
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง อาจารย์สาขาสิ่งแวดล้อมศึกษา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Yanyong Inmuong” กล่าวถึงผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในด้านการศึกษา ซึ่งส่วนหนึ่งระบุว่า
การเรียนการสอนออนไลน์นั้นเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนในชนบทจะเข้าไม่ถึง นอกจากนี้จะเกิดการออกหลักสูตรต่างๆ มากมายจนสร้างความยากลำบากให้กับผู้มีหน้าที่ควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ดังนี้
ดร. Buss แห่ง ม.ขอนแก่น ขอให้ผมลองมองภาพอนาคตการศึกษาไทยหลังโควิด-19 ผมขอใช้ปัญญาน้อยๆ มองฉากทัศน์ เหตุจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของไทย ผมขออนุญาตทำนายแบบ Worse-Case (อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้) ...ดังนี้
1) ครอบครัวไทยยากจนลง ไม่มีเงินส่งลูกหลานเรียน นักเรียน-นักศึกษาในระบบปกติจะลดลงอย่างน่าใจหาย
2) การเรียน Online (ต่างจาก Offline) นักเรียน-นักศึกษาต้องเรียนผ่านระบบ Internet แต่ในระดับหมู่บ้านสิ้นหวัง เพราะ Internet หมู่บ้านไม่มีอยู่จริง ทำให้นักเรียน-นักศึกษาจากหมู่บ้านเหล่านั้นไหลเข้าเมือง เป็นกลุ่มคนทำงานก้อนใหม่ (กลุ่มเสี่ยงใหม่) เยาวชนเมืองเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการเรียนและกิจกรรมออนไลน์
3) เกิดการแข่งขันผลิตหลักสูตร Online อย่างเมามัน จนเฝือไปหมด จนหน่วยงานควบคุมคุณภาพการศึกษาปวดหัวมาก มีทั้ง 'เลิศ และ ลวก' มีทั้ง 'ลด แลก แจก แถม' เต็มท้องตลาดการศึกษา
4) มหาวิทยาลัย จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้านการเงิน จะเริ่มเห็นมหาวิทยาลัยมีภาระหนี้มากขึ้น เพราะคนเรียนน้อย แต่ค่าใช้จ่ายสูง คณาจารย์มหาวิทยาลัยจะประคับประคองสถานภาพตนเองโดยหันมาหาทำวิจัยและหาทุนวิจัย ทดแทนการสอน การเรียนการสอน สาขาการแพทย์และวิศวกรรมศาสตร์อยู่ได้ แต่สาขาอื่นเริ่มพบความลำบาก
5) คุณลักษณะผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยไทย อาจเปลี่ยนภาพจากนักวิชาการแต่เป็นนักวิชาการผนวกกับนักบริหารธุรกิจ แบบในต่างประเทศ เพื่อความอยู่รอด (ประเทศไทย ดู AIT อธิการบดีก็เริ่มเข้าสู่ภาพนี้แล้ว)
6) รัฐบาลไม่มีงบประมาณอุดหนุนด้านการศึกษาเหมือนเดิม มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ขาดแคลนงบประมาณ จะเกิดการยุบหรือควบรวมตามมามากมาย ทั้งระดับโรงเรียน วิทยาลัย ภาควิชา คณะ วิชา หรือ แม้กระทั่งยุบรวมระดับมหาวิทยาลัย อย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน
7) โควิด-19 กดดันครอบครัวไทย เยาวชนวัยเรียนต้องหางานทำ โดยการเรียนจะกลายเป็นแบบ Part-time และเป็นแบบ Online โดยเยาวชนจากหมู่บ้านทำงานในเมืองและเรียน Online ในเมืองที่มีระบบ Internet เสถียรมากกว่าในหมู่บ้าน
8) การเรียนรู้นอกระบบของชุมชน เช่น กรณี โคก หนอง นา โมเดล จะมีบทบาทสูงมากขึ้น และ ระบบการเรียนรู้แบบนี้จะได้รับความนิยม ในขณะที่โครงสร้างการศึกษาของไทยยังงงๆ อยู่ เพราะเป็นการมุ่งเน้นสู่ 4.0 แบบจรวด (เพื่อส่งเสริมนักลงทุน-ทุนนิยม) ไม่สามารถเลี้ยว U-Turn กลับมาสู่สามัญนิยม (เพื่อคนรากหญ้า)
ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563
บทความนี้นำเสนอฉากทัศน์ผลกระทบของการระบาดโควิด-19 ต่อระบบการศึกษาไทยในอนาคต โดยเฉพาะในมุมมองแบบ “Worst-case scenario” ซึ่งชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางของระบบการศึกษาอย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญคือ ครอบครัวไทยมีแนวโน้มยากจนลง ส่งผลให้นักเรียนลดลงและมีแนวโน้มหลุดออกจากระบบมากขึ้น การเรียนออนไลน์กลายเป็นทางหลัก แต่กลับสร้างความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากพื้นที่ชนบทจำนวนมากไม่มีอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ ทำให้เกิดการย้ายถิ่นของเยาวชนเข้าสู่เมือง
ขณะเดียวกัน การผลิตหลักสูตรออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ขาดคุณภาพ เกิดความสับสนและยากต่อการควบคุมมาตรฐาน มหาวิทยาลัยเผชิญวิกฤติทางการเงิน นักศึกษาลดลงแต่ต้นทุนยังสูง ส่งผลให้คณาจารย์ต้องหันไปทำวิจัยมากกว่าการสอน อีกทั้งบางสาขาได้รับผลกระทบรุนแรง
บทบาทผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาอาจเปลี่ยนไปสู่แนวทางนักบริหารเชิงธุรกิจมากขึ้น รัฐมีงบประมาณด้านการศึกษาลดลง ทำให้เกิดการควบรวมหรือยุบสถาบันหลายระดับ เยาวชนจำนวนหนึ่งต้องทำงานควบคู่กับการเรียนแบบออนไลน์ และการเรียนรู้นอกระบบในชุมชนจะมีบทบาทมากขึ้น สะท้อนว่าระบบการศึกษาไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดและความยั่งยืนในอนาคต
ประเด็นใดสะท้อน “ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ได้ชัดที่สุด
ก. การเพิ่มจำนวนหลักสูตรออนไลน์
ข. การเรียนออนไลน์ในเมืองมีประสิทธิภาพสูง
ค. ชนบทเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้น้อย
ง. มหาวิทยาลัยทำวิจัยมากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาหลักคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่เท่าเทียม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำโดยตรง
ผลกระทบสำคัญของการยากจนของครอบครัวคือข้อใด
ก. นักเรียนเรียนเก่งขึ้น
ข. นักเรียนออกจากระบบการศึกษามากขึ้น
ค. มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่ม
ง. หลักสูตรออนไลน์ลดลง
เฉลย: ข
เหตุผล: รายได้ลดทำให้ไม่สามารถส่งเสียการศึกษา ส่งผลให้ออกจากระบบเพิ่ม
เหตุใดมหาวิทยาลัยจึงเข้าสู่วิกฤติทางการเงิน
ก. นักศึกษาลดลงแต่ค่าใช้จ่ายสูง
ข. มีอาจารย์มากเกินไป
ค. รัฐเพิ่มงบประมาณ
ง. ไม่มีการเรียนออนไลน์
เฉลย: ก
เหตุผล: รายได้จากนักศึกษาลดลง แต่ต้นทุนคงเดิมหรือเพิ่มขึ้น
ผลกระทบของการผลิตหลักสูตรออนไลน์จำนวนมากคืออะไร
ก. คุณภาพการศึกษาดีขึ้นทุกหลักสูตร
ข. ควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้น
ค. เกิดความสับสนและมาตรฐานไม่ชัดเจน
ง. ไม่มีผลกระทบต่อระบบ
เฉลย: ค
เหตุผล: หลักสูตรจำนวนมากแต่คุณภาพแตกต่าง ทำให้ควบคุมยาก
แนวโน้มบทบาทผู้บริหารมหาวิทยาลัยในอนาคตคือข้อใด
ก. เป็นนักกีฬา
ข. เป็นนักบริหารธุรกิจมากขึ้น
ค. เป็นครูประถม
ง. ลดบทบาทการบริหาร
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องบริหารองค์กรให้รอดในเชิงธุรกิจมากขึ้น
ข้อใดเป็นผลจากระบบอินเทอร์เน็ตไม่ทั่วถึง
ก. นักเรียนชนบทเรียนได้ดีขึ้น
ข. นักเรียนชนบทเข้าสู่เมืองเพิ่มขึ้น
ค. นักเรียนลดการใช้เทคโนโลยี
ง. ครูสอนน้อยลง
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อเข้าถึงการเรียน นักเรียนต้องย้ายเข้าสู่พื้นที่เมือง
การเรียนแบบ Part-time Online หมายถึงอะไร
ก. เรียนเฉพาะวันหยุด
ข. เรียนและทำงานควบคู่กัน
ค. เรียนในโรงเรียนเต็มเวลา
ง. ไม่ต้องเรียนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: เยาวชนต้องทำงานและเรียนไปพร้อมกัน
สาขาวิชาใดมีแนวโน้มอยู่รอดได้ดีกว่า
ก. มนุษยศาสตร์
ข. สังคมศาสตร์
ค. แพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
ง. ศิลปะการแสดง
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นสาขาที่ตลาดแรงงานยังต้องการสูง
เหตุใดการเรียนรู้นอกระบบจึงมีบทบาทมากขึ้น
ก. เพราะโรงเรียนดีขึ้น
ข. เพราะรัฐสนับสนุนเต็มที่
ค. เพราะระบบในโรงเรียนมีปัญหาและไม่ยืดหยุ่น
ง. เพราะไม่มีผู้เรียนออนไลน์
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบบหลักไม่ตอบโจทย์ จึงต้องพึ่งการเรียนรู้ชุมชน
ข้อใดสะท้อนภาพรวมสำคัญของบทความได้ดีที่สุด
ก. การศึกษาไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ข. โควิด-19 ทำให้การศึกษาไทยเท่าเทียมขึ้น
ค. ระบบการศึกษาต้องปรับตัวครั้งใหญ่ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำ
ง. อินเทอร์เน็ตทำให้การศึกษาสมบูรณ์แบบ
เฉลย: ค
เหตุผล: แก่นของบทความคือความจำเป็นในการปรับตัวของระบบการศึกษา