สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M113_ชงคณะรัฐมนตรีเคลื่อนแผนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พร้อมทั้งให้มีแผนปฎิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศตาม NQF ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมมาตรฐานอาชีพตาม NQF นำร่อง 8 สาขาอาชีพ ตั้งแต่การเชื่อมโยงหลักสูตร วิพากษ์หลักสูตร จัดทำคู่มือ ขึ้นทะเบียนรับรองหลักสูตรตาม NQF และจะมีการรับนักศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าวในปีการศึกษา 2565 ทั้งนี้ จะนำไปสู่การขยายผลสู่ธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank โรงเรียนขยายโอกาสรูปแบบห้องเรียนอาชีพ การเทียบวุฒิ ซึ่งผู้เรียนจะมีสมรรถนะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในอนาคต และยกระดับความเชี่ยวชาญของคนในตลาดแรงงานมากขึ้น 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเชื่อมโยงหลักสูตรการเรียนการสอนกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 8 สาขาวิชานั้น เป็นความร่วมมือระหว่างสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามหลักการของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำต้นแบบการขึ้นทะเบียนหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและขยายผลไปสู่สถานศึกษา CVM ต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนจะนำเรื่องการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็ว ๆ นี้ 

ที่มา ; เดลินิวส์

สรุปสาระสำคัญ 

การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาอาชีพที่จำเป็นเร่งด่วน พร้อมทั้งมีความก้าวหน้าในการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ NQF นำร่อง 8 สาขา ครอบคลุมการเชื่อมโยงและวิพากษ์หลักสูตร การจัดทำคู่มือ และการขึ้นทะเบียนรับรองหลักสูตร ซึ่งจะเริ่มรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2565

นโยบายดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปสู่ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) การจัดห้องเรียนอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส และการเทียบวุฒิ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตรงกับตลาดแรงงานและพัฒนาประเทศในอนาคต ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สภาการศึกษา สอศ. และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมีศูนย์ CVM เป็นกลไกหลักในการบริหารเครือข่ายการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษา

การดำเนินงานนี้มุ่งปรับปรุงหลักสูตรระดับ ปวช. และ ปวส. ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ และพัฒนาต้นแบบการขึ้นทะเบียนหลักสูตรตาม NQF เพื่อขยายผลสู่สถานศึกษาในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพแรงงานไทยอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของ NQF คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนนักเรียน
ข. ยกระดับกำลังคนให้ตรงความต้องการประเทศ
ค. ลดงบประมาณการศึกษา
ง. เพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัย

ข้อ 2 การดำเนินงาน NQF นำร่องกี่สาขา
ก. 5
ข. 6
ค. 8
ง. 10

ข้อ 3 หน่วยงานใด “ไม่ได้” มีบทบาทโดยตรง
ก. สภาการศึกษา
ข. สอศ.
ค. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
ง. กระทรวงสาธารณสุข

ข้อ 4 Credit Bank มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เก็บเงินโรงเรียน
ข. เทียบโอนผลการเรียนรู้
ค. จัดสอบแข่งขัน
ง. ให้ทุนการศึกษา

ข้อ 5 CVM มีหน้าที่หลักข้อใด
ก. สร้างอาคารเรียน
ข. บริหารเครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษา
ค. จัดสอบ O-NET
ง. ออกข้อสอบ

ข้อ 6 การพัฒนาหลักสูตรเน้นสิ่งใด
ก. เนื้อหาวิชาการล้วน
ข. มาตรฐานอาชีพ
ค. ความนิยมของนักเรียน
ง. ความสะดวกครู

ข้อ 7 ระดับการศึกษาที่ได้รับการปรับปรุงหลักสูตรคือข้อใด
ก. ประถม
ข. มัธยมต้น
ค. ปวช. และ ปวส.
ง. ปริญญาเอก

ข้อ 8 ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือข้อใด
ก. นักเรียนเรียนเก่งขึ้นทุกวิชา
ข. แรงงานมีสมรรถนะตรงตลาด
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มโรงเรียน

ข้อ 9 การวิพากษ์หลักสูตรมีความสำคัญอย่างไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. ตรวจสอบคุณภาพและความเหมาะสม
ค. เพิ่มค่าใช้จ่าย
ง. ลดจำนวนวิชา

ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการใด
ก. ไม่ปรับหลักสูตร
ข. ปรับหลักสูตรตาม NQF และสร้างเครือข่าย
ค. ลดวิชาอาชีพ
ง. เพิ่มเฉพาะวิชาทฤษฎี

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม