สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M184_“ตรีนุช” จี้ผู้ตรวจราชการศธ.ตามติดนโยบายทุกสัปดาห์

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ประชุมผู้ตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยได้มอบนโยบายและแนวทางการตรวจราชการในประเด็นหลัก ได้แก่

  • ปักหมุด นำนักเรียนไทย กลับสู่ห้องเรียน ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งสร้างระบบเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของเด็กตกหล่นและออกกลางคันที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และนำไปใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเก็บตกเด็กผู้ที่พลาดโอกาสทางการศึกษา และหลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนในระบบการศึกษาที่มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมกรการอาชีวศึกษา (สอศ.) หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อส่งต่อเด็กที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เนื่องจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะครอบครัวได้รับผลกระทบเกี่ยวกับรายได้และค่าครองชีพ เพื่อเข้าเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ 
  • โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งเป้าหมายของการดำเนินการโรงเรียนคุณภาพคือการสร้างโรงเรียนเครือข่าย โดยจะมาจัดทำแผนที่โรงเรียนในจังหวัดว่ามีโรงเรียนประถมศึกษากี่แห่งและโรงเรียนมัธยมศึกษาอีกที่แห่งที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อนำมาควบรวมสร้างเป็นโรงเรียนคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียนขึ้นไป ซึ่งจะเติมการศึกษาอย่างครบวงจรให้โรงเรียนที่ยกระดับขึ้นเป็นโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งแต่นโยบายดังกล่าวของตนจะมีตัวชี้วัดอะไรบ้าง

ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่ผู้ตรวจราชการจะต้องไปดำเนินการตรวจติดตามตามนี้ เพื่อสะท้อนปัญหานโยบายต่างๆเดินหน้าสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนว่านโยบายที่สั่งการลงไปจากส่วนกลางระดับพื้นที่ที่เป็นฝ่ายปฎิบัติยังขาดความเข้าใจในนโยบาย อย่างไรก็ตามจากนี้ไปบทบาทของผู้ตรวจราชการ ศธ. จะต้องงานอย่างหนักและนำนโยบายที่ตนสั่งการลงไปมารายงานให้ตนรับทราบทุกๆสองสัปดาห์ว่าสิ่งที่ลงไปติดตามตนจะต้องแก้ไขหรือปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 

สรุปสาระสำคัญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบนโยบายและแนวทางการตรวจราชการแก่ผู้ตรวจราชการ ศธ. โดยมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ คือ การนำเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่ห้องเรียน และการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในระดับพื้นที่ นโยบายแรกเน้นการค้นหา ติดตาม และส่งต่อเด็กตกหล่นหรือออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และ สอศ. เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่จบ ม.3 แต่ขาดโอกาสเรียนต่อ เข้าสู่การอาชีวศึกษาในรูปแบบเรียนฟรี อยู่ประจำ และมีอาชีพรองรับ นโยบายที่สองคือการพัฒนา “โรงเรียนคุณภาพ” โดยจัดทำแผนที่โรงเรียนในแต่ละจังหวัด ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นโรงเรียนเครือข่ายที่มีความพร้อมและจัดการศึกษาได้อย่างครบวงจร ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการมีบทบาทสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบ และสะท้อนผลการดำเนินนโยบายจากพื้นที่ เพื่อประเมินความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และเสนอแนวทางปรับปรุง โดยต้องรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างสม่ำเสมอทุกสองสัปดาห์ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม 

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

วัตถุประสงค์เชิงระบบที่สำคัญที่สุดของนโยบาย “นำเด็กกลับสู่ห้องเรียน” คือข้อใด
ก. เพิ่มอัตราการเข้าเรียนให้สูงขึ้นในระยะสั้น
ข. แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล
ค. สร้างระบบข้อมูลและการส่งต่อเพื่อการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
ง. ลดภาระงบประมาณด้านการศึกษาของรัฐ

 

ข้อที่ 2 

หากพื้นที่หนึ่งมีเด็กจบ ม.3 จำนวนมากที่ไม่เรียนต่อเนื่องจากปัญหารายได้ แนวทางใดสอดคล้องกับนโยบายมากที่สุด
ก. ขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น ม.6
ข. ส่งเสริมให้เรียนออนไลน์ควบคู่การทำงาน
ค. จัดหาทุนการศึกษาเฉพาะกลุ่ม
ง. ส่งต่อเข้าสู่โครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

 

 

ข้อที่ 3

สาระสำคัญของนโยบาย “โรงเรียนคุณภาพ” คือการจัดการศึกษาในลักษณะใด
ก. กระจายงบประมาณให้ทุกโรงเรียนเท่าเทียม
ข. ควบรวมและสร้างเครือข่ายโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพ
ค. ยุบโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด
ง. มุ่งพัฒนาเฉพาะโรงเรียนมัธยมศึกษา

 

ข้อที่ 4

บทบาทใหม่ของผู้ตรวจราชการ ศธ. ตามบทความ คือข้อใด
ก. ทำหน้าที่ประเมินผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนเป็นหลัก
ข. กำหนดนโยบายแทนส่วนกลาง
ค. ตรวจติดตามและสะท้อนปัญหาการนำนโยบายไปปฏิบัติ
ง. บริหารงบประมาณสถานศึกษาในพื้นที่

 

ข้อที่ 5 

เหตุใดรัฐมนตรีจึงกำหนดให้รายงานผลการตรวจติดตามทุก 2 สัปดาห์
ก. เพื่อเร่งรัดการใช้งบประมาณให้ทันปีงบ
ข. เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการโยกย้ายบุคลากร
ค. เพื่อควบคุมการทำงานของผู้ตรวจราชการ
ง. เพื่อปรับปรุงนโยบายให้ทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

 

 

ข้อ 6

วัตถุประสงค์หลักของนโยบาย “ปักหมุดนำนักเรียนไทยกลับสู่ห้องเรียน” คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนนักเรียนในระบบให้สูงขึ้นตามเป้าหมายเชิงปริมาณ
ข. แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล
ค. นำเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ
ง. ลดภาระงบประมาณด้านการศึกษาของรัฐ

 

ข้อ 7

การส่งต่อเด็กจบ ม.3 ที่มีแนวโน้มไม่ได้เรียนต่อไปยังโครงการอาชีวะอยู่ประจำ สะท้อนแนวคิดการบริหารใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การบริหารเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงาน
ค. การบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง
ง. การบริหารตามสายงานปกติ

 

ข้อ 8  

สาระสำคัญของนโยบายโรงเรียนคุณภาพตามบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนขนาดใหญ่ในทุกอำเภอ
ข. การยุบโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด
ค. การจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนเอกชน
ง. การควบรวมและยกระดับโรงเรียนเป็นเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ

 

 

ข้อ 9

บทบาทสำคัญที่สุดของผู้ตรวจราชการ ศธ. ตามนโยบายนี้คือข้อใด
ก. การจัดทำหลักสูตรใหม่
ข. การบริหารงบประมาณในระดับโรงเรียน
ค. การติดตาม ตรวจสอบ และสะท้อนปัญหาการนำนโยบายไปปฏิบัติ
ง. การสั่งการโรงเรียนโดยตรงแทนเขตพื้นที่

 

ข้อ 10  

การกำหนดให้รายงานผลการติดตามทุกสองสัปดาห์ มีผลต่อการบริหารนโยบายอย่างไร
ก. เพิ่มภาระงานเอกสารให้พื้นที่
ข. ทำให้การตัดสินใจล่าช้า
ค. ลดความรับผิดชอบของหน่วยปฏิบัติ
ง. เอื้อต่อการปรับปรุงนโยบายอย่างต่อเนื่องและทันต่อสถานการณ์

 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม