สมาชิกเข้าสู่ระบบ

นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมทางไกล (Video Conference) มอบนโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย แก่ศึกษาธิการจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาทั่วประเทศ จากห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าพัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กทุกคนมีพัฒนาการที่ดีเหมาะสมกับวัย ทั้งทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคล สร้างให้เด็กมีคุณลักษณะมีอุปนิสัยใฝ่ดี มีคุณธรรม มีวินัย ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถซึมซับสุนทรียะและวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ ตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้สถานศึกษาและครู มีแนวปฏิบัติพื้นฐานนำไปใช้วางแนวทางในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสมและสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาการพัฒนาคุณภาพเด็กในช่วงปฐมวัย

โดยให้ยึดหลักการสำคัญ คือ การพัฒนาเด็กแบบองค์รวม (Holistic Development) ให้เด็กมีพัฒนา 4 ด้าน ประกอบด้วย ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมวัย รวมทั้งพัฒนาด้านตัวตน (Self Development) พัฒนาทักษะสมอง (Executive Function: EF) ให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กรู้สึกมีคุณค่า มีความเชื่อมั่น และภูมิใจในตนเอง และเป็นเด็กที่คิดเป็น มีเหตุมีผล และรู้จักกำกับตนเอง

ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ สำหรับสถานศึกษาและครู

สถานศึกษา

ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ 6 เรื่องหลัก ได้แก่

  • เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยเปิดโอกาสให้เด็กฝึกใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การวางแผนลงมือทำ นำเสนอ และสะท้อนความคิดเห็น ฯลฯ โดยครูเป็นผู้สนับสนุนและร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงบริบทของตัวเด็กและสังคมที่เด็กอาศัย
  • จัดประสบการณ์ หรือกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยืดหยุ่น สอดคล้องกับพัฒนาการหรือปรับเปลี่ยนตามความสนใจ สถานการณ์ บริบทหรือวิถีชีวิตจริงของเด็ก
  • จัดหาหรือพัฒนาสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ รวมถึงแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติ ให้เด็กมีโอกาสได้เรียนรู้ผ่านการเล่นที่หลากหลาย ทั้งการเล่นอิสระ การเล่นร่วมกัน และการเล่นที่มีข้อตกลง
  • จัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนรู้ เชิงบวก อบอุ่น ปลอดภัย เป็นมิตร มีอิสระและท้าทาย ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเด็กกับเด็กและเด็กกับครู
  • ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูได้มีโอกาสในการพัฒนาตนเอง รู้เท่าทันความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ การวิจัยและพัฒนาสื่อ รูปแบบ วิธีการหรือนวัตกรรมสำหรับการจัดการศึกษาปฐมวัย
  • ประสานความร่วมมือและสร้างความรู้ความเข้าใจ ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว และชุมชน ในการดูแล พัฒนาและจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ครู

เนื่องจากการปรับรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยครั้งนี้ ครูมีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) จากครูผู้สอนปรับมาเป็นผู้ชี้แนะ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผู้สังเกต ร่วมเรียนรู้ไปกับเด็ก และเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาและเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ

ดังนั้น แนวปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับครู ต้องเกิด “5 สิ่งที่มีอยู่จริงดังนี้

  • ครูมีอยู่จริง ครูคุณภาพ ครูเพื่อศิษย์ มีจิตวิญญาณความเป็นครู ต้องเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพ มุ่งมั่น กล้าทำเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งทางใจ มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
  • เด็กมีอยู่จริง เด็กได้คิด วางแผน ทำ แก้ปัญหา ด้วยตนเอง และเป็นที่ยอมรับ พ่อแม่และครูต้องส่งเสริมสร้างความมีตัวตนให้กับเด็กเคารพในความรู้สึกนึกคิดของเด็ก กระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้และตั้งเป้าหมายเอง ให้เด็กมีโอกาสตัดสินใจและเรียนรู้ผลจากการตัดสินใจ มีความภาคภูมิใจในตนเอง และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน
  • หลักสูตรมีอยู่จริง ให้โอกาสการเรียนรู้และความสำเร็จแก่เด็ก หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยต้องสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ช่วยให้เด็กมีความพร้อมพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้และมีทักษะชีวิต
  • ครอบครัวมีอยู่จริง ครอบครัวอบอุ่น ปลอดภัย มีส่วนร่วมพัฒนาเด็ก เด็กปฐมวัยจะได้รับการพัฒนาจากครอบครัวเป็นลำดับแรก ดังนั้น การพัฒนาเด็กปฐมวัยครอบครัว และสถานศึกษาต้องร่วมมือใกล้ชิด สื่อสารเชิงบวกสร้างความรู้ความเข้าใจ พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์และให้กำลังใจกันและกัน
  • เพื่อนร่วมงานมีอยู่จริง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาร่วมพัฒนา ร่วมรับผิดชอบ สร้างความร่วมมือทั้งภายในและนอกสถานศึกษาพัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีคุณภาพ ครูจะต้องทำงานร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยการพัฒนาจะเน้นที่เด็กเป็นสำคัญ

ที่มา ; ศธ 360 องศา

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัย โดยมุ่งพัฒนาเด็กอย่างรอบด้านตามหลักการพัฒนาแบบองค์รวม (Holistic Development) ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ควบคู่กับการพัฒนาทักษะสมอง (EF) และอัตลักษณ์ตนเอง เพื่อให้เด็กมีคุณธรรม วินัย ใฝ่รู้ คิดสร้างสรรค์ และสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามวัย สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562

แนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษามุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ใช้กิจกรรมบูรณาการ ยืดหยุ่นตามบริบทชีวิตจริง ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น จัดสภาพแวดล้อมปลอดภัยเชิงบวก และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง และชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาครูให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกและนักวิจัยในชั้นเรียน

ครูมีบทบาทเป็น “Change Agent” ต้องส่งเสริมให้เด็กคิด วางแผน ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ภายใต้ระบบสนับสนุน 5 สิ่งสำคัญ ได้แก่ ครูคุณภาพ เด็กมีตัวตน หลักสูตรเหมาะสม ครอบครัวมีส่วนร่วม และการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อให้เด็กพัฒนาเต็มศักยภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดหลักของการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามนโยบายนี้คือข้อใด
ก. การเรียนรู้เชิงแข่งขัน
ข. การพัฒนาแบบองค์รวม
ค. การเน้นความรู้วิชาการ
ง. การท่องจำเป็นหลัก
เฉลย: ข (ถูกต้อง) เพราะมุ่งพัฒนา 4 ด้านอย่างสมดุล ไม่ใช่เน้นวิชาการหรือท่องจำ
เหตุผล: เอกสารเน้น Holistic Development

ข้อ 2

บทบาทครูในแนวปฏิบัตินี้เปลี่ยนจากข้อใด
ก. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
ข. ผู้บรรยายหลัก
ค. ผู้ชี้แนะและอำนวยความสะดวก
ง. ผู้ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์
เฉลย: ค (ถูกต้อง)
เหตุผล: ครูเป็น Change Agent และ facilitator

ข้อ 3

การพัฒนา EF ของเด็กหมายถึงข้อใด
ก. การเพิ่มความจำระยะสั้น
ข. การคิดวิเคราะห์และกำกับตนเอง
ค. การท่องสูตรคณิตศาสตร์
ง. การอ่านออกเขียนได้เร็ว
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: EF คือการควบคุมตนเอง คิดเป็นระบบ

ข้อ 4

แนวทางใดสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
ก. ครูกำหนดทุกกิจกรรม
ข. เด็กเลือกและลงมือทำเอง
ค. ใช้แบบทดสอบเป็นหลัก
ง. เน้นการฟังบรรยาย
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: ส่งเสริมการคิดริเริ่มของเด็ก

ข้อ 5

ข้อใดเป็น “ครอบครัวมีอยู่จริง”
ก. ครอบครัวแข่งขันด้านผลสัมฤทธิ์
ข. ครอบครัวมีส่วนร่วมพัฒนาเด็ก
ค. ครอบครัวแยกจากโรงเรียน
ง. ครอบครัวเป็นผู้สั่งการโรงเรียน
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: เน้นความร่วมมือเชิงบวก

ข้อ 6

สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร
ก. เข้มงวดและเงียบ
ข. ปลอดภัย อบอุ่น เชิงบวก
ค. เน้นระเบียบสูงสุด
ง. จำกัดกิจกรรมเด็ก
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านความรู้สึกปลอดภัย

ข้อ 7

สถานศึกษาควรใช้สื่อการเรียนรู้ลักษณะใด
ก. สื่อสำเร็จรูปเท่านั้น
ข. สื่อที่หลากหลายและเรียนรู้ผ่านการเล่น
ค. แบบฝึกหัดจำนวนมาก
ง. หนังสือเรียนเป็นหลัก
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: เน้น play-based learning

ข้อ 8

ข้อใดเป็นเป้าหมายสำคัญของหลักสูตรปฐมวัย
ก. แข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย
ข. เตรียมพื้นฐานชีวิตและการเรียนรู้
ค. ท่องจำข้อมูล
ง. เร่งอ่านเขียน
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: เน้นทักษะชีวิตและพื้นฐาน

ข้อ 9

“เด็กมีอยู่จริง” หมายถึงข้อใด
ก. เด็กต้องเชื่อฟังครู
ข. เด็กต้องทำตามคำสั่ง
ค. เด็กได้คิดและตัดสินใจเอง
ง. เด็กต้องแข่งขัน
เฉลย: ค (ถูกต้อง)
เหตุผล: ส่งเสริมตัวตนและการคิดของเด็ก

ข้อ 10

ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืนคือข้อใด
ก. ครูเพียงฝ่ายเดียว
ข. โรงเรียนอย่างเดียว
ค. ความร่วมมือทุกภาคส่วน
ง. การสอบมาตรฐาน
เฉลย: ค (ถูกต้อง)
เหตุผล: ต้องร่วมมือ ครู ครอบครัว ชุมชน

ความเห็นของผู้ชม