สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M376_กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอยูเนสโกประกาศยกย่องในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.66 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ประชุมหารือเพื่อเตรียมการเสนอยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยที่ประชุมได้เห็นชอบร่างแผนการดำเนินงานเสนอ UNESCO (องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี 

โดยจากนี้กระทรวงฯ จะแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ตามหลักเกณฑ์ของยูเนสโก และจะนำข้อมูลจากคณะกรรมการยกร่าง และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ กรอกเอกสารออนไลน์ตามแบบฟอร์มของยูเนสโกภายในวันที่ 1 ธ.ค.67 หลังจากนั้นยูเนสโกจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรอง และจะมีหนังสือแจ้งผลให้ประเทศสมาชิกทราบเบื้องต้น หากเพิ่มเติมข้อมูลหรือปรับแก้ไข ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 68 เพื่อที่จะได้ทันในการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโกพิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือนพ.ย.68 โดยกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ จะจัดขึ้นภายในปี70 

นายอรรถพล กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2505-2566 ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยมาแล้ว 33 รายการ แบ่งเป็น พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 14 พระองค์, พระภิกษุสงฆ์ 4 รูป, สามัญชน 13 คน ล่าสุดคือพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) วาระครบ 200 ปีชาตกาล ในวันที่ 4 ก.ค.65, เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 2 เหตุการณ์ ได้แก่ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) และฉลองครบรอบ 700 ปี ของการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ 

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และการดำเนินการเสนอชื่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับงานของยูเนสโกอาทิ ต้องเป็นบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับภารกิจของยูเนสโก ในสาขาการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังคม และมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน, ส่งเสริมให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ต้องไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เพื่อระลึกการก่อตั้งการรับเอกราช รวมทั้งไม่ใช่การทหารและการได้รับอิสรภาพ, มีความสำคัญในระดับโลก หรืออย่างน้อยในระดับภูมิภาค สะท้อนความเป็นอุดมคติ มีคุณค่า มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีความเป็นสากล, เป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี 100 ปี หรือทุกๆ 50 ปี และต้องได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอย่างน้อย 2 ประเทศ หรือ 1 กลุ่มภูมิภาค โดยปัจจุบันยูเนสโกมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ สมาชิกสมทบอีก 11 ประเทศ สำหรับประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของยูเนสโกเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2492 ซึ่งเป็นลำดับที่ 49 ของประเทศสมาชิก 

กระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบเตรียมเสนอยูเนสโก ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่9 

ที่มา ;  สยามรัฐออนไลน์  10 มกราคม 2566

ข่าวเกี่ยวกัน

"ศธ."เตรียมเสนอยูเนสโก ประกาศยกย่อง"รัชกาลที่ 9" ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ

ที่ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.66 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อเตรียมการเสนอยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

รองปลัด ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างแผนการดำเนินงานเสนอ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก : UNESCO) ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปีฯ หลังจากนี้ ศธ.จะแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ตามหลักเกณฑ์ของยูเนสโก และจะนำข้อมูลจากคณะกรรมการยกร่างฯ และคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ กรอกเอกสารออนไลน์ตามแบบฟอร์มของยูเนสโก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

หลังจากนั้น ยูเนสโกจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรอง และจะมีหนังสือแจ้งผลให้ประเทศสมาชิกทราบเบื้องต้น หากเพิ่มเติมข้อมูลหรือปรับแก้ไข ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เพื่อที่จะได้ทันในการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโกพิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ จะจัดขึ้นภายในปี 2570 

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2505-2566 ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยมาแล้ว 33 รายการ แบ่งเป็น พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 14 พระองค์, พระภิกษุสงฆ์ 4 รูป, สามัญชน 13 คน รายล่าสุดคือพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) วาระครบ 200 ปีชาตกาล ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2565, เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 2 เหตุการณ์ ได้แก่ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) และฉลองครบรอบ 700 ปี ของการสถาปนาเมืองเชียงใหม่” 

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ขั้นตอน และการดำเนินการเสนอชื่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับงานของยูเนสโก อาทิ ต้องเป็นบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับภารกิจของยูเนสโก ในสาขาการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังคมและมนุษยศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ส่งเสริมให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ, ต้องไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เพื่อระลึกการก่อตั้ง การรับเอกราช รวมทั้งไม่ใช่การทหาร และการได้รับอิสรภาพ, มีความสำคัญในระดับโลกหรืออย่างน้อยในระดับภูมิภาค สะท้อนความเป็นอุดมคติ มีคุณค่า มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีความเป็นสากล, เป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี 100 ปี หรือทุก ๆ 50 ปี และต้องได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอย่างน้อย 2 ประเทศ หรือ 1 กลุ่มภูมิภาค 

ปัจจุบัน ยูเนสโกมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ สมาชิกสมทบอีก 11 ประเทศ สำหรับประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของยูเนสโกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2492 ซึ่งเป็นลำดับที่ 49 ของประเทศสมาชิก 

สำหรับการประชุมฯ ครั้งนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ, พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก, นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสุวัฒน์ จิราพันธ์ุ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ตลอดจนผู้แทนมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ, สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.), กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, สำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ที่มา ;  สยามรัฐออนไลน์  10 มกราคม 2566

สรุปสาระสำคัญ

บทความสะท้อนสถานการณ์เชิงนโยบายที่กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยยึดหลักเกณฑ์สากลของยูเนสโกอย่างเคร่งครัด ทั้งด้านความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ ความเป็นสากล คุณค่าอุดมคติ และความเชื่อมโยงกับภารกิจด้านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

หลักการสำคัญคือการใช้การศึกษาและมรดกทางปัญญาเป็นกลไกสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของหลายหน่วยงาน การทำงานเชิงระบบ และการวางแผนระยะยาวตามกรอบเวลาที่ชัดเจน 

ในมิติทางการศึกษา แนวคิดสำคัญคือการน้อมนำพระราชกรณียกิจและพระราชดำริมาเป็นฐานการเรียนรู้ บูรณาการในหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการจัดการเรียนรู้เชิงคุณค่า เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก คุณธรรม ความพอเพียง และความเป็นพลเมืองโลก แนวปฏิบัติของสถานศึกษาคือการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงบริบทท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล สร้างผู้เรียนให้มีสมรรถนะและคุณลักษณะที่สอดคล้องกับสังคมโลก

ข้อสอบ

ข้อที่ 1 สาระสำคัญที่สุดของการเสนอชื่อวาระครบรอบต่อยูเนสโกคือข้อใด
ก. การเชิดชูบุคคลสำคัญของชาติ
ข. การสร้างภาพลักษณ์ประเทศ
ค. ความเชื่อมโยงกับภารกิจและคุณค่าสากลของยูเนสโก
ง. การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองขนาดใหญ่

ข้อที่ 2 บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในกรณีนี้สะท้อนหลักการบริหารใดเด่นชัดที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การทำงานเชิงบูรณาการหลายภาคส่วน
ค. การบริหารแบบรวมศูนย์
ง. การบริหารตามสถานการณ์เฉพาะหน้า

ข้อที่ 3 หากสถานศึกษานำประเด็นนี้ไปใช้จัดการเรียนรู้ แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
ก. สอนประวัติศาสตร์เฉพาะเหตุการณ์สำคัญ
ข. จัดนิทรรศการเชิงพิธีการ
ค. บูรณาการพระราชกรณียกิจกับสมรรถนะผู้เรียน
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง

ข้อที่ 4 เงื่อนไขใด “ไม่สอดคล้อง” กับหลักเกณฑ์การเสนอชื่อของยูเนสโก
ก. มีความสำคัญระดับภูมิภาคหรือโลก
ข. เชื่อมโยงกับการทหารและการได้เอกราช
ค. สะท้อนคุณค่าและอุดมคติสากล
ง. เป็นวาระครบรอบ 100 ปี

ข้อที่ 5 ผู้บริหารสถานศึกษาควรใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนด้านใดมากที่สุด
ก. การจัดกิจกรรมตามนโยบายส่วนกลาง
ข. การวางแผนงานเชิงระบบและระยะยาว
ค. การสื่อสารองค์กร
ง. การบริหารงบประมาณ
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น