สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M285_ผนึกกำลังขับเคลื่อนการเรียนการสอนแบบ Active Learning

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนการนิเทศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบ Active Learning 245 เขตพื้นที่ ซึ่งจัดโดยหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. มีผู้เข้าร่วมการประชุม ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting และ Google Meet กว่า 600 แอคเคานท์ และลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม กว่า 1,000 คน โดยศึกษานิเทศก์เป็นกลไกสำคัญของการนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติ เป็นผู้ที่เชื่อมรอยต่อระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เป็นพี่เลี้ยงให้กับครูในการขับเคลื่อน Active Learning ลงสู่ห้องเรียนเพื่อการพัฒนาคุณภาพ และสมรรถนะผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป้าหมายในการพัฒนาครูด้าน Active Learning ครบ 100% ภายในเดือนกันยายน 2565 สำหรับเขตพื้นที่ ที่มีครูยังไม่ได้รับการพัฒนา และเขตพื้นที่ที่ได้มีการพัฒนาขับเคลื่อนครบทุกคน ศึกษานิเทศก์ลงไปติดตาม ช่วยเหลือ เสริมแรง ให้ครูปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Active Learning อย่างเป็นรูปธรรม 

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นคือคุณภาพผู้เรียน โดยเน้นที่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และการที่จะทำให้ครูไปถึงการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิดสมรรถนะผู้เรียนได้นั้น ศึกษานิเทศก์จะต้องเข้าถึงห้องเรียน โดยศึกษานิเทศก์มีความเข้าใจในคอนเซปต์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning แล้วดำเนินการให้นักเรียน ได้คิด+ลงมือปฏิบัติ+สื่อสารความเข้าใจถูกต้อง ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ในชั่วโมงสอน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในทุกๆ แผนการจัดการเรียนรู้ 

เมื่อเด็กได้ฝึกคิดในทุกคาบ เด็กก็จะคิดเป็นระบบ ส่วนการบูรณาการตัวชี้วัด/ข้ามรายวิชา ลดทอนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน ลดภาระชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนมีเวลาเหลือ บวกกับได้รับการฝึกคิดแบบอัตโนมัติ จะทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่น่าภาคภูมิใจ และครูเติมบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์จนเป็นวิถีธรรมชาติ เราจะได้เด็กที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ คุณลักษณะที่ดี ครบตามมาตรฐาน และมีสมรรถนะ ด้วย Ultimate Outcome โดยการสร้างสถานการณ์ เปิดเวทีให้นักเรียนได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และเห็นคุณค่าจากสิ่งที่ได้ปฏิบัติ สามารถต่อยอดไปยังทักษะอาชีพได้ในอนาคต 

ทั้งนี้ ขอชื่นชมและขอบคุณศึกษานิเทศก์ทุกคนทั่วประเทศที่มีความมุ่งมั่น เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และคุณภาพผู้เรียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งเสียสละทุ่มเทให้กับการทำงานเชิงพื้นที่ สพฐ. โดยการนำของเลขาธิการ กพฐ. พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างศึกษานิเทศก์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อไป” รองเลขาธิการ กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ 11 กรกฎาคม 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ.’ ตั้งเป้าอบรมครูสอน Active Learning 100% ชี้ให้เด็กมีสมรรถนะ-ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งเป้าขับเคลื่อนให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยวางแผนการขับเคลื่อนเป็น 2 เฟส ดังนี้

          เฟสที่ 1 สพฐ.ตั้งเป้าไว้ว่าภายในเดือนกันยายนนี้ ครูต้องได้รับการอบรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้ครบ 100% ซึ่งที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ ร่วมกับคณะทำงาน ONE TEAM ประกอบด้วย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) , สำนักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) , สำนักบริหารความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา (สบว.) , สำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (สบน.) และ หน่วยศึกษานิเทศก์ ไปตรวจโรงเรียนหลายจังหวัด พบว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 81 แห่ง ทั่วประเทศ ได้ดำเนินการอบรมครูครบเรียบร้อยแล้ว และจะเร่งขับเคลื่อนต่อไปให้ครบทั่วประเทศต่อไป

โดยระดับนโยบายให้ทุกหน่วยงายขับเคลื่อน Active Learning พร้อมกับมอบหมายให้ตนขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ Active Learning เกิดแรงกระเพื่อมทั้งประเทศ นอกจากจะขับเคลื่อน Active Learning แล้ว ตนจะขับเคลื่อนให้ครูจัดการเรียนการสอนให้เด็กเกิดสมรรถนะ หรือ Ultimate Outcome และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้วย จากการลงพื้นที่ ตนพบว่าบางโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไปแล้ว แต่โรงเรียนไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือ Active Learning ดังนั้น จะเห็นว่า โรงเรียนบางแห่งไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่จะทำอย่างไรให้ทุกๆวิชา สามารถสร้างและกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิดได้

          เฟสที่ 2 ระดับพื้นที่ ต้องผลักดันการจัดการเรียนรู้ที่สอดแทรก Active Learning เข้าไปในห้องเรียนโดยตรง ทั้งนี้ครูต้องวางแผนบูรณาการการจัดการเรียนการสอนร่วมกันด้วย เพราะ สพฐ. เชื่อว่า การที่เด็กจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ สร้างองค์ความรู้ของตนเองได้ จะต้องมีเวลา และการที่เด็กจะสามารถมีเวลาได้นั้น ทุกวิชาต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อวางแผนตัดทอนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน โดยให้รวบตัวชี้วัดเข้าไว้ด้วยกัน และสอนเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนไม่ต้องเรียนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน และเด็กสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งจะส่งผลดีกับนักเรียน คือ นักเรียนจะมีการบ้านน้อยลง ทำให้เด็กมีเวลาคิด มีเวลาสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดความรู้และทักษะของตนเองได้ หากขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมให้เด็กทุกคนมีโอกาสคิด มีสมรรถนะ และมีทักษะต่อยอดความรู้ต่อไปได้” นางเกศทิพย์ กล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) อย่างจริงจัง โดยมีศึกษานิเทศก์เป็นกลไกหลักในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เชื่อมโยงระหว่างเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ครูสามารถปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม สพฐ.ตั้งเป้าพัฒนาครูด้าน Active Learning ให้ครบ 100% ภายในเดือนกันยายน 2565 ผ่านการดำเนินงานเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรกอบรมครูทั่วประเทศ และเฟสที่สองผลักดันการบูรณาการ Active Learning ในห้องเรียนจริง โดยเน้นการรวมตัวชี้วัด ลดเนื้อหาซ้ำซ้อน และลดภาระชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนมีเวลาคิด ลงมือปฏิบัติ และสร้างสรรค์ผลงาน เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถต่อยอดสู่ทักษะอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเชื่อว่าการฝึกคิดอย่างต่อเนื่องในทุกคาบเรียนจะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 

บทบาทสำคัญที่สุดของศึกษานิเทศก์ในการขับเคลื่อน Active Learning ตามบทความคือข้อใด
ก. เป็นผู้ตรวจสอบการจัดการเรียนการสอนของครู
ข. เป็นผู้กำหนดแผนการสอนแทนครู
ค. เป็นกลไกเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติและพี่เลี้ยงครู
ง. เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

ข้อ 2 

การบูรณาการตัวชี้วัดข้ามรายวิชามีผลเชิงนโยบายต่อผู้เรียนอย่างไรเป็นสำคัญ
ก. เพิ่มจำนวนเนื้อหาที่ต้องเรียน
ข. ลดเวลาเรียนในห้องเรียน
ค. ลดภาระงานเอกสารของครู
ง. เพิ่มเวลาให้ผู้เรียนคิดและสร้างสรรค์ผลงาน

 

ข้อ 3 

“Ultimate Outcome” ตามแนวคิดในบทความหมายถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. คะแนนสอบมาตรฐานระดับชาติ
ข. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการเพียงอย่างเดียว
ค. สมรรถนะผู้เรียนควบคู่คุณลักษณะและการประยุกต์ใช้
ง. การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลุ่มเป็นหลัก

ข้อ 4 

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการขับเคลื่อน Active Learning ให้สอดคล้องกับนโยบาย สพฐ. ควรดำเนินการใดก่อน
ก. เพิ่มจำนวนชิ้นงานให้ผู้เรียน
ข. สั่งให้ครูทุกคนใช้รูปแบบเดียวกัน
ค. บูรณาการแผนการสอนร่วมกันทั้งโรงเรียน
ง. เน้นการประเมินผลปลายภาคเป็นหลัก

ข้อ 5 

แนวคิดใดสะท้อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามบทความได้ชัดเจนที่สุด
ก. การเพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. การจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนคิดและลงมือทำ
ค. การใช้สื่อเทคโนโลยีขั้นสูงในทุกโรงเรียน
ง. การวัดผลด้วยข้อสอบมาตรฐานเดียวกัน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น