สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M071_ตรีนุช ลงนามประกาศ ศธ. เลื่อนเปิดเทอม 14 มิ.ย. 2564

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ของกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ตามที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมประชุมหารือเรื่องการเปิดภาคเรียนที่  1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้นและจะกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงมีมติให้เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นั้น

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ทั่วประเทศ มีความรุนแรงอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยความปลอดภัยทางสุขภาพและระวัป้องกันนักเรียนนักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (ศบค.) เห็นชอบการเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศกำหนดแนวปฏิบัติการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ดังนี้

ข้อ 1 ให้โรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเลื่อนการเปิด ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2564

ข้อ 2 โรงเรียนหรือสถานศึกษาแห่งใดมีความพร้อม และประสงค์จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปี การศึกษา 2564 ก่อนวันที่กำหนดตามข้อ 1 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาแห่งนั้นดำเนินการ ดังนี้

(1) โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม ให้จัดการเรียนการสอนเฉพาะรูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล (On Air, Online, On Demand, On Hand ผ่านทางไปรษณีย์) เท่านั้น

(2) โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) หรือพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้ง ๕ รูปแบบ (On Site, On Air, Online, On Hand, On Demand) โดยรูปแบบ On Site นั้น โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมของระบU Thai Stop Covid+ (TSC +)และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน

ทั้งนี้ โรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ศธ.สั่งร.ร.ในสังกัดกว่า 4.4 หมื่นแห่งเปิดเทอม 14 มิ.ย. 

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศธ. ขอให้สถานศึกษาในสังกัด ประกอบด้วย สถานศึกษาสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 30,000 แห่ง สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 900 แห่ง สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กว่า 4,100 แห่ง และสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กว่า 9,000 แห่ง เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากเดิมที่เปิดวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า หากสถานศึกษาใดมีความพร้อมและประสงค์ที่จะเปิดก่อนที่ ศธ.กำหนด ให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

  • โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้จัดการสอนได้เฉพาะรูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล คือ On-Air, On-Line และ On-Hand เท่านั้น
  • ส่วนโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่ควบคุม ให้ขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อขอใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยจัดการเรียนการสอนได้ทั้ง 5 รูปแบบ คือ On-Site, On-Air, On-Line, On-Hand และ On-Demand โดยเลือกตามความเหมาะสมหรืออาจจะผสมผสานตามความพร้อมของผู้เรียน

โรงเรียนที่ต้องการเปิดก่อน จะต้องทำการประเมินความพร้อมตามระบบ Thai Stop COVID Plus ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่มี 44 ข้อโดยต้องผ่านทุกข้อ พร้อมกับสำรวจว่านักเรียน และครูทุกคนเดินทางมาเรียนโดยไม่ใช้รถสาธารณะทุกคน และอำเภอที่ตั้งสถานศึกษาจะต้องไม่มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาเป็นระยะเวลา 14 วัน สถานศึกษาถึงสามารถขออนุญาตเปิดเทอมก่อนวันที่ 14 มิถุนายนได้นายสุภัทร กล่าว

ปลัดศธ.กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ศธ.เลื่อนวันเปิดภาคเรียน เพราะกังวลความปลอดภัยของนักเรียน เนื่องจากครูยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวนมาก และเราไม่สามารถควบคุมเด็กได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป ขณะนี้ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ครู เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยทางจังหวัดจะเป็นผู้บริหารจัดสรรและจะเรียกครูมาฉีควัคซีนเอง

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชากการด้านการศึกษา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกแรก และระลอกสอง ศธ.ยังไม่มีข้อมูและไม่มีองค์ความรู้ จึงตัดสินใจแบบปูพรม คือสั่งปิดสถานศึกษาทั้งหมด แต่เมื่อโควิด-19 ระบาดระลอกสาม ศธ.ต้องปรับตัวอยู่กับโควิด-19 ให้เป็น ไม่ใช่ตื่นตระหนก ดังนั้นการสั่งปิดเรียนแบบปูพรมโดยสั่งให้สถานศึกษาเปิดภาคเรียนจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน จะทำการศึกษาถอยหลังไปอีก ศธ.ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ และสร้างความเข้าใจไม่ให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหารตื่นตระหนกในเรื่องนี้ คนในวงการการศึกษาโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ต้องไม่ตื่นตระหนกและกลัวจนเกินเหตุ มองว่า ศธ.ต้องบรูณาการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อจัดการศึกษาร่วมกัน

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้นักเรียนไม่สามารถเรียนในห้องเรียนได้ ดังนั้น ศธ.ต้องผลักดันการเรียนรู้ให้กระจายออกไปในรูปแบบต่างๆ เช่น การเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต การเรียนรู้กับชุมชน การเรียนรู้จากผู้ปกครอง และการเรียนรู้จากโรงเรียน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟเลินนิ่ง และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 แต่ศธ.กลับมองว่าการเรียนในห้องเรียนยังมีความสำคัญ จึงสั่งการนโยบายแบบท๊อปดาวน์ลงไป

ถ้าศธ. ยังคิดว่าเด็กต้องเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก ต้องเรียนตามหลักสูตรที่กำหนด ผลที่ตามมาคิด ศธ.ก็จะสั่งปิดสถานศึกษาและสั่งเลื่อนเปิดเทอมอยู่เรื่อยๆ ผมมองว่า ศธ.ห่วงเกินเหตุ ไม่มองกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่ เพราะปัจจุบันกระบวนการเรียนรู้ไม่ได้อยู่ที่ห้องเรียนอย่างเดียว ดังนั้น ควรให้แต่ละจังหวัดออกแบบการศึกษาให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยกำหนดรูปแบบกว้างๆของการเรียนรู้ให้จังหวัดไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอให้ ศธ.กระจายอำนาจให้จังหวัดจัดการและบริหารการศึกษาของตน โดยอาจจะกระจายนักเรียนที่เรียนแออัดอยู่ในเมือง กระจายให้นักเรียนไปเรียนในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยจำกัดไม่เกิน 20 คนต่อห้อง โดยรวบรวมครูไว้ในส่วนกลางและกระจายครูไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจะทำให้การศึกษามีความเท่าเทียมกับมากขึ้น โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาจจะเข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องต่างๆ เช่น สนับสนุนอินเตอร์เน็ตให้มีความเร็วมากขึ้น สนับสนุนค่าเดินทางครู เป็นต้น

การเลื่อนเปิดเทอมบ่อยๆ ไม่เป็นผลดีกับการศึกษา ไม่ได้ลดเรื่องความปลอดภัยด้วย ศธ.ควรจะเร่งฉีดวัคซีนให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เลื่อนเปิดภาคเรียน และที่สำคัญผมมองว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พูดเรื่องการผลักดันให้ครูได้รับการฉีดวัคซีนมาเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว แต่ทำไมใช้เวลานานมาก มีปัญหาติดขัดอะไร ทำไมครูยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเสียที ซึ่งผมมองว่า ถ้า ศธ.เลื่อนเปิดเทอมเป็นรอบที่ 3 นักเรียนอาจจะมาเรียกร้องและประท้วง ศธ.ถึงหน้ากระทรวงแน่นายสมพงษ์กล่าว 

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากเดิม 1 มิถุนายน เป็น 14 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ พร้อมกำหนดแนวทางให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่สีแดงเข้มให้เรียนทางไกลเท่านั้น ส่วนพื้นที่สีแดงและสีส้มสามารถจัดการเรียนได้ 5 รูปแบบ (On-site, Online, On-air, On-demand, On-hand) แต่ต้องผ่านการประเมิน Thai Stop COVID Plus และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ การเปิดก่อนกำหนดต้องมีเงื่อนไขเข้มงวด เช่น ผ่านเกณฑ์ 44 ข้อ ไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 14 วัน และลดความเสี่ยงการเดินทาง ขณะเดียวกันมีข้อวิจารณ์ว่าการเลื่อนเปิดเรียนแบบรวมศูนย์อาจกระทบคุณภาพการศึกษา และสะท้อนการขาดการปรับตัวเชิงระบบ จึงเสนอให้กระจายอำนาจให้พื้นที่บริหารจัดการศึกษาเอง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและลดผลกระทบระยะยาวต่อผู้เรียน

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลหลักของการเลื่อนเปิดภาคเรียนคือข้อใด
ก. ขาดแคลนครู
ข. ความรุนแรงของโควิด-19
ค. ปรับหลักสูตรใหม่
ง. ปัญหางบประมาณ

ข้อ 2 พื้นที่สีแดงเข้มสามารถจัดการเรียนแบบใด
ก. On-site เท่านั้น
ข. Online ผสม On-site
ค. ทางไกลเท่านั้น
ง. ทุกแบบ

ข้อ 3 เงื่อนไขสำคัญของการเปิดเรียน On-site คือข้อใด
ก. ได้รับอนุญาตผู้ปกครอง
ข. ผ่าน Thai Stop COVID Plus
ค. มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน
ง. ครูครบทุกวิชา

ข้อ 4 หน่วยงานใดมีบทบาทอนุมัติการเปิดเรียนในพื้นที่
ก. ศบค.
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ง. สพฐ.

ข้อ 5 แนวคิดสำคัญของการจัดการศึกษาในสถานการณ์นี้คือข้อใด
ก. เน้นห้องเรียนเป็นหลัก
ข. ลดเนื้อหา
ค. ยืดหยุ่นตามบริบท
ง. ยกเลิกการเรียน

ข้อ 6 ข้อวิจารณ์สำคัญต่อการเลื่อนเปิดเรียนคืออะไร
ก. งบประมาณสูง
ข. ครูไม่พร้อม
ค. ทำให้การศึกษาถอยหลัง
ง. นักเรียนมากเกินไป

ข้อ 7 แนวทางที่เสนอเพื่อพัฒนาการศึกษาในวิกฤตคือข้อใด
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. กระจายอำนาจ
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มวิชา

ข้อ 8 ปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่คือข้อใด
ก. สร้างโรงเรียนใหม่
ข. ฉีดวัคซีนครู
ค. เปลี่ยนหลักสูตร
ง. ลดชั้นเรียน

ข้อ 9 หากพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ 14 วัน สะท้อนหลักการใด
ก. ความเสมอภาค
ข. ความปลอดภัยเชิงพื้นที่
ค. การแข่งขัน
ง. การรวมศูนย์

ข้อ 10 แนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” สะท้อนข้อใด
ก. เรียนเฉพาะในโรงเรียน
ข. เรียนตามหลักสูตรเท่านั้น
ค. เรียนรู้ได้หลากหลายช่องทาง
ง. เรียนเพื่อสอบ

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม