
ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ PISA 2018 ที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ระหว่างนักเรียนในเมืองกับนักเรียนในชนบทที่ต่างกันถึง 2 ปีการศึกษา อันเนื่องมาจากคุณภาพของโรงเรียนที่ไม่เท่ากัน มีความแตกต่างทั้งในด้านงบประมาณและทรัพยากร
เมื่อมาเจอสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลให้นักเรียนยังไปโรงเรียนไม่ได้และมีแนวโน้มต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนใหม่รวมถึงระบบออนไลน์ โรงเรียนในชนบทห่างไกลย่อมได้รับผลกระทบนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของความพร้อม
กสศ. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ 5 เครือข่ายด้านการศึกษา ได้แก่ มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teacher School Quality Program : TSQP) เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนพัฒนาคุณภาพได้ด้วยตนเอง
สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงเรียนให้มีความพร้อมและเอื้อต่อการเรียนรู้และสนับสนุนให้มีเครื่องมือการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียนที่หลากหลาย เอื้อต่อการพัฒนานักเรียนตามความถนัดและศักยภาพของผู้เรียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพชั้นเรียนให้เป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถพัฒนาให้เกิดทักษะการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 โดยปีการศึกษา 2562 มีโรงเรียนขนาดกลางร่วมโครงการจำนวน 290 แห่ง ใน 35 จังหวัด และกำลังขยายรุ่นที่ 2 อีก 560 โรงเรียนในปีการศึกษา 2563 รวมทั้งสิ้น 850 โรง ทั่วประเทศ
“กสศ. และเครือข่ายวิชาการไม่น้อยกว่า 8 เครือข่ายได้ปรับแนวทางการสนับสนุนเพื่อช่วยเตรียม ความพร้อมให้โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 850 โรง หรือประมาณร้อยละ 10 ของโรงเรียนขนาดกลาง ให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ทั้งนี้จะคำนึงถึงบริบทของแต่ละโรงเรียนในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย” ดร.อุดม กล่าว
รวมถึง ปรับวิธีการเรียนรู้เพื่อให้โรงเรียนในเครือข่ายมีการช่วยเหลือครูและนักเรียนได้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในขณะนี้ เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและครูเสนอแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่เพื่อให้นักเรียนไม่หยุดการเรียนรู้แม้ในสภาวะที่ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ การดูแลสุขอนามัยทั้งนักเรียนและผู้ปกครองให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้อีกด้วย
สำหรับคุณครูอาจจะต้องมีการเพิ่มทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านการออกแบบแผนการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล และช่วยให้นักเรียนด้อยโอกาสได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพด้วย ซึ่งหัวใจสำคัญคือพลังร่วมของครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนรวมถึงเครือข่ายพันธมิตรที่จะช่วยทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้
รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ หนึ่งในเครือข่ายร่วมพัฒนาโรงเรียน TSQP กสศ. และผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 กำลังแพร่ระบาดนั้น การจัดการศึกษาทางไกลถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ แต่ในมิติของการจัดการเรียนรู้ที่ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการจัดการเรียนรู้แบบ active learning ใน virtual classroom ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนัก ส่วนใหญ่มุ่งประเด็นไปที่เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ยังมิใช่หัวใจสำคัญของการศึกษา
การจัดการเรียนออนไลน์แบบ Active Learning ให้เป็น High Functioning Classroom หรือห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งกระบวนการและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนได้นั้น องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้คุณครูทำงานง่ายขึ้น ควรเริ่มจาก การศึกษาธรรมชาติผู้เรียน สภาพแวดล้อม และบริบทต่างๆ ที่พวกเขาโตมา และสถานการณ์ของโลกที่เด็กต้องเจอ จะช่วยให้คุณครูสามารถออกแบบการเรียนการสอนได้ง่ายและตรงโจทย์ความต้องการมากขึ้น
“วิชาที่สอนอาจไม่ใช่วิชาสามัญแต่เป็น “Life Project” ที่มีความสอดคล้องกับชีวิตจริง ให้เด็กๆลงมือทำเกิดการเรียนรู้เองได้จริง เป็นการควบรวมรายวิชาในลักษณะของการบูรณาการให้น้ำหนักไปกับวิชาสัมมนา วิชาค้นคว้าอิสระ วิชาวิทยาการวิจัย และวิชาการสร้างสรรค์นวัตกรรม เช่น ให้เด็กแต่ละคนไปศึกษาในหัวข้อ “My family’s happiness” ในช่วง COVID-19 แล้วมาแชร์เป็นไอเดีย ต่อยอดไปด้วยกัน” รศ.ดร.ธันยวิช กล่าว
รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวว่า สำหรับกระบวนการเรียนรู้และมอบหมายงานต่อผู้เรียน 1 หน่วย จะไม่ได้มีนักเรียนแค่ 1 คนอีกต่อไป แต่จะนับรวมคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองด้วย นั่นหมายความว่าครอบครัวของนักเรียนจะเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะเป็นตัวกลางระหว่างคุณครูและนักเรียน รับรู้ว่าบุตร หลานกำลังเรียนอะไร ทำอะไรอยู่ ในบางครั้งก็เป็นเหมือนผู้ขับเคลื่อน (Facilitator) หรือเป็นโค้ชที่คอยดูแลระหว่างที่กำลังลงมือเรียนรู้ด้วยตนเอง
ส่วนการสร้างความ Active Learning บนโลกออนไลน์ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ
1.เปิดเวทีให้เด็กแต่ละคน แชร์เรื่องราวตัวเอง
2.เรียนในออนไลน์ แล้วไปต่อในชีวิตจริง
3.ติดตามผลงานไปพร้อมกัน และ
4 รีวิวบทเรียนที่ผ่านมา และวางขั้นต่อไป
วิธีทั้งหมดนี้คุณครูจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้ห้องเรียนออนไลน์เกิดความ Active Learning ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดเป็นห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ และครูจะต้องปรับตัวเองจากการเป็นนักบรรยายหรือนักกิจกรรมมาเป็นนักออกแบบสื่อประสมที่สอดคล้องและสัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายเนื้อหาวิชา
อย่างไรก็ตามมากกว่า 50% ของนักเรียนในประเทศไทยมีภาวะยากลำบากในการเรียนรู้ออนไลน์ ขาดแคลนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาการเรียนรู้ทางไกล (Distance Learning) ในยุค Analog เช่น รายการโทรทัศน์ทางการเรียนรู้ที่เป็น Multimedia จริงๆ ไม่ใช่แค่การบรรยาย
ถ้าเป็นกรณีที่ห่างไกลไม่มีสัญญาณโทรทัศน์หรือไฟฟ้า ก็ต้องใช้ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Learning Package) ที่เป็น Paper-based ตามแนวทางการจัดการศึกษาแบบ Self-Directed Learning ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ผ่านชุดเครื่องมือดังกล่าวสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเองโดยมีครูเป็นผู้แนะนำอยู่ห่างๆ ผ่านทางไปรษณีย์ หรือผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่เป็นตัวประสาน
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
บทความกล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทยที่พบจากผล PISA 2018 โดยนักเรียนในเมืองมีความรู้สูงกว่านักเรียนชนบทเฉลี่ยเทียบเท่า 2 ปีการศึกษา สาเหตุสำคัญมาจากความแตกต่างด้านคุณภาพโรงเรียน งบประมาณ และทรัพยากร โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การเรียนการสอนต้องปรับเป็นรูปแบบออนไลน์ ซึ่งโรงเรียนชนบทได้รับผลกระทบมากจากความไม่พร้อม
กสศ. ร่วมกับ สพฐ. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยและมูลนิธิ พัฒนาโครงการ TSQP เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้สามารถพัฒนาตนเองได้ เน้น Active Learning และทักษะศตวรรษที่ 21 พร้อมขยายครอบคลุม 850 โรงเรียนทั่วประเทศ
แนวคิดสำคัญคือการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยออกแบบบทเรียนเชื่อมโยงชีวิตจริง (Life Project) และบูรณาการรายวิชา รวมถึงให้ครอบครัวมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้
การเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพควรมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนออนไลน์และใช้จริง ติดตามผล และสะท้อนบทเรียน ทั้งนี้ครูต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงผู้เรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ โดยใช้สื่อหลากหลาย เช่น โทรทัศน์ หรือชุดการเรียนรู้แบบเอกสาร (Paper-based)
สาเหตุสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่บทความกล่าวถึงคืออะไร
ก. ความแตกต่างด้านหลักสูตร
ข. ความแตกต่างด้านงบประมาณและทรัพยากร
ค. ความสามารถของครู
ง. จำนวนโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากคุณภาพโรงเรียน งบประมาณ และทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน
ผล PISA 2018 สะท้อนว่านักเรียนเมืองกับชนบทต่างกันประมาณเท่าใด
ก. 1 ปีการศึกษา
ข. 2 ปีการศึกษา
ค. 3 ปีการศึกษา
ง. 4 ปีการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุว่าความแตกต่างด้านความรู้เทียบเท่า 2 ปีการศึกษา
โครงการ TSQP มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. สร้างโรงเรียนใหม่
ข. พัฒนาระบบสอบ
ค. ยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้พัฒนาตนเองได้
ง. เพิ่มจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นให้โรงเรียนพัฒนาคุณภาพได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
แนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นในบทความคืออะไร
ก. Teacher-centered
ข. Exam-centered
ค. Content-heavy learning
ง. Active Learning ✔
เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
บทบาทของครอบครัวในการเรียนรู้ตามบทความคืออะไร
ก. ผู้ตรวจการบ้าน
ข. ผู้สนับสนุนและโค้ช
ค. ผู้ประเมินผล
ง. ผู้สอนแทนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ครอบครัวเป็น facilitator หรือโค้ชช่วยสนับสนุนการเรียนรู้
ขั้นตอนการจัด Active Learning ออนไลน์ที่ถูกต้องข้อใด
ก. สอน-สอบ-จบ
ข. ฟัง-จำ-สอบ
ค. แชร์-เรียน-ติดตาม-สะท้อน
ง. อ่าน-ท่อง-ทำแบบฝึก
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุ 4 ขั้นตอนชัดเจน
แนวคิด “Life Project” หมายถึงอะไร
ก. การทำโครงงานเพื่อคะแนน
ข. การเรียนจากชีวิตจริง
ค. การเรียนวิชาชีพ
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงของผู้เรียน
บทบาทใหม่ของครูในยุคออนไลน์คืออะไร
ก. นักบรรยาย
ข. นักทดสอบ
ค. นักออกแบบการเรียนรู้
ง. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องเปลี่ยนเป็นผู้ออกแบบสื่อและการเรียนรู้
หากนักเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต ควรใช้แนวทางใด
ก. งดเรียน
ข. เรียนพิเศษ
ค. ชุดการเรียนรู้แบบเอกสาร
ง. เรียนย้อนหลัง
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ Paper-based Learning Package สำหรับพื้นที่ขาดแคลน
เป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาตามบทความคืออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. ลดจำนวนครู
ค. ให้เด็กแข่งขัน
ง. ลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
เฉลย: ง
เหตุผล: มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง