
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ของกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ตามที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมประชุมหารือเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้นและจะกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงมีมติให้เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นั้น
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ทั่วประเทศ มีความรุนแรงอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยความปลอดภัยทางสุขภาพและระวั’ป้องกันนักเรียนนักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (ศบค.) เห็นชอบการเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศกำหนดแนวปฏิบัติการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ดังนี้
ข้อ 1 ให้โรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเลื่อนการเปิด ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2564
ข้อ 2 โรงเรียนหรือสถานศึกษาแห่งใดมีความพร้อม และประสงค์จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปี การศึกษา 2564 ก่อนวันที่กำหนดตามข้อ 1 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาแห่งนั้นดำเนินการ ดังนี้
(1) โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม ให้จัดการเรียนการสอนเฉพาะรูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล (On Air, Online, On Demand, On Hand ผ่านทางไปรษณีย์) เท่านั้น
(2) โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) หรือพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้ง ๕ รูปแบบ (On Site, On Air, Online, On Hand, On Demand) โดยรูปแบบ On Site นั้น โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมของระบU Thai Stop Covid+ (TSC +)และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน
ทั้งนี้ โรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2564
ศธ.สั่งร.ร.ในสังกัดกว่า 4.4 หมื่นแห่งเปิดเทอม 14 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศธ. ขอให้สถานศึกษาในสังกัด ประกอบด้วย สถานศึกษาสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 30,000 แห่ง สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 900 แห่ง สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กว่า 4,100 แห่ง และสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กว่า 9,000 แห่ง เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากเดิมที่เปิดวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า หากสถานศึกษาใดมีความพร้อมและประสงค์ที่จะเปิดก่อนที่ ศธ.กำหนด ให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้
“โรงเรียนที่ต้องการเปิดก่อน จะต้องทำการประเมินความพร้อมตามระบบ Thai Stop COVID Plus ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่มี 44 ข้อโดยต้องผ่านทุกข้อ พร้อมกับสำรวจว่านักเรียน และครูทุกคนเดินทางมาเรียนโดยไม่ใช้รถสาธารณะทุกคน และอำเภอที่ตั้งสถานศึกษาจะต้องไม่มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาเป็นระยะเวลา 14 วัน สถานศึกษาถึงสามารถขออนุญาตเปิดเทอมก่อนวันที่ 14 มิถุนายนได้” นายสุภัทร กล่าว
ปลัดศธ.กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ ศธ.เลื่อนวันเปิดภาคเรียน เพราะกังวลความปลอดภัยของนักเรียน เนื่องจากครูยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวนมาก และเราไม่สามารถควบคุมเด็กได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป ขณะนี้ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ครู เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยทางจังหวัดจะเป็นผู้บริหารจัดสรรและจะเรียกครูมาฉีควัคซีนเอง
ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชากการด้านการศึกษา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกแรก และระลอกสอง ศธ.ยังไม่มีข้อมูและไม่มีองค์ความรู้ จึงตัดสินใจแบบปูพรม คือสั่งปิดสถานศึกษาทั้งหมด แต่เมื่อโควิด-19 ระบาดระลอกสาม ศธ.ต้องปรับตัวอยู่กับโควิด-19 ให้เป็น ไม่ใช่ตื่นตระหนก ดังนั้นการสั่งปิดเรียนแบบปูพรมโดยสั่งให้สถานศึกษาเปิดภาคเรียนจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน จะทำการศึกษาถอยหลังไปอีก ศธ.ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ และสร้างความเข้าใจไม่ให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหารตื่นตระหนกในเรื่องนี้ คนในวงการการศึกษาโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ต้องไม่ตื่นตระหนกและกลัวจนเกินเหตุ มองว่า ศธ.ต้องบรูณาการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อจัดการศึกษาร่วมกัน
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้นักเรียนไม่สามารถเรียนในห้องเรียนได้ ดังนั้น ศธ.ต้องผลักดันการเรียนรู้ให้กระจายออกไปในรูปแบบต่างๆ เช่น การเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต การเรียนรู้กับชุมชน การเรียนรู้จากผู้ปกครอง และการเรียนรู้จากโรงเรียน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟเลินนิ่ง และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 แต่ศธ.กลับมองว่าการเรียนในห้องเรียนยังมีความสำคัญ จึงสั่งการนโยบายแบบท๊อปดาวน์ลงไป
ถ้าศธ. ยังคิดว่าเด็กต้องเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก ต้องเรียนตามหลักสูตรที่กำหนด ผลที่ตามมาคิด ศธ.ก็จะสั่งปิดสถานศึกษาและสั่งเลื่อนเปิดเทอมอยู่เรื่อยๆ ผมมองว่า ศธ.ห่วงเกินเหตุ ไม่มองกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่ เพราะปัจจุบันกระบวนการเรียนรู้ไม่ได้อยู่ที่ห้องเรียนอย่างเดียว ดังนั้น ควรให้แต่ละจังหวัดออกแบบการศึกษาให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยกำหนดรูปแบบกว้างๆของการเรียนรู้ให้จังหวัดไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอให้ ศธ.กระจายอำนาจให้จังหวัดจัดการและบริหารการศึกษาของตน โดยอาจจะกระจายนักเรียนที่เรียนแออัดอยู่ในเมือง กระจายให้นักเรียนไปเรียนในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยจำกัดไม่เกิน 20 คนต่อห้อง โดยรวบรวมครูไว้ในส่วนกลางและกระจายครูไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจะทำให้การศึกษามีความเท่าเทียมกับมากขึ้น โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาจจะเข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องต่างๆ เช่น สนับสนุนอินเตอร์เน็ตให้มีความเร็วมากขึ้น สนับสนุนค่าเดินทางครู เป็นต้น
“การเลื่อนเปิดเทอมบ่อยๆ ไม่เป็นผลดีกับการศึกษา ไม่ได้ลดเรื่องความปลอดภัยด้วย ศธ.ควรจะเร่งฉีดวัคซีนให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เลื่อนเปิดภาคเรียน และที่สำคัญผมมองว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พูดเรื่องการผลักดันให้ครูได้รับการฉีดวัคซีนมาเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว แต่ทำไมใช้เวลานานมาก มีปัญหาติดขัดอะไร ทำไมครูยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเสียที ซึ่งผมมองว่า ถ้า ศธ.เลื่อนเปิดเทอมเป็นรอบที่ 3 นักเรียนอาจจะมาเรียกร้องและประท้วง ศธ.ถึงหน้ากระทรวงแน่” นายสมพงษ์กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2564
กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากเดิม 1 มิถุนายน เป็น 14 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ พร้อมกำหนดแนวทางให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่สีแดงเข้มให้เรียนทางไกลเท่านั้น ส่วนพื้นที่สีแดงและสีส้มสามารถจัดการเรียนได้ 5 รูปแบบ (On-site, Online, On-air, On-demand, On-hand) แต่ต้องผ่านการประเมิน Thai Stop COVID Plus และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
นอกจากนี้ การเปิดก่อนกำหนดต้องมีเงื่อนไขเข้มงวด เช่น ผ่านเกณฑ์ 44 ข้อ ไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 14 วัน และลดความเสี่ยงการเดินทาง ขณะเดียวกันมีข้อวิจารณ์ว่าการเลื่อนเปิดเรียนแบบรวมศูนย์อาจกระทบคุณภาพการศึกษา และสะท้อนการขาดการปรับตัวเชิงระบบ จึงเสนอให้กระจายอำนาจให้พื้นที่บริหารจัดการศึกษาเอง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและลดผลกระทบระยะยาวต่อผู้เรียน
ข้อ 1 เหตุผลหลักของการเลื่อนเปิดภาคเรียนคือข้อใด
ก. ขาดแคลนครู
ข. ความรุนแรงของโควิด-19
ค. ปรับหลักสูตรใหม่
ง. ปัญหางบประมาณ
ข้อ 2 พื้นที่สีแดงเข้มสามารถจัดการเรียนแบบใด
ก. On-site เท่านั้น
ข. Online ผสม On-site
ค. ทางไกลเท่านั้น
ง. ทุกแบบ
ข้อ 3 เงื่อนไขสำคัญของการเปิดเรียน On-site คือข้อใด
ก. ได้รับอนุญาตผู้ปกครอง
ข. ผ่าน Thai Stop COVID Plus
ค. มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน
ง. ครูครบทุกวิชา
ข้อ 4 หน่วยงานใดมีบทบาทอนุมัติการเปิดเรียนในพื้นที่
ก. ศบค.
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ง. สพฐ.
ข้อ 5 แนวคิดสำคัญของการจัดการศึกษาในสถานการณ์นี้คือข้อใด
ก. เน้นห้องเรียนเป็นหลัก
ข. ลดเนื้อหา
ค. ยืดหยุ่นตามบริบท
ง. ยกเลิกการเรียน
ข้อ 6 ข้อวิจารณ์สำคัญต่อการเลื่อนเปิดเรียนคืออะไร
ก. งบประมาณสูง
ข. ครูไม่พร้อม
ค. ทำให้การศึกษาถอยหลัง
ง. นักเรียนมากเกินไป
ข้อ 7 แนวทางที่เสนอเพื่อพัฒนาการศึกษาในวิกฤตคือข้อใด
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. กระจายอำนาจ
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มวิชา
ข้อ 8 ปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่คือข้อใด
ก. สร้างโรงเรียนใหม่
ข. ฉีดวัคซีนครู
ค. เปลี่ยนหลักสูตร
ง. ลดชั้นเรียน
ข้อ 9 หากพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ 14 วัน สะท้อนหลักการใด
ก. ความเสมอภาค
ข. ความปลอดภัยเชิงพื้นที่
ค. การแข่งขัน
ง. การรวมศูนย์
ข้อ 10 แนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” สะท้อนข้อใด
ก. เรียนเฉพาะในโรงเรียน
ข. เรียนตามหลักสูตรเท่านั้น
ค. เรียนรู้ได้หลากหลายช่องทาง
ง. เรียนเพื่อสอบ
คลิกเฉลย >>>