
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ระดับประถมศึกษา และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ระดับประถมศึกษา ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนโดยกำหนดชื่อหลักสูตรว่า “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ….” และเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ”
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผนการทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตรฯ ดังนี้
1. ปีการศึกษา 2565 ทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
2. ปีการศึกษา 2566 ทดลองใช้ในโรงเรียนทั่วไปที่พร้อมใช้ และ
3. ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนทั่วประเทศใช้หลักสูตร ประถมศึกษาปีที่ 1 และ ประถมศึกษาปีที่ 4
4. การประกาศใช้หลักสูตรปรับจากเดือนตุลาคม 2566 เป็นตุลาคม 2565 ด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในการประชุม กพฐ. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดย นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธาน กพฐ. ระบุว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะยังเป็นร่างหลักสูตรและยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรมฯ และที่ประชุมยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้ในปี 2565 เนื่องจากมีเรื่องข้อกฎหมายและขั้นตอนต่างๆ ที่อาจจะไม่ทันการ เพราะจะเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ในเดือนพฤษภาคมแล้ว จึงได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปทำแผนว่า จะนำไปใช้ได้เมื่อไหร่ อย่างไร แต่ปรากฏว่า วันที่ 7 เมษายน 2565 กพฐ.กลับมีมติให้มีการเร่งรัดใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะดังกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 เมษายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
บอร์ด กพฐ.พลิ้วออกมติเร่งรัดใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
12 เม.ย.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงศึกษาธิการว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (บอร์ด.กพฐ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ... ระดับประถมศึกษา และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ... ระดับประถมศึกษา ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยกำหนดชื่อหลักสูตรว่า “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ....” และเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ”
โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการทดลองใช้ (ร่าง)หลักสูตรฯ ดังนี้
1. ปีการศึกษา 2565 ทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
2. ปีการศึกษา 2566 ทดลองใช้ในโรงเรียนทั่วไปที่พร้อมใช้
3. ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนทั่วประเทศใช้หลักสูตร ประถมศึกษาปีที่ 1 และ ประถมศึกษาปีที่ 4
4. ประกาศใช้หลักสูตรจากเดือนตุลาคม 2566 เป็น ตุลาคม 2565 ด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในการประชุมบอร์ด กพฐ.เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยระบุว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะยังเป็นร่างหลักสูตรและยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรมฯ โดยตั้งข้อสังเกตถึงการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้ในปี 2565 ว่า เนื่องจากมีเรื่องข้อกฎหมายและขั้นตอนต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ทันการ เพราะจะเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ในเดือนพฤษภาคมแล้ว จึงได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไปทำแผนว่า จะนำไปใช้ได้เมื่อไหร่ อย่างไร ต่อมาวันที่ 7 เมษายน บอร์ด.กพฐ.จึงมีมติให้มีการเร่งรัดใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตามข้อความเบื้องต้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ประธานกพฐ.ยืนยันว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะยังเป็นร่างหลักสูตรและยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้
ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
‘ปลัด ศธ.’ มึน! บอร์ดกพฐ. ไฟเขียวใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะปี’65 ห่วงความพร้อมครู หนังสือเรียน
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ระดับประถมศึกษา และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. … ระดับประถมศึกษา ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนโดยกำหนดชื่อหลักสูตรว่า “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ….” หรือ“หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ” และได้เห็นชอบแผนการทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตรฯ ดังนี้
1.ปีการศึกษา 2565 ทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
2. ปีการศึกษา 2566 ทดลองใช้ในโรงเรียนทั่วไปที่พร้อมใช้ และ
3.ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนทั่วประเทศใช้หลักสูตร ประถมศึกษาปีที่ 1 และ ประถมศึกษาปีที่ 4 นอกจากนี้ คณะกรรมการ กพฐ. ยังได้ขอปรับเวลาในการประกาศใช้หลักสูตรจากเดือนตุลาคม 2566 เป็นตุลาคม 2565 นี้นั้น
ตนได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการสอบถามในการประชุม กพฐ. ครั้งหน้า เนื่องจากมติ กพฐ.ก่อนหน้านี้ ให้นำร่องใช้หลักสูตรดังกล่าวในพื้นที่นวัตกรรมฯ ตามข้อสั่งการของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้นำร่องในพื้นที่นวัตกรรมไปก่อน ยังไม่ต้องขยายไปทั่วประเทศ เพราะยังเป็นเรื่องใหม่
“ตรงนี้ผมยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะอยู่ ๆ กพฐ. ก็มีมติให้ประกาศใช้หลักสูตรดังกล่าวทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2565 ดังนั้น จึงต้องสอบถามให้ชัดเจน เพราะมติเดิมให้นำร่องใช้ในพื้นที่นวัตกรรม แต่หากโรงเรียนอื่นจะใช้ ให้ขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นรายโรงไป ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า มติดังกล่าวจะใช้ช่องว่างตรงนี้ ในประกาศหรือไม่ ซึ่งการปรับหลักสูตรแต่ละครั้งควรจะต้องดู ทิศทางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้วย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ ของคณะกรรมการฯ มุ่งเน้นในเรื่องของการอบรมพัฒนาครูให้จัดการเรียนการในรูปแบบแอคทีฟเลินนิ่ง ” นายสุภัทรกล่าว
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากประกาศใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะทั่วประเทศในปีนี้ ส่วนตัวก็มีความกังวล ทั้งในเรื่องความพร้อมของครูผู้สอน เนื่องจากในการปรับหลักสูตรจะต้องมีการอบรมครู เพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งก็เกิดคำถามว่า ขณะนี้ได้มีการอบรมกันไปแล้วหรือยัง และทำไปแล้วเท่าไร ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการเปลี่ยนหนังสือ ตำราเรียน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่จะต้องสอดคล้องกับหลักสูตร ก็อาจจะมีปัญหา ตรงนี้เป็นปัญหาเท่าที่มองเห็น ยังไม่รวมการผลิตครูในสถาบันการศึกษาที่จะต้องปรับเปลี่ยน ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การปรับหลักสูตรแต่ละครั้ง ต้องเป็นไปตามขั้นตอน คือ มีการนำร่อง เพื่อดูข้อดี ข้อเสีย และนำมาปรับปรุงพัฒนาก่อนขยายผลใช้ไปทั่วประเทศ ขั้นตอนต้องใช้เวลา ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนแบบทันที
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 18 เมษายน 2565
ข่าวเกี่ยวข้องกัน
“ตรีนุช” แจงการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หรือหลักสูตรฐานสมรรถนะว่า ตนไม่อยากให้เกิดความสับสนในการปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นหน่วยงานใหญ่อาจทำให้การทำความเข้าใจมีความคลาดเคลื่อนได้ แต่สุดท้ายแล้วการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ หลักสูตรฐานสมรรถนะ หรือการใช้กระบวนการ Active Learning ที่เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปในสถานศึกษานั้นต่างมุ่งให้ผู้เรียนมีสมรรถนะการเรียนรู้ให้ตรงกับโลกในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการปรับปรุงหลักสูตรจะต้องมุ่งให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น เพราะโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้เรียนคงไม่สามารถเรียนรู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งได้ แต่การเรียนรู้ของนักเรียนจะต้องรู้คิดต่อยอดและนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างไรให้มากขึ้นด้วย โดยจะไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำเหมือนที่ผ่านมาอีก
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เท่าที่รับทราบข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจให้แก่ครูผู้สอนและโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าไม่อยากให้มีการทดลองการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เนื่องจากสถานศึกษาจะต้องรับมือกับการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์โควิด และอยากให้เติมเต็มเรื่องคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะเรื่องการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับประถมศึกษามากกว่านั้น เรื่องนี้ตนได้สื่อสารมาโดยตลอดว่าการเปิดทดลองนำร่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรรถนะจะนำร่องในโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจเท่านั้น ซึ่งหากโรงเรียนไหนยังคิดว่าไม่มีความพร้อมก็ไม่จำเป็นต้องร่วมทดลองนำร่องหลักสูตรได้ โดยไม่ได้มีปัญหาหรือเงื่อนไขกำหนดแต่อย่างใด สำหรับการเติมเต็มคุณภาพการศึกษาหลังต้องเรียนผ่านรูปแบบออนไลน์มาเกือบ 2 ปี ซึ่งขณะนี้ ศธ.กำลังเตรียมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อฟื้นฟูการศึกษาของผู้เรียนหลังโควิดด้วย
รมว.ศึกษาธิการ แจงการใช้หลักสูตรฐานสมรรรถนะ ชี้ ไม่อยากให้เกิดความสับสน เผย สพฐ.ทำงานอย่างหนักในการชี้แจงทำความเข้าใจการใช้หลักสูตรใหม่ แจง นำร่องใช้หลักสูตรต้องเป็นโรงเรียนที่สมัครใจและมีความพร้อม
ที่มา ; เดลินิวส์ 25 เมษายน 2565
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร่างหลักสูตรใหม่ในฝัน
ขณะที่สังคมคาดหวัง อยากเห็นคุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น เด็กไทยมีสติปัญญา และสามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติได้ ผลการประเมินในระดับนานาชาติของการศึกษาที่เป็นตัวชี้วัด สะท้อนภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหา เช่นผล การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ที่ประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ทุกๆ 3 ปี ล่าสุดในปี 2562 เด็กไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
แม้ที่ผ่านมา ศธ. ผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือบอร์ด กพฐ. ได้มีมติตั้ง คณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ระดับประถมศึกษา หรือ “หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะ” พร้อมเห็นชอบแผนทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตร ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้กันในโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นหลักแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 และฉบับปรับปรุงล่าสุด พ.ศ.2560 เป็นหลักสูตรที่มีตัวมาตรฐานและดัชนี้ชี้วัดจำนวนมาก ซ้ำซ้อน ทำให้เด็กเน้นท่องจำไปสอบมากกว่าฝึกทักษะ ส่วนตัวเนื้อหาวิชา สื่อ การจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นพัฒนาช้า และไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ… ระดับประถมศึกษา ฉบับล่าสุด มีการปรับสาระที่เพิ่มเติมน่าสนในหลายส่วน มีลักษณะเป็นหลักสูตรสมรรถนะ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อนักเรียนทุกคน โดยสามารถนำเอาสมรรถนะหลักและสมรรถนะอื่นๆ ไปใช้ต่อยอดในอนาคต
จุดหมายเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและเจตคติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต และมีความสามารถ
1.รู้จัก รักเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์และความเครียด ปัญหาและภาวะวิกฤต สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) และมีสุขภาวะและมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
2.มีทักษะการคิดขั้นสูงอย่างมีคุณธรรม มีความสามารถในการนำและกำกับการเรียนรู้ของตนเอง อย่างมีเป้าหมาย
3.สื่อสารอย่างฉลาดรู้ สร้างสรรค์ มีพลัง ด้วยความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
4. จัดระบบและกระบวนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีความเป็นผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ และจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน
5.ปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก และ
6.เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและจักรวาล เข้าถึงและรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ร่างกรอบหลักสูตรได้กำหนดสมรรถนะเพื่อพัฒนาผู้เรียนใน 6 ด้าน ได้แก่
1.การจัดการตนเอง
2.การคิดขั้นสูง
3.การสื่อสาร
4.การรวมพลังทำงานเป็นทีม
5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมาการเรียนการสอนของเด็กไทยมีชั่วโมงเรียนที่ค่อนข้างมาก อย่างในระดับประถมศึกษา มีชั่วโมงเรียนปีละ 1,000 ชั่วโมง ร่างกรอบหลักสูตรใหม่ดังกล่าวจึงปรับโครงสร้างเวลาเรียนใหม่
โดยในช่วงชั้นที่1 ระดับประถมศึกษา
ปีที่ 1-3 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 800 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 45-55% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 35-45% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10%
ช่วงชั้นที่ 2 ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 กำหนดชั่วโมงเรียน ปีละไม่เกิน 900 ชั่วโมง แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กำหนดเวลาเรียนรวม 34-45% ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลาเรียนรวม 45-55% กิจกรรมเพิ่มเติมตามจุดเน้นของสถานศึกษาและกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน เวลาเรียนรวม 10-15%
“เกศทิพย์ ศุภวานิช” รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่าร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ จะเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงชั้น แต่ละโรงเรียนจะต้องนำกรอบหลักสูตรแตกเป็นวิชาให้เป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน
จะมีการเพิ่มวิชาขึ้นมาให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายตามบริบทของโรงเรียน โดยเชื่อว่าจะตอบโจทย์เรื่องคุณภาพการศึกษาได้ เพราะการจัดการเรียนการสอนเด็กจะมีการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ เด็กมีโอกาส ต่อยอดความรู้ และทักษะ
ก่อนหน้านี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่ผ่านมา อาจไม่เพียงพอต่อสภาพการแข่งขันของโลกใจปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการศึกษาด้วยการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดย 6 สมรรถนะจะทำให้เด็กคิดได้ ทำเป็น เห็นคุณค่า ทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีส่วนร่วมในสังคม
“หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังเป็นการต่อยอดหรือเน้นในสัดส่วนที่เรายังขาดหายไปในหลักสูตรเก่า ให้ผู้เรียนเกิดทักษะ เกิดความรู้ความสามารถ และทำได้เก่งมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนในสาระสำคัญ เช่น เรื่องของเวลาเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะของเด็กมากขึ้น” น.ส.ตรีนุชกล่าว
สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า ข้อดีของร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเน้นการปฏิบัติมากกว่าการให้นักเรียนเรียนรู้แบบท่องจำเนื้อหา เด็กจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติมากกว่าเดิม ส่วนตัวชี้วัดหลักสูตรที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันได้กำหนดตัวชี้วัดมากถึง 2,000 กว่าตัวทำให้เป็นภาระอย่างมากกับครูผู้สอน แต่ร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เน้น 6 ตัวสมรรถนะจึงแตกออกมาเป็นตัวชี้วัดไม่ถึง 100 ตัว ลดภาระครูผู้สอนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ร่างหลักสูตรนี้เมื่อประกาศใช้แล้วจะส่งผลดีต่อระบบการศึกษา
อย่างไรก็ดี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 นี้จะมี 186 โรงเรียนแห่งเข้าร่วมนำร่องการใช้ร่างหลักสูตร เป็นระยะเวลา 1ปี เพื่อนำมาปรับปรุงร่างหลักสูตรดังกล่าว ก่อนจะประกาศใช้เป็นหลักสูตรระดับชาติทั่วประเทศ
คาดว่าอาจใช้เวลาจากนี้อีก 2-3 ปี กว่าจะได้ใช้ (ร่าง) หลักสูตรใหม่ อย่างเป็นทางการ กว่าจะประเมินผลบรรลุเป้าหมาย ยกเครื่อง ยกระดับคุณภาพการศึกษาหรือไม่ ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกหลายปี
ข่าวเกี่ยวกัน
ยังไม่มีการสั่งยกเลิกใช้หลักสูตรแกนกลางฯพ.ศ.2551
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วย ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เข้าพบ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยได้หารือและชี้แจงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องการใช้กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ….(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ซึ่งตามที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ พบว่า มีการสื่อสารและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากหลักวิชาการไปในบางส่วน โดยมีข้อเท็จจริงที่สำคัญ 3 ประเด็น คือ
1. บอร์ด กพฐ. ยังไม่เคยมีคำสั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป
2. ร่างกรอบหลักสูตรฯ และคู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ ฐานสมรรถนะ ให้นำไปทดลองใช้ในโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม ตามความสมัครใจ ซึ่งการที่ที่ประชุม กพฐ.เห็นชอบในข้อเสนอที่จะประกาศใช้หลักสูตรในเดือนตุลาคม 2565 หากคณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ….และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ดำเนินการปรับปรุงเสร็จภายใน 2-3 เดือน ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน และ
3. กระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใด ต่างก็เน้นให้นำวิธีการ active learning มาใช้จัดการเรียนการสอน
“ผมขอยืนยันว่าบอร์ด กพฐ.ยังไม่มีการสั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และยังไม่ให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป ทั้งนี้ ในการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปทดลองใช้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม แล้วนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขได้หลักสูตรและแนวทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ก็จะมีการพิจารณาในรายละเอียดเรื่องการประกาศว่าจะใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในระดับชั้นใด ในปีการศึกษาอะไร และนำไปใช้อย่างไร ใช้แบบไหนต่อไป สำหรับข้อห่วงใยต่างๆ ที่มีเสียงสะท้อนเข้ามา คณะกรรมการ กพฐ.จะมีการหารือกันต่อไป”
ประธานบอร์ด กพฐ. แจง "วิษณุ" ข่าวการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะคลาดเคลื่อน ย้ำยังไม่สั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 - ยังไม่ให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป
ที่มา ; เดลินิวส์ 29 เมษายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
ประธาน กพฐ.ชี้แจงรองนายกฯ หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังไม่ทดลองใช้เป็นการทั่วไป
ประธานบอร์ด กพฐ. แจงรองนายกฯ “วิษณุ” ข่าวการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะคลาดเคลื่อน ย้ำยังไม่สั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ยังไม่ให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป ให้นำไปทดลองใช้ในโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม ตามความสมัครใจ
ศาสตราจารย์ บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนพร้อมด้วย ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าพบ ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยได้หารือและชี้แจงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องการใช้กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. …. (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ซึ่งตามที่เป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ พบว่า มีการสื่อสารและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากหลักวิชาการไปในบางส่วน
โดยมีข้อเท็จจริงที่สำคัญ 3 ประเด็น คือ
· คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยังไม่เคยมีคำสั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป
· ร่างกรอบหลักสูตรฯ และคู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯฐานสมรรถนะ ให้นำไปทดลองใช้ในโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม ตามความสมัครใจ ซึ่งการที่บอร์ด กพฐ. เห็นชอบในข้อเสนอที่จะประกาศใช้หลักสูตรในเดือนตุลาคม 2565 หากคณะทำงานบรรณาธิการกิจ (ร่าง) กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. …. และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. …. ดำเนินการปรับปรุงเสร็จภายใน 2-3 เดือน ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน
· กระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใด ต่างก็เน้นให้นำวิธีการ Active Learning มาใช้จัดการเรียนการสอน
“ยืนยันว่าบอร์ด กพฐ. ยังไม่มีการสั่งยกเลิกหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และยังไม่ให้ใช้หลักสูตรใหม่เป็นการทั่วไป ทั้งนี้ การนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปทดลองใช้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม แล้วนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข ได้หลักสูตรและแนวทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ก็จะมีการพิจารณาในรายละเอียด เรื่องการประกาศว่าจะใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในระดับชั้นใด ปีการศึกษาใด และนำไปใช้อย่างไร ใช้แบบไหนต่อไป สำหรับข้อห่วงใยต่าง ๆ ที่มีเสียงสะท้อนเข้ามา บอร์ด กพฐ. จะมีการหารือกันต่อไป” ศ.บัณฑิต กล่าว
ที่มา ; ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนพัฒนาการและข้อถกเถียงในการขับเคลื่อน “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ” ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งมีมติเห็นชอบให้เร่งรัดจัดทำร่างกรอบหลักสูตรและคู่มือการใช้หลักสูตรระดับประถมศึกษา พร้อมกำหนดแผนทดลองใช้เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่โรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรม ปี 2565 ขยายไปโรงเรียนทั่วไปที่พร้อมในปี 2566 และใช้บางระดับชั้นทั่วประเทศในปี 2567 โดยมีการปรับเวลาในการประกาศใช้ให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การเร่งรัดดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเรื่องข้อกฎหมาย ขั้นตอน ความพร้อมของครู หนังสือเรียน และการสื่อสารที่อาจสร้างความสับสน
ฝ่ายนโยบายยืนยันว่า หลักสูตรฐานสมรรถนะยังเป็น “ร่าง” และยังไม่ยกเลิกหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 การทดลองใช้ต้องอยู่บนหลักความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน เป้าหมายหลักของหลักสูตรใหม่คือการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญ 6 ด้าน ลดการท่องจำ เน้น Active Learning และปรับโครงสร้างเวลาเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงลึก ทั้งนี้ การขยายผลใช้หลักสูตรทั่วประเทศต้องผ่านการนำร่อง ประเมินผล และปรับปรุงอย่างรอบคอบ เพื่อให้การปฏิรูปหลักสูตรเกิดผลจริงและยั่งยืนต่อคุณภาพการศึกษาไทย
ข้อสอบ
ข้อ 1 เหตุผลเชิงระบบที่ทำให้เกิดความกังวลต่อการเร่งใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในปี 2565 คือข้อใด
ก. โรงเรียนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสมรรถนะ
ข. ยังมีข้อกฎหมาย ขั้นตอน และความพร้อมของครู
ค. ผู้เรียนไม่สามารถปรับตัวได้
ง. หลักสูตรเดิมไม่มีคุณค่าแล้ว
ข้อ 2 หลักการสำคัญของการนำร่องใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้องกับการบริหารการเปลี่ยนแปลงคือข้อใด
ก. ใช้พร้อมกันทุกโรงเรียนเพื่อความเท่าเทียม
ข. บังคับใช้เฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. ใช้กับโรงเรียนที่สมัครใจและมีความพร้อม
ง. ใช้เฉพาะพื้นที่เมือง
ข้อ 3 หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องตัดสินใจเข้าร่วมทดลองใช้หลักสูตรใหม่ ปัจจัยใดควรพิจารณามากที่สุด
ก. ชื่อเสียงของโรงเรียน
ข. ความพร้อมด้านครู สื่อ และการอบรม
ค. ความนิยมของผู้ปกครอง
ง. จำนวนชั่วโมงเรียนที่ลดลง
ข้อ 4 การยืนยันว่า “ยังไม่ยกเลิกหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551” สะท้อนแนวคิดการปฏิรูปแบบใด
ก. การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน
ข. การปฏิรูปเชิงค่อยเป็นค่อยไป
ค. การปฏิรูปเชิงบังคับ
ง. การปฏิรูปเฉพาะด้านงบประมาณ
ข้อ 5 สาระสำคัญที่สุดของหลักสูตรฐานสมรรถนะที่แตกต่างจากหลักสูตรเดิมคือข้อใด
ก. เพิ่มเนื้อหาวิชาให้มากขึ้น
ข. ลดบทบาทครูลงทั้งหมด
ค. มุ่งพัฒนาสมรรถนะและการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน
ง. เพิ่มการสอบวัดผลมาตรฐาน
คลิกเฉลย >>>