาระบบข้อมูลกลางที่มีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริง

 

ข้อ 8

ศูนย์ความเป็นเลิศทางอาชีวศึกษา (Excellent Center) มีเป้าหมายหลักคือ
ก. ลดจำนวนสถานศึกษา
ข. เน้นทฤษฎีอย่างเดียว
ค. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. พัฒนาทักษะอาชีพตามความต้องการประเทศ

เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นผลิตกำลังคนตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน

 

ข้อ 9

การจัดการศึกษาตลอดชีวิตมีความสำคัญอย่างไร
ก. จำกัดเฉพาะวัยเด็ก
ข. ลดโอกาสการเรียนรู้
ค. ให้เฉพาะผู้มีผลการเรียนดี
ง. ส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย

เฉลย: ง
เหตุผล: เป็นการเปิดโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อ 10

การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ “ระดับพื้นที่” เน้นสิ่งใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การติดตาม ประเมินผล และแก้ปัญหาเชิงพื้นที่
ค. การลดบทบาทจังหวัด
ง. การทำงานแยกส่วน

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นระบบติดตามและแก้ปัญหาให้เหมาะกับบริบทพื้นที่จริง

ความเห็นของผู้ชม