สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M157_‘ตรีนุช’ ให้การบ้านผู้ตรวจฯศธ.ติดตาม 3 ประเด็นการศึกษา

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนได้ประชุมกับ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ และ ผู้ตรวจราชการศธ.ทุกคน โดยตนได้มอบนโยบายและแนวทางการตรวจราชการ ในปีงบประมาณ 2565 ว่า

ประเด็นในการตรวจติดตามขอให้เน้นตรวจติดตามในประเด็นสำคัญในช่วงนั้นๆ เช่น ขณะนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องตรวจติดตาม คือ

1.การเปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 แบบในชั้นเรียนปกติ หรือ on-site ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า โรงเรียนในสังกัด ศธ. สามารถเปิดสอนแบบออนไซต์ได้หรือไม่ จำนวนเท่าไหร่ เปิดสอนแล้วได้ดำเนินการตามมาตรการของ ศธ.หรือไม่ มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง และในกรณีที่เปิดสอนไม่ได้เพราะอะไร

2.โครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนดี 4 มุมเมือง มีการดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และ

3.เรื่องการติดตามเด็กตกหล่น นักเรียนออกกลางคัน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งนี้ ประเด็นการตรวจราชการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์

สำหรับแนวทางการตรวจราชการให้ใช้วิธีผสมผสานสื่อทางไกลกับการตรวจในพื้นที่ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ กรณีไปตรวจราชการในพื้นที่ขอให้ดำเนินการอย่างเรียบง่ายไม่เป็นภาระต่อครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ เน้นตรวจราชการให้ได้ข้อมูลเชิงคุณภาพ มากกว่าเชิงปริมาณ และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนานำเสนอด้วย ซึ่งเนื้อหาที่ใช้ในการรายงานต้องสั้น กระชับ ให้นำเสนอโดยใช้อินโฟกราฟิก ซึ่งเป็นการแสดงผลของข้อมูลหรือโดยภาพที่อ่านและเข้าใจง่ายเพียง 1-2 แผ่น ไม่ใช้เอกสารจำนวนมาก และให้รายงานทุกสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 8 ธันวาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายการตรวจราชการปีงบประมาณ 2565 โดยเน้นการติดตามประเด็นสำคัญตามสถานการณ์ปัจจุบันเป็นหลัก ได้แก่ (1) การเปิดภาคเรียนแบบ on-site ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยตรวจสอบความพร้อม การปฏิบัติตามมาตรการ ปัญหาอุปสรรค และเหตุผลกรณีไม่สามารถเปิดเรียนได้ (2) การดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและโรงเรียนดี 4 มุมเมือง ว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ และ (3) การติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันทุกระดับ เพื่อดึงกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

แนวทางการตรวจราชการให้ใช้รูปแบบผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีทางไกลและการลงพื้นที่จริง โดยเน้นความเรียบง่าย ไม่สร้างภาระแก่ครูและผู้บริหารในพื้นที่ มุ่งเน้นข้อมูลเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนา การรายงานควรกระชับ ใช้อินโฟกราฟิก 1–2 แผ่น เข้าใจง่าย แทนเอกสารจำนวนมาก และต้องรายงานผลเป็นรายสัปดาห์ ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนประเด็นการตรวจได้ตามบริบทสถานการณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษามีความยืดหยุ่น ทันต่อปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบายการตรวจราชการเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. ปริมาณเอกสาร
ข. ความรวดเร็ว
ค. ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ง. การลงพื้นที่ทุกแห่ง

ข้อ 2 เหตุใดต้องตรวจการเปิดเรียน on-site
ก. เพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียน
ข. เพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัย
ค. เพื่อประเมินงบประมาณ
ง. เพื่อแข่งขันกับเอกชน

ข้อ 3 หากโรงเรียนเปิด on-site ไม่ได้ ควรตรวจอะไร
ก. ความสวยงาม
ข. งบประมาณ
ค. เหตุผลและอุปสรรค
ง. จำนวนครู

ข้อ 4 โครงการโรงเรียนคุณภาพเน้นอะไร
ก. ผลสอบ
ข. ความบันเทิง
ค. บรรลุวัตถุประสงค์
ง. จำนวนอาคาร

ข้อ 5 การติดตามเด็กตกหล่นมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. เพิ่มรายได้
ค. นำกลับเข้าสู่ระบบ
ง. ลดงบประมาณ

ข้อ 6 แนวทางตรวจราชการที่เหมาะสมคือ
ก. ใช้เอกสารจำนวนมาก
ข. ลงพื้นที่เท่านั้น
ค. ใช้เทคโนโลยีผสมผสาน
ง. ไม่ต้องรายงาน

ข้อ 7 เหตุใดต้องไม่สร้างภาระต่อครู
ก. ครูไม่สำคัญ
ข. ลดเวลาเรียน
ค. เพื่อให้ทำงานได้เต็มที่
ง. เพื่อลดงบ

ข้อ 8 การใช้อินโฟกราฟิกมีข้อดีคือ
ก. ใช้งบมาก
ข. เข้าใจง่าย กระชับ
ค. ใช้เวลานาน
ง. ซับซ้อน

ข้อ 9 การรายงานรายสัปดาห์ช่วยอะไร
ก. ลดงาน
ข. ติดตามต่อเนื่อง
ค. เพิ่มเอกสาร
ง. ลดข้อมูล

ข้อ 10 การปรับประเด็นตรวจตามสถานการณ์สะท้อนอะไร
ก. ความไม่แน่นอน
ข. ความยืดหยุ่น
ค. ความล่าช้า
ง. ความสิ้นเปลือง

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม