
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. … และเห็นชอบ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. และหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
“ที่ประชุมยังอนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวนทั้งสิ้น 16,019 อัตรา ดังนี้
ทั้งนี้ ให้ สพฐ. สอศ. และ สกร. สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 3,938 อัตรา จำนวน 183 อัตรา และจำนวน 8 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติ ครม. และที่ประชุม ศธ.โดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับส่วนราชการนั้นๆ” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 24 สิงหาคม 2566

ข่าวเกี่ยวกัน
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2566
24 สิงหาคม 2566 / ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2566 โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้
@เห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ….
ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่า ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ได้บังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ไม่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับความเหมาะสมและเพื่อความมีประสิทธิภาพ โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
· กำหนดขั้นตอนการรายงานการดำเนินการทางวินัยการและการรายงานการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาและมิได้สังกัดเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสถานศึกษาที่สอนระดับปริญญา โดยยกเลิกคำนิยามและอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือปลัดกระทรวงอื่นที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการรายงานการดำเนินการทางวินัยตามระเบียบนี้ออก เนื่องจากหน่วยงานการศึกษาที่สังกัดปลัดกระทรวงดังกล่าว เช่น สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติจัดตั้งแล้วและมีองค์กรการบริหารงานบุคคลของตนเองแล้ว คือ สภามหาวิทยาลัย/สภาสถาบันทำหน้าที่ออกข้อบังคับการบริหารงานบุคคลและดำเนอนการบริหารงานบุคคล
· กำหนดระยะเวลาการดำเนินการซึ่งเกี่ยวข้องกับการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการ
· กำหนดวิธีการและเอกสารประกอบการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการให้ออกจากราชการของผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แล้วแต่กรณี อาจกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมีรายการตามเอกสารตามรายการแนบท้ายระเบียบ
@เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.6/ว 14 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ข้อ 12 กำหนดว่า “การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
ก.ค.ศ. จึงได้จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่ใกล้เคียงไปเรียกบรรจุครูผู้ช่วยได้ในกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนไม่มีผู้สอบได้หรือไม่มีการขึ้นบัญชีไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้สถานศึกษามีครูปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนครู รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ได้ปรับให้มีระยะเวลาการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น และเป็นไปตามระเบียบและหลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ซึ่ง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว
สรุปสาระสำคัญ หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ใช้สำหรับการขอใช้บัญชีเฉพาะสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การขอใช้บัญชี
– หลักการการขอใช้บัญชีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่จะบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ใกล้เคียงที่สุด โดยพิจารณาจากระยะทางที่ตั้งระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
– การขอใช้บัญชีสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่จะบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ใกล้เคียงที่สุดก่อน โดยพิจารณาจากระยะทางระหว่างที่ตั้งของสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้งกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หากไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
การดำเนินการขอใช้บัญชี
– เมื่อมีตำแหน่งว่าง ผู้ขอใช้บัญชีจะต้องเสนอข้อมูลจำนวนตำแหน่งว่างในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ประสงค์ขอใช้บัญชี และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชาฯ ที่ประสงค์ขอใช้ ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี พิจารณา
– เมื่อผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีของผู้ขอใช้บัญชีแล้ว จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีเดิม
– กรณีเมื่อผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่สมัครใจและได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ของผู้ขอใช้บัญชีแล้ว หากไม่ไปรายงานตัวตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือขอสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่อาจรับการบรรจุและแต่งตั้งตามวันที่กำหนดได้ ให้ถือว่าผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง และจะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ทั้งบัญชีเดิมตามประกาศของผู้ขอใช้บัญชี
– เมื่อบรรจุและแต่งตั้งสอบแข่งขันได้แล้ว สถานศึกษาที่รับการบรรจุและแต่งตั้งจะต้องมีอัตรากำลังสายางานการสอน ไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด
การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่นให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
@อนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวนทั้งสิ้น 16,019 อัตรา ดังนี้
· สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 106 อัตรา
· สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 5 อัตรา
· สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15,194 อัตรา
· สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 539 อัตรา
· สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 175 อัตรา

ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 3,938 อัตรา จำนวน 183 อัตรา และจำนวน 8 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติ ครม. และที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการโดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับส่วนราชการนั้น ๆ
ที่มา : ศธ 360 องศา
เกี่ยวข้องกัน
การวางแผน(จัดสรร) อัตราครูเกษียณเพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งครูตามโครงการครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานการประชุม ก.ค.ศ. เปิดเผยผลการประชุมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่ประชุมเห็นชอบร่างระเบียบการรายงานการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการ เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน และกำหนดขั้นตอน ระยะเวลา และวิธีการรายงานที่ชัดเจน รวมถึงรองรับการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักเกณฑ์การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากเขตพื้นที่หนึ่งไปใช้ในอีกเขตหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู โดยกำหนดหลักการ วิธีการขอใช้บัญชี การเปลี่ยนสถานะผู้สอบแข่งขันได้ และระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน
ที่ประชุมยังอนุมัติการจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณปี 2566 จำนวน 16,019 อัตรา ในหลายสังกัด รวมทั้งให้ สพฐ. สอศ. และ สกร. สงวนอัตราครูผู้ช่วยบางส่วนเพื่อรองรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นตามมติ ครม. ทั้งหมดเพื่อให้สถานศึกษามีบุคลากรเพียงพอและบริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อสอบ
ก. ลดภาระงานของผู้บริหารโรงเรียน
ข. ให้การรายงานสอดคล้องบริบทการบริหารบุคคลปัจจุบัน
ค. เพิ่มบทลงโทษครูผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรง
ง. ขยายอำนาจปลัดกระทรวงต่าง ๆ ให้ครอบคลุมการศึกษา
2. หลักเกณฑ์การใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากเขตอื่น ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใดโดยตรง
ก. การเลื่อนวิทยฐานะไม่ทันเวลา
ข. การกระจายภาระงานครูไม่เท่าเทียม
ค. การขาดแคลนครูในบางพื้นที่
ง. การใช้จ่ายงบประมาณบรรจุครูไม่โปร่งใส
3. การยกเลิกอำนาจปลัดกระทรวงอื่น (ที่ไม่ใช่ ศธ.) ในระเบียบฉบับใหม่สะท้อนหลักการใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจภายในกระทรวงศึกษาธิการ
ข. การเคารพโครงสร้างบริหารบุคคลของหน่วยงานที่มี พ.ร.บ. จัดตั้งแล้ว
ค. การลดบทบาทสภามหาวิทยาลัย
ง. การเพิ่มอำนาจ ก.ค.ศ. เหนือทุกหน่วยงานการศึกษา
4. ในการจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณ ข้อใดสะท้อนหลักการ “ประโยชน์ราชการเป็นสำคัญ” ตามเจตนารมณ์บทความ
ก. การให้ทุกหน่วยงานจัดสรรอัตราเท่าเทียมกัน
ข. การสงวนอัตราครูผู้ช่วยรองรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
ค. การกระจายอัตราไปยังโรงเรียนใหญ่ก่อน
ง. การเร่งบรรจุครูโดยไม่คำนึงคุณสมบัติ
5. หากสำนักงานเขตพื้นที่ไม่มีผู้สอบได้ในกลุ่มวิชาที่ต้องการ การตัดสินใจใดถูกต้องตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่สุด
ก. เปิดสอบใหม่ทุกครั้งเพื่อความเท่าเทียม
ข. ขอใช้บัญชีจากเขตใกล้เคียงโดยพิจารณาระยะทางเป็นหลัก
ค. ขอใช้บัญชีจากเขตที่มีจำนวนผู้สอบได้มากที่สุด
ง. ใช้บัญชีเดิมของเขตพื้นที่แม้หมดอายุแล้ว
คลิกเฉลย >>>