
1.3 เดือน.. ‘3 รมต.ศธ.-อว.’ มือใหม่..ลุ้นสร้างผลงาน
นับเป็นปีของการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ ที่มีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. “เศรษฐา 1” ที่เป็นไปตามโผสุดท้าย โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชาย นายเนวิน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ., นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.อยุธยา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.และ นางศุภมาส อิศรภักดี ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.ซึ่งทั้ง 3 เก้าอี้ เป็นโควต้าของพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
หลังเห็นโฉมหน้าค่าตา ก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ เพราะอยากได้นักบริหารการศึกษามืออาชีพ เข้ามาบริหารจัดการ และแก้ไขวิกฤตการศึกษาไทย ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ลดความเหลื่มล้ำ แก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน ยกระดับวิชาชีพครู แก้ปัญหาหนี้ครู ผลักดันให้มหาวิทยาลัยผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ประเทศ และอื่นๆ อีกมากมาย
ซึ่งจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องคัดสรรคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเป็นนักบริหาร แทนการจัดสรรโควต้าให้พรรคร่วมรัฐบาล หรือยกเก้าอี้ให้เป็นการตอบแทนเท่านั้น
ที่สำคัญ หลังรัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 3 ราย เข้าบริหารกระทรวงได้ 3 เดือน ยัง “ไม่เห็น” ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันนัก แม้ ศธ.จะเพิ่งแถลง 10 ผลงานตามนโยบายของ ศธ.ในงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นแค่หยิบชิ้นงานเก่ามาปัดฝุ่น หรือทำต่อเนื่อง
หลังเทศกาลปีใหม่ 2567 หวังว่าจะได้เห็นผลงานของ 3 รัฐมนตรี ศธ.และ อว.เพราะอนาคตของเด็กๆ และการศึกษาของชาติ รอไม่ได้ !!
2.‘เสริมศักดิ์’ ดันซอฟต์เพาเวอร์ เพิ่มมูลค่าวัฒนธรรมไทย
เป็นอดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) มาตลอดชีวิต นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เติบโตขึ้นมาจากปลัดอำเภอตรี นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี จนได้นั่งเก้าอี้ปลัด มท.เป็นตำแหน่งสูงสุด ทั้งยังเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน
แม้เจ้าตัวไม่เคยทำงานด้านวัฒนธรรมมาก่อน แต่บอกในฐานะที่เคยเป็นข้าราชการ มท.จะใช้เครือข่ายที่มี ช่วยขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม โดยประกาศจะผลักดันให้ วธ.ไม่ใช่แค่กระทรวงด้านสังคม แต่จะมุ่งแก้ปัญหาในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ทำเรื่อง “ซอฟต์เพาเวอร์” ตามนโยบายรัฐบาล โดยจะตั้งคณะทำงาน ดึงเครือข่ายสภาวัฒนธรรมเข้ามาร่วม ผลักดันการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. … ให้ทันสมัย สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้สร้างรายได้ ปรับแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค ขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ทั้ง 11 อุตสาหกรรม ขับเคลื่อนงานเทศกาลประเพณีในงาน Thailand Winter Festivals ส่งเสริมการท่องเที่ยวชมศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมตลอดทั้งปี จัดระเบียบเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่
นอกจากนี้ จะส่งเสริมการขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยจะผลักดันแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในอนาคตอีก 5 แห่ง
ต้องติดตามว่า ยุคของรัฐมนตรีว่าการ วธ.ที่ชื่อ “เสริมศักดิ์” จะสร้างซอฟต์เพาเวอร์ และผลักดันงานด้านวัฒนธรรม ให้มีมูลค่าเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน !!
3.‘บิ๊กอุ้ม’ เดินหน้าชน แก้ ‘หนี้ครู’ มูลค่า 1.4 ล้านล.
“หนี้ครู” ปัญหาโลกแตก เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของแทบทุกรัฐบาล และเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบ โดยจะเริ่มจากการแก้หนี้นอกระบบก่อน
ปัจจุบันครูทั่วประเทศมี 9 แสนกว่าราย ในจำนวนนี้กว่า 80% มีหนี้สินมูลค่ามหาศาล กว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของครู ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 64% ของยอดหนี้ทั้งหมด ส่วนเจ้าหนี้ที่รองๆ ลงมา ธนาคารออมสิน 3.49 แสนล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 6.3 หมื่นล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 6.1 หมื่นล้านบาท
ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยให้ต้นสังกัดประสานให้ครูได้รีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระผ่อนชำระ โดยลดดอกเบี้ยให้ถูกลง และมีระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น พร้อมพักชำระดอกเบี้ยให้แก่ครูที่เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงิน
แต่ที่เรียกเสียงฮือฮา คือครูอุ้มประกาศว่ารัฐบาลจะ “จ่ายดอกเบี้ย” ให้ครูที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี โดยครูชำระเพียงเงินต้น
เบื้องต้นได้แยกปัญหาหนี้สินของครูออกเป็น 3 กลุ่ม คือ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อเข้าไปช่วยเหลือตามสภาพความเป็นจริง และมอบหมายให้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.รับหน้าที่ดูโครงสร้างหนี้ครู โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด ร่วมกันแก้ปัญหาหนี้สินครู
ต้องติดตามว่ารัฐบาลนายกฯ เศรษฐา จะแก้ “หนี้ครู” ได้หรือไม่ !!
4.ตีแผ่ ‘นักช้อป’ งานวิจัย ปูดพฤติกรรมฉาวในมหา’ลัย
กลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่ในแวดวงอุดมศึกษา เมื่อพฤติกรรมการ “ช้อปปิ้ง” ผลงานวิจัย หรือการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ถูกตีแผ่ออกมา จนผู้บริหารกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นั่งไม่ติดเก้าอี้ สั่งการให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เร่งตรวจสอบอาจารย์ และนักวิจัยในสังกัด ว่าใครมีพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ เพราะเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ
เบื้องต้นมีข้อมูลการซื้อขายผลงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศส่งให้ อว.พบว่า มีนักวิจัย หรือนักวิชาการ 109 คน ในมหาวิทยาลัย 33 แห่ง มีพฤติกรรมเข้าข่ายซื้อขายผลงานวิจัย โดยมหาวิทยาลัยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยผู้ที่กระทำผิด 9 ราย ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา 21 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบ 44 ราย และไม่ได้เป็นบุคลากรของสถาบันแล้ว 8 คน
จากเหตุการณ์สะเทือนแวดวงอุดมศึกษาครั้งนี้ ทำให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะไม่ยอมรับการกระทำผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณการวิจัย โดยจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าทำผิดจริง จะต้องถูกลงโทษ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการวิจัย ทปอ.กำหนดแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิด เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
ขณะที่ผู้บริหาร อว.เห็นว่าการ “รับจ้าง” ทำวิทยานิพนธ์ หรือรับจ้างทำงานวิจัย เป็นอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม ถือเป็นความผิดร้ายแรงเช่นกัน จึงให้มหาวิทยาลัยเข้มงวดกวดขัน
ต้องจับตาว่า อว.และมหาวิทยาลัย จะจัดการบรรดานักช้อปผลงานวิจัย หรือผู้รับจ้างทำวิจัย และวิทยานิพนธ์อย่างไร…
หรือสุดท้ายก็ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปกับสายลม เหมือนที่ผ่านๆ มา !!
5.อว.ยกเว้นค่าสมัครสอบ ทีแคส’67 รอบแอดมิชชั่น
ได้ข้อสรุปสำหรับ ระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ ทีแคส ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนในระบบตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา
โดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จะรับสมัครทีแคส’67 จำนวน 4 รอบ เช่นเดียวกับทีแคส’65-66 ได้แก่ รอบที่ 1 พอร์ตโฟลิโอ หรือแฟ้มสะสมผลงาน รับสมัครตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด รอบที่ 2 โควต้า รับสมัครตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด รอบที่ 3 แอดมิชชั่น รับสมัครในระบบ mytcas.com วันที่ 6-12 พฤษภาคม 2567 และรอบที่ 4 รับตรงอิสระ รับสมัครเป็นไปตามมหาวิทยาลัยกำหนด
ซึ่งผู้สมัครแต่ละคน จะ “สละสิทธิ” ได้เพียงหนึ่งครั้ง…
นอกจากนี้ กสพท ซึ่งเข้าร่วมการคัดเลือกในระบบทีแคสรอบแอดมิชชั่น โดยปีนี้มีคณะแพทยศาสตร์ 18 สถาบัน คณะทันตแพทยศาสตร์ 14 สถาบัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ 11 สถาบัน และคณะเภสัชศาสตร์ 13 สถาบัน รวม 56 สถาบัน จำนวน 66 สาขาวิชา ที่รวมอยู่กับ กสพท รวมรับ 2,380 คน ส่วนคุณสมบัติในการสมัครสอบ และหลักเกณฑ์ต่างๆ เหมือนเดิม
ยกเว้นสาขาวิชาทันตแพทย์ศาสตร์ ได้ตัดคุณสมบัติด้านสายวิทยาศาสตร์ออก เพื่อให้คนที่สนใจ ไม่ว่าจะเรียนสายไหนมา ก็สมัครสอบได้
ที่เรียกเสียงเฮก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศ “ยกเว้น” ค่าสมัครสอบรอบแอดมิชชั่น ที่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 150-900 บาท…
เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้นักเรียน และผู้ปกครอง !!
6. ปัญหา ‘นักเรียนนักเลง’ อัพเลเวลสู่ ‘องค์กรอาชญากรรม’
เป็นอีกปัญหาโลกแตกสำหรับ “นักเรียนนักเลง” ที่อยู่คู่สถานศึกษาอาชีวศึกษามายาวนาน โดยเฉพาะปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งระหว่าง “สถาบันคู่อริ”
ล่าสุดเกิด 2 เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนทั้ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้นสังกัดของสถานศึกษาอาชีวะ รวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากเหตุการณ์คนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ และ นายธนสรณ์ หรือ น้องหยอด นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เสียชีวิต ที่บริเวณหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาคลองเตย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน
ถัดมาเพียง 9 วัน เกิดเหตุสลดซ้ำ เมื่อมีกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซต์ไล่ยิง น้องภู่ นักเรียนชั้น ปวช.ปี 2 แผนกก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคดุสิต เสียชีวิต ที่บริเวณทางเท้า ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลกรแก้ว
ซึ่งคนร้ายล้วนแต่เป็น “ศิษย์เก่า” จากสถาบันคู่อริ…
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าจนจับคนร้ายได้บางส่วน ก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริดกับรูปแบบ และวิธีการของคนร้าย จน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกับเรียกรูปแบบการทำงานของอดีตนักศึกษากลุ่มนี้ ว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรม” เพราะมีพี่เลี้ยง มีการทำงานที่แข็งแรง และซับซ้อน
แต่ที่ทำให้สังคมสงสัย และข้องใจ คือ “เจ้ากระทรวง” อว.และ ศธ.ต้นสังกัดของสถาบันที่ก่อเหตุ และสถานศึกษาที่เหยื่อถูกกระทำ กลับไม่เทคแอคชั่น มีแค่ทำงานรูทีน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ปัญหา ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง !!
7. ป.ป.ช.ชี้มูล ’27 ผู้ต้องหา’ คดีมหากาพย์ ‘อควาเรียมหอยสังข์’
ใกล้สิ้นสุดมหากาพย์ “อควาเรียมหอยสังข์” หรือโครงการก่อสร้าง “ศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา” ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หลังยืดเยื้อยาวนาน 15 ปี นับจากวันที่อควาเรียมหอยสังข์เริ่มลงเสาเข็มเมื่อปี 2551 และมีกำหนดก่อสร้างเสร็จในปี 2554 วงเงินก่อสร้าง 800 ล้านบาท
จนถึงปัจจุบัน งบประมาณที่ถูกใช้ในการก่อสร้างจริงไม่น้อยกว่า 1.4 พันล้านบาท แต่อาคารก่อสร้างต่างๆ ยังใช้งานไม่ได้ และถูกปล่อยให้ร้าง
ล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ได้ชี้มูลเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์ มากถึง 27 ราย ซึ่งการแจ้ง “ข้อกล่าวหา” แก่ “ผู้ถูกกล่าวหา” รวม 27 ราย เป็นการรับเรื่องต่อจากการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ สอศ.เมื่อปี 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 6 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้บริหาร สอศ. 2.กลุ่มเจ้าที่ สอศ.และ 3.ผู้ประกอบการเอกชนในทุกระยะของโครงการ
คาดว่าอีกไม่นาน น่าจะมีข้อสรุปว่าสามารถชี้มูลความผิดผู้ใดหรือไม่ และมีผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่ หากมีการชี้มูลผู้กระทำความผิด จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดีต่อไป
ส่วนจะไปต่อ หรือพอแค่นี้ สำหรับการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์นั้น เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากจะก่อสร้างต่อ ก็ต้องหางบเพิ่มเติมจากที่ใช้ไปแล้ว 1.4 พันล้านบาท…
จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะลงเอยอย่างไร !!
8. ยูเนสโกขึ้นทะเบียน ‘สงกรานต์’ มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ฯ
เป็นข่าวดีส่งท้ายปี 2566 สำหรับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Songkran in Thailand Traditional Thai New Year Festival) ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 18 ที่เมืองคาเซเน สาธารณรัฐบอตสวานา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา
โดย วธ.ได้จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม และจะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองไปเรื่อยๆ จนถึงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 เพื่อแสดงถึงความพร้อมของประชาชนคนไทย ที่จะร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอด มรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของไทยให้ยั่งยืน
และเพื่อเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่ทั่วโลกต้องเดินทางมาเล่นสงกรานต์ที่ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้เข้าประเทศ
ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ปี 2566 ประเทศไทยมีมรดกโลกถึง 2 รายการ คือ “เมืองโบราณศรีเทพ” จ.เพชรบูรณ์ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แหล่งที่ 4 ของประเทศไทย…
และ “สงกรานต์ประเทศไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ !!
9. ผลประเมิน PISA 2022 เด็กไทยคะแนนตกต่ำรอบ 20 ปี
ถือเป็นข่าวร้ายส่งท้ายปีกระต่าย เมื่อองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ผู้จัดการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเป็นการวัดผลความฉลาดรู้ หรือ Literacy ใน 3 ด้าน ได้แก่ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ได้ประกาศผลการประเมิน PISA ที่จัดสอบเมื่อปี 2022 และประกาศผลในปี 2023 ซึ่งผลคะแนนของเด็กไทยที่ออกมา ค่อนข้างต่ำ และต่ำสุดในรอบ 20 ปี
ซึ่งการประเมิน PISA 2022 มีนักเรียนจากประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการประเมิน 690,000 คน ตัวแทนเด็กอายุ 15 ปี ประมาณ 29 ล้านคน จาก 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับไทยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการประเมินจาก 279 โรงเรียนจากทุกสังกัด รวม 8,495 คน ทำแบบทดสอบ และแบบสอบถาม ด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านทางแฟลชไดรฟ์ นอกจากนี้ ยังเก็บข้อมูลจากผู้บริหารโรงเรียนผ่านแบบสอบถามออนไลน์
โดยผลการประเมิน PISA 2022 ของไทย พบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์ 394 คะแนน ด้านวิทยาศาสตร์ 409 คะแนน และด้านการอ่าน 379 คะแนน ซึ่งทุกวิชามีผลคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD โดยคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์ 472 คะแนน ด้านวิทยาศาสตร์ 485 คะแนน และด้านการอ่าน 476 คะแนน ลดลงจากปี 2018
ทำให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.สั่งตั้งคณะทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา ที่มี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ.เป็นประธาน โดยตั้งเป้าให้ผลการประเมิน PISA ในปี 2025 จะต้องอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น อย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่าการประเมินในปี 2018 ที่อยู่ในลำดับที่ 59…
ต้องรอดูว่า ศธ.จะดันคะแนน PISA 2025 ของเด็กไทย ให้สูงขึ้นได้หรือไม่ !!
10. พิพิธภัณฑ์สหรัฐเตรียมส่งคืน ‘โกลเด้น บอย-ประติมากรรมสตรี’
เป็นอีกหนึ่งข่าวดีรับปีมังกร เมื่อ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน หรือ เดอะ เมท (The Metropolitan Museum of Art หรือ The MET) สหรัฐอเมริกา เตรียมส่งคืนโบราณวัตถุให้แก่ประเทศไทย จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ประติมากรรม พระศิวะ หรือ Golden Boy อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นรูปพระศิวะสวมเครื่องทรงแบบบุคคลชั้นสูง ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม ซึ่งพบไม่มาก ประติมากรรมสูง 129 เซนติเมตร มีเทคนิคการสร้างแบบพิเศษ คือหล่อด้วยสำริดและกะไหล่ทอง และ ประติมากรรมสตรี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สูง 43 เซนติเมตร อยู่ในท่านั่งชันเข่า และยกมือไหว้เหนือศีรษะ แต่งกายแบบบุคคลชั้นสูง หล่อด้วยสำริดมีร่องรอยการประดับด้วยโลหะเงิน และทอง
การส่งคืนโบราณวัตถุครั้งนี้ เนื่องจาก เดอะ เมท ตรวจสอบรายการโบราณวัตถุที่มีประวัติการได้มาเกี่ยวข้องกับนายหน้าค้าโบราณวัตถุ ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้แจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2562 และปี 2564 คณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ฯ จึงมีมติถอดโบราณวัตถุทั้ง 2 รายการ ออกจากบัญชีทะเบียนโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ และประสานแจ้งการส่งคืนแก่ไทยตามข้อตกลงกับสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้ ผ่านสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครนิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นปี 2566 ไทยเคยได้รับมอบโบราณวัตถุบ้านเชียง จำนวน 13 รายการ ที่ชาวไทยในสหรัฐส่งมอบคืน เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ประกอบด้วย ภาชนะดินเผา 5 รายการ และกำไลสำริด 8 รายการ
ต้องรอลุ้นด้วยใจระทึก ว่าวัตถุโบราณล่าสุดทั้ง 2 รายการ จะกลับคืนสู่แผ่นดินไทยเมื่อใด !!
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 ธันวาคม 2566
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนสถานการณ์หลายมิติในระบบการศึกษาและวัฒนธรรมไทย ภายใต้รัฐบาลใหม่ที่มีรัฐมนตรีศึกษาธิการ อว. และวัฒนธรรมชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง แต่ยังไม่มีผลงานเด่นชัดในช่วง 3 เดือนแรก สังคมคาดหวังให้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพครู เด็กหลุดออกกลางคัน และการปฏิรูปการเรียนรู้
ด้านวัฒนธรรม รัฐมนตรีใหม่ประกาศผลักดัน Soft Power 11 อุตสาหกรรม ปรับกฎหมายภาพยนตร์-วีดิทัศน์ และเตรียมเสนอแหล่งมรดกโลกใหม่ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการมุ่งแก้ “หนี้ครู” มูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ผ่านการรีไฟแนนซ์ ลดดอกเบี้ย และให้รัฐช่วยกรรมการดอกเบี้ยในวงเงินกู้ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ในอุดมศึกษา พบการซื้อขายผลงานวิจัย 109 ราย ฟาก ทปอ. และ อว. เดินหน้าตรวจสอบเข้มจริยธรรมวิจัย ด้านการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย TCAS67 มี 4 รอบเหมือนเดิม พร้อมยกเว้นค่าสมัครรอบแอดมิชชั่น ขณะเดียวกัน ปัญหานักเรียนนักเลงรุนแรงขึ้นจนมีลักษณะคล้ายองค์กรอาชญากรรม อีกทั้งโครงการอควาเรียมหอยสังข์ 1.4 พันล้านถูก ป.ป.ช. ชี้มูล 27 ราย ปีนี้ไทยมีข่าวดีจากยูเนสโกยกสถานะสงกรานต์เป็นมรดกโลก และข่าวร้ายคือคะแนน PISA 2022 ของเด็กไทยลดต่ำสุดในรอบ 20 ปี จนต้องเร่งแก้คุณภาพการศึกษาอย่างเร่งด่วน
ข้อสอบ
ก. การจัดงานเฉลิมฉลองสงกรานต์หลังเป็นมรดกโลก
ข. การซื้อขายงานวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัย
ค. การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุยิงนักเรียนอาชีวะ
ง. การยกเว้นค่าสมัครสอบ TCAS รอบแอดมิชชั่น
2. หากคุณเป็นผู้บริหาร ศธ. จะจัดลำดับความสำคัญใดก่อนเพื่อแก้ภาวะคะแนน PISA ต่ำที่สุดรอบ 20 ปี?
ก. เพิ่มกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์
ข. เร่งพัฒนา Soft Power ในโรงเรียน
ค. ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้พื้นฐานและระบบประเมินภายใน
ง. ขยายการยกเว้นค่าสมัครสอบมหาวิทยาลัย
3. การแก้ปัญหาหนี้ครูแบบ “แบ่งกลุ่มสีเขียว-เหลือง-แดง” สะท้อนหลักการบริหารใด?
ก. การบริหารแบบมุ่งผลลัพธ์ (Result-based Management)
ข. การแก้ปัญหาแบบจำแนกความเสี่ยงและจัดการตามระดับ
ค. การเพิ่มสวัสดิการครูตามความอาวุโส
ง. การกระจายอำนาจทางการคลังให้ท้องถิ่น
4. ข้อใดสะท้อนความท้าทายด้านธรรมาภิบาลในการศึกษา “มากที่สุด”?
ก. นักเรียนนักเลงก่อเหตุต่อเนื่อง
ข. การทุจริตโครงการอควาเรียมหอยสังข์
ค. คะแนน PISA ลดลง
ง. การยกเลิกค่าใช้จ่าย TCAS
5. หากต้องเสนอแผนเร่งด่วนต่อ ครม. เพื่อเพิ่มผลงานของรัฐมนตรีด้านการศึกษาใน 3 เดือนแรก ข้อใดเหมาะสมที่สุด?
ก. จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก
ข. ใช้งานเก่าและปรับปัดฝุ่นประกาศเป็นผลงานใหม่
ค. ประกาศมาตรการชัดเจนแก้หนี้ครู วินัยวิจัย และปฏิรูปการเรียนรู้ควบคู่กัน
ง. เน้นการประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของ soft power
คลิกเฉลย >>>