สมาชิกเข้าสู่ระบบ

The Great Resignation การลาออกครั้งมโหฬาร

มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นในสหรัฐตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 เมื่อเริ่มฟื้นตัวจากโควิด และเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะฟื้นตัว ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า The Great Resignation หรือพอจะแปลเป็นไทยแบบฝืนๆ ได้ว่า “การลาออกครั้งมโหฬาร”

สถิติและข้อมูลต่าง ๆ ชี้ว่าพนักงานตามองค์กรต่าง ๆ ของสหรัฐได้ลาออกจากงานกันเป็นจำนวนมาก (จำนวน 4 ล้านคน ในเดือน เม.ย. และ อีก 3.6 ล้านคน ในเดือน พ.ค.) ข้อมูลของ Gallup พบว่าร้อยละ 48 ของคนทำงานในสหรัฐ กำลังอยู่ระหว่างการหางานใหม่อยู่ 

นอกจากที่สหรัฐแล้ว ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากโควิด จากการสอบถามบรรดาพนักงานบริษัทต่าง ๆ จำนวนกว่า 30,000 คนทั่วโลก ของ Microsoft พบว่าร้อยละ 41 ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังคิดจะลาออก การศึกษาลักษณะเดียวกันในอังกฤษและไอร์แลนด์ พบว่า ร้อยละ 38 วางแผนที่จะลาออกภายในอีก 6 เดือน ข้างหน้า 

เลยเป็นที่สงสัยว่าสำหรับประเทศไทย เมื่อโควิดเริ่มดีขึ้น และเศรษฐกิจเริ่มพลิกฟื้นตัว องค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยจะประสบกับปรากฏการณ์เดียวกันหรือไม่ ก็เลยต้องศึกษาต่อไปว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พนักงานอยากจะย้ายงานใหม่เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น และพบว่า มาจากสาเหตุหลักสองประการ 

ประการแรก มาจากการค้นพบโลกของการทำงานแบบใหม่ที่มาจากโควิด นั้นคือการทำงานจากที่บ้านหรือจากที่อื่น ๆ (Work from home / anywhere) โควิดทำให้พบว่า

- โลกของการทำงานนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเดิมของการทำงานในออฟฟิศอีกต่อไป 

- การทำงานจากบ้านไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานลดลงจากเดิม (ในบางงาน) แถมทำให้ชีวิตมีความยืดหยุ่นและความสุขได้มากขึ้น สามารถสร้างความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น

- พนักงานหนึ่งในสามจะลาออกเลย ถ้าถูกบังคับให้กลับเข้าทำงานที่สำนักงานตลอดเวลา ไม่สามารถทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid - สลับระหว่างทำงานที่บ้านและเข้าออฟฟิศ) ได้อีกต่อไป

- พนักงานจะรู้สึกว่า การต้องกลับเข้าออฟฟิศตลอดเวลาเหมือนอดีตจะทำให้สิ่งดี ๆ หลายอย่างที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่บ้านหายไป เช่น การได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น การไม่ต้องผจญกับรถติด หรือการได้ออกกำลังกายในระหว่างวัน เป็นต้น

- การกลับเข้าออฟฟิศตลอดเวลาก็ยังนำไปสู่ภาวะที่ไม่น่าพิสมัยแบบเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน การซุบซิบนินทา หรือการต้องเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ชอบหน้ากัน เป็นต้น

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าเมื่อโควิดดีขึ้น และผู้บริหารหลายบริษัท เริ่มประกาศและบังคับให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ อัตราการลาออกถึงสูงขึ้น 

ประการที่สอง มาจากการปฏิบัติ (หรือไม่ปฏิบัติ) ขององค์กรต่อพนักงานในช่วงสถานการณ์โควิด ช่วงวิกฤติโควิด เป็นโอกาสดีที่พนักงานจะได้รับรู้ว่าเจ้านายตนเองและบริษัท มีความเอาใจใส่ในตัวพนักงานเพียงใด บริษัทใดที่ไม่ได้ดูแลในเรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ หรือคอยช่วยเหลือพนักงานที่ประสบปัญหา แถมยังทำให้พนักงานต้องมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อ (บางบริษัทยังคงให้พนักงานเข้าทำงานที่ออฟฟิศทุกวันอยู่ ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศให้ WFH) เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พนักงานก็จะมองหาโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับบริษัทที่ดูแลเอาใส่ใจพนักงานแทน 

สรุปคือในช่วงโควิดและเมื่อโควิดเริ่มคลี่คลายนั้น จะเป็นบทพิสูจน์ที่ดีว่าบริษัทใส่ใจในพนักงานอย่างแท้จริงหรือไม่ การไม่ดูแลพนักงาน การบังคับให้เข้าออฟฟิศในช่วงแพร่ระบาด รวมทั้งการเร่งรีบบังคับให้กลับเข้าออฟฟิศเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้พนักงานอยากจะลาออก 

นอกจากนี้ บริษัทที่ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในอนาคตและคิดว่ารูปแบบการทำงานทุกอย่างจะต้องกลับมาเหมือนเดิม ก็จะต้องเริ่มคิดพิจารณาใหม่ มิฉะนั้นก็อาจจะเกิดภาวะ Great Resignation กับองค์กรของท่านได้ 

บทความโดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ | คอลัมน์ "มองมุมใหม่" กรุงเทพธุรกิจ 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ 

ปรากฏการณ์ “The Great Resignation” หรือการลาออกครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2564 หลังการฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยมีพนักงานลาออกจำนวนมาก เช่น 4 ล้านคนในเดือนเมษายน และ 3.6 ล้านคนในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลยังพบว่ากว่าครึ่งของแรงงานกำลังมองหางานใหม่ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในสหรัฐฯ แต่เกิดในหลายประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ ไอร์แลนด์ และจากผลสำรวจของ Microsoft พบว่าร้อยละ 41 ของพนักงานทั่วโลกกำลังคิดลาออก

สาเหตุสำคัญมี 2 ประการ คือ ประการแรก การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานจากโควิด ทำให้เกิด Work from home หรือ Hybrid working ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่น ลดเวลาเดินทาง และช่วยสร้างสมดุลชีวิตกับงาน ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากไม่ต้องการกลับไปทำงานในออฟฟิศเต็มรูปแบบ หากถูกบังคับอาจตัดสินใจลาออก ประการที่สอง คือพฤติกรรมขององค์กรในช่วงโควิด หากองค์กรไม่ดูแลพนักงาน ไม่ใส่ใจความเป็นอยู่ หรือบังคับให้ทำงานในสภาวะเสี่ยง จะทำให้ความผูกพันลดลงและนำไปสู่การลาออกเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น

ดังนั้น องค์กรต้องปรับรูปแบบการทำงานและให้ความสำคัญกับพนักงาน มิฉะนั้นอาจเผชิญภาวะ Great Resignation เช่นเดียวกัน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ปรากฏการณ์ Great Resignation หมายถึงข้อใด
ก. การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานหลังโควิด
ข. การลาออกของพนักงานจำนวนมากหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว
ค. การเปลี่ยนงานของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น
ง. การลดจำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม

เฉลย: ข
เหตุผล: Great Resignation คือการลาออกจำนวนมากของแรงงานหลังโควิด

 

ข้อ 2

ข้อมูล Gallup พบว่าแรงงานสหรัฐมีพฤติกรรมอย่างไร
ก. 48% กำลังหางานใหม่
ข. 48% ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ค. 48% ทำงานจากบ้านทั้งหมด
ง. 48% ตกงาน

เฉลย: ก
เหตุผล: รายงานระบุว่า 48% กำลังมองหางานใหม่

 

ข้อ 3

สาเหตุสำคัญข้อแรกของการลาออกคืออะไร
ก. ค่าจ้างลดลง
ข. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ค. รูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น
ง. ภาษีสูงขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: Work from home/Hybrid ทำให้คนอยากเปลี่ยนงาน

 

ข้อ 4

ข้อใดเป็นผลดีของ Work from home
ก. เพิ่มต้นทุนองค์กร
ข. ลดประสิทธิภาพงานเสมอ
ค. เพิ่มความสมดุลชีวิต
ง. ทำให้ต้องทำงานล่วงเวลา

เฉลย: ค
เหตุผล: งานวิจัยชี้ว่าช่วย balance ชีวิตและงาน

 

ข้อ 5

พนักงานจะตัดสินใจลาออกหากเกิดเงื่อนไขใด
ก. ได้โบนัสสูง
ข. ถูกบังคับกลับเข้าออฟฟิศเต็มเวลา
ค. ได้ทำงาน OT
ง. ได้เลื่อนตำแหน่ง

เฉลย: ข
เหตุผล: หลายคนไม่ต้องการกลับระบบเดิม

 

ข้อ 6

สาเหตุที่สองของการลาออกคืออะไร
ก. เศรษฐกิจถดถอย
ข. การใช้ AI แทนแรงงาน
ค. การดูแลพนักงานขององค์กรช่วงโควิด
ง. ราคาน้ำมันสูง

เฉลย: ค
เหตุผล: องค์กรที่ไม่ดูแลพนักงานทำให้คนลาออก

 

ข้อ 7

องค์กรที่เสี่ยงต่อ Great Resignation คือแบบใด
ก. สนับสนุน Hybrid work
ข. ใส่ใจสุขภาพพนักงาน
ค. ไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน
ง. มีสวัสดิการดี

เฉลย: ค
เหตุผล: ยึดรูปแบบเดิมไม่ยืดหยุ่น

 

ข้อ 8

ผลสำรวจ Microsoft พบว่าแรงงานทั่วโลกคิดลาออกกี่เปอร์เซ็นต์
ก. 21%
ข. 30%
ค. 41%
ง. 60%

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุชัดว่า 41%

 

ข้อ 9

ข้อใดสะท้อนผลกระทบด้านจิตสังคมของการกลับออฟฟิศ
ก. ลดค่าใช้จ่าย
ข. ลดความเครียด
ค. ปัญหาการเมืองในที่ทำงาน
ง. เพิ่มรายได้องค์กร

เฉลย: ค
เหตุผล: มีการเมืององค์กรและความขัดแย้ง

 

ข้อ 10

แนวทางสำคัญที่องค์กรควรทำคืออะไร
ก. บังคับเข้าออฟฟิศทั้งหมด
ข. ปรับรูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่น
ค. ลดจำนวนพนักงาน
ง. หยุดใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ข
เหตุผล: การปรับตัวคือทางรอดขององค์กร

ความเห็นของผู้ชม