
มติคณะรัฐมนตรี (18 กรกฎาคม 2566) เห็นชอบกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลง 20%
โดยกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 (รวมไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง) เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก รวมถึงสงครามสหพันธรัฐรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ส่งผลให้ราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนและทำให้ราคาค่าไฟฟ้าภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนทั่วประเทศในปี 2566 ทำให้ประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
จึงเห็นควรให้หน่วยงานราชการดำเนินการตามมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและให้หน่วยงานราชการเป็นตัวอย่างให้แก่ภาคประชาชนในการลดการใช้พลังงาน ตามนัยมติคณะรัฐมนตรี (22 มีนาคม 2565) เรื่อง มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ
โดยให้ทุกส่วนราชการรายงานผลการดำเนินการในเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th เป็นประจำทุกเดือน แล้วให้กระทรวงพลังงาน (พน.) ทำหน้าที่กำกับดูแลและรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมเสนอนายกรัฐมนตรี โดยปรับรอบการรายงานผลการดำเนินการจากเดิม รายไตรมาส เป็นประจำทุก 6 เดือน
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่า ไม่ควรกำหนดเป็นตัวชี้วัดของส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ เนื่องจากไม่ต้องการสร้างภาระให้กับส่วนราชการเกินควร ประกอบกับ พน. สามารถใช้กลไกของมติคณะรัฐมนตรี (22 มีนาคม 2565) เรื่อง มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้ส่วนราชการดำเนินการตามมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ และรายงานผลผ่านระบบการรายงานผลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเพื่อติดตามการดำเนินงานและรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบอย่างต่อเนื่อง
ที่มา ; ศธ.360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 กำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากสถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอน เช่น สงครามรัสเซีย–ยูเครน ราคาพลังงานผันผวน และสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยสูงเป็นประวัติการณ์ จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานต่อเนื่องตามมติ ครม. 22 มีนาคม 2565
หน่วยงานราชการต้องรายงานผลการประหยัดพลังงานผ่านเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th ทุกเดือน โดยกระทรวงพลังงานทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และรวบรวมข้อมูลราย 6 เดือน เสนอนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่าไม่ควรกำหนดเป้าหมายนี้เป็นตัวชี้วัดราชการ เพราะอาจเพิ่มภาระเกินความจำเป็น แต่ให้ใช้กลไกการรายงานเดิมของกระทรวงพลังงานเพื่อขับเคลื่อนมาตรการได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อสอบ
ข้อ 1 การที่ ครม.กำหนดให้ลดการใช้พลังงานลง 20% สะท้อนหลักการบริหารภาครัฐด้านใดมากที่สุด
ก. การสร้างแรงจูงใจภาคประชาชน
ข. การบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
ค. การกระจายอำนาจให้หน่วยงานท้องถิ่น
ง. การลดขั้นตอนการรายงานผล
ข้อ 2 สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้รัฐบาล “เพิ่มความเข้ม” มาตรการลดพลังงานคืออะไร
ก. เป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศคาร์บอนต่ำ
ข. ภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐและความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเป็นประวัติการณ์
ค. ความล่าช้าในการรายงานผลของหน่วยงาน
ง. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานของอาเซียน
ข้อ 3 เหตุผลใดที่สำนักงาน ก.พ.ร. ไม่เห็นควรกำหนดให้การลดพลังงาน 20% เป็นตัวชี้วัด
ก. ตัวชี้วัดไม่เกี่ยวข้องกับพันธกิจของราชการ
ข. เกรงว่าจะสร้างภาระมากเกินไปต่อส่วนราชการ
ค. ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตรวจสอบ
ง. ต้องการให้เอกชนมีส่วนร่วมมากกว่า
ข้อ 4 การปรับรอบรายงานผลจากรายไตรมาสเป็นทุก 6 เดือน มีผลต่อการกำกับติดตามอย่างไร
ก. ลดภาระหน่วยงานแต่ยังคงความสม่ำเสมอในการติดตามผลระดับชาติ
ข. ช่วยเพิ่มความละเอียดของข้อมูลรายงาน
ค. ทำให้แต่ละหน่วยงานสามารถปรับเป้าหมายได้ตามดุลยพินิจ
ง. เป็นการเพิ่มความเข้มงวดและเพิ่มรอบประเมิน
ข้อ 5 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับมติ ครม. และแนวคิดการบริหารพลังงานภาครัฐ
ก. ออกคำสั่งห้ามใช้เครื่องปรับอากาศในทุกห้อง
ข. จัดทำแผนประหยัดพลังงานของโรงเรียนและรายงานผลผ่านระบบ e-report ตามรอบ
ค. ลดชั่วโมงสอนลงเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
ง. รอคำสั่งจากสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนดำเนินการใด ๆ
คลิกเฉลย >>>