
เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้จัดการประชุมพิจารณากรอบแนวคิด โครงการวิจัยเชิงสำรวจทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) ของคนไทยช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น เพื่อตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้ของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี และระบบประชุมออนไลน์ผ่าน WEBEX MEETING โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการ สภาการศึกษา (ดร.คมกฤช จันทร์ขจร) เป็นประธานในการประชุม และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษากว่า ๑๘ ท่าน เข้าร่วม การพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงกรอบแนวคิดและดำเนินโครงการวิจัยต่อไป

โครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการศึกษากรอบทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) ของคนไทยแต่ละช่วงวัย สำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Disruption) ของโลกศตวรรษที่ ๒๑ ไม่ว่าจะเป็น
· การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร (Population Disruption) ช่องว่างระหว่างช่วงวัยที่ขยายกว้างขึ้น (Generation Disruption)
· การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี (Technology Disruption)
· การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอาชีพและการทำงาน (Career Disruption)
· การเปลี่ยนแปลงของทักษะและกระบวนการเรียนรู้ (Learning Disruption)
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ผลสรุปชุดทักษะแห่งอนาคตทั้งสิ้น ๔๑ ทักษะ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัยในการรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแตกต่างกัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นี้ จึงเป็นการต่อยอดการดำเนินการเพื่อสำรวจสภาพการณ์และระดับปัจจุบันของทักษะเป้าหมายในช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางการส่งเสริมต่อไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้จัดประชุมพิจารณากรอบแนวคิดโครงการวิจัยเชิงสำรวจ “ทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills)” ของคนไทยช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ การประชุมมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ร่วมให้ข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงกรอบแนวคิดและยกระดับการดำเนินโครงการให้มีความเหมาะสม
โครงการวิจัยดังกล่าวมีที่มาจากการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ 21 หรือภาวะ Disruption ในหลายมิติ ได้แก่ โครงสร้างประชากร เทคโนโลยี อาชีพและการทำงาน ตลอดจนรูปแบบการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะของผู้เรียน ในปีงบประมาณ 2564 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้สังเคราะห์ชุดทักษะแห่งอนาคตจำนวน 41 ทักษะ ที่จำเป็นต่อคนไทยในแต่ละช่วงวัย
สำหรับปีงบประมาณ 2565 เป็นการต่อยอดด้วยการสำรวจระดับและสภาพจริงของทักษะเป้าหมายในกลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่น เพื่อนำข้อมูลไปใช้กำหนดแนวทางส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง และเตรียมคนไทยให้พร้อมต่ออนาคตอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของโครงการวิจัย Future Skills ในปีงบประมาณ 2565 คือข้อใด
ก. จัดทำหลักสูตรใหม่ระดับประเทศ
ข. เปรียบเทียบทักษะของไทยกับต่างประเทศ
ค. สำรวจสภาพและระดับทักษะของวัยเรียน/วัยรุ่นในปัจจุบัน
ง. ประเมินผลการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน
ข้อ 2 ข้อใด ไม่ใช่ มิติของการเปลี่ยนแปลงแบบ Disruption ที่กล่าวถึงในบทความ
ก. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
ข. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาชีพ
ค. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ง. การเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้
ข้อ 3 เหตุผลสำคัญที่ต้องกำหนดทักษะแห่งอนาคตแตกต่างกันตามช่วงวัยคือข้อใด
ก. เพื่อลดความซ้ำซ้อนของหลักสูตร
ข. เพื่อให้การพัฒนาทักษะสอดคล้องกับพัฒนาการและบริบทของแต่ละวัย
ค. เพื่อจัดลำดับความสำคัญของโรงเรียน
ง. เพื่อเพิ่มภาระการประเมินผลผู้เรียน
ข้อ 4 หากผู้บริหารสถานศึกษานำผลวิจัย Future Skills ไปใช้ ควรเริ่มจากแนวทางใด
ก. เพิ่มจำนวนรายวิชาใหม่ทันที
ข. ปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะเป้าหมายที่ขาด
ค. ลดเวลาเรียนในห้องเรียนทั้งหมด
ง. เน้นการสอบวัดความรู้เชิงทฤษฎี
ข้อ 5 บทเรียนเชิงนโยบายที่สำคัญจากบทความนี้คือข้อใด
ก. การพัฒนาการศึกษาต้องยึดเนื้อหาวิชาการเป็นหลัก
ข. การกำหนดทักษะควรทำเฉพาะในระดับอุดมศึกษา
ค. การเตรียมคนสู่อนาคตต้องอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์และความร่วมมือหลายภาคส่วน
ง. การเปลี่ยนแปลงโลกอนาคตไม่กระทบต่อการศึกษาไทย
คลิกเฉลย >>>
