สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ผู้บริหารการศึกษายุคดิจิทัล เรียนรู้ไม่สิ้นสุด-คิดเชิงกลยุทธ์-ก้าวทันโลกอนาคต

ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สามารถปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกอนาคตได้เร็วเท่าไร ย่อมมีความได้เปรียบมากเท่านั้น การมีพื้นฐานการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษาที่ดี ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กและบุคลากรของประเทศในยุคดิจิทัลนี้

         มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ หรือ Education New Zealandซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลนิวซีแลนด์ในการจัดทำโครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศไทยและนิวซีแลนด์ ที่ได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองกับ ดร.ฮาเวิร์ด ยังส์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนานานาชาติ คณะครุศาสตร์ หลักสูตรการเป็นผู้นำสถานศึกษาจาก AucklandUniversity of Technology (AUT) จากประเทศนิวซีแลนด์เรื่องแนวคิดการในการนำทิศทางและบริหารสถานศึกษาเพื่อให้นักเรียนก้าวทันการเปลี่ยนแปลงพร้อมสู่การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลนี้

         ดร.ยังส์ ให้มุมมองว่า ผู้นำด้านการศึกษา ผู้บริหารสถาบันการศึกษา ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาการศึกษา การคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อให้เกิดนวัตกรรมการศึกษาใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันโลกเทคโนโลยี

โดยปัจจัยสำคัญของผู้นำการศึกษาที่ดีในยุคดิจิทัลที่น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ มีดังนี้

      1. ผู้บริหารการศึกษาทุกคนจะต้องวางตัวเองเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในยุค 4.0 ความรู้จะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ศูนย์กลางของนักการศึกษาทุกคน คือต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเปิดกว้างต่อการเรียนรู้ ทดสอบการปฏิบัติในปัจจุบันและเตรียมพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลง มากไปกว่านั้นควรเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดเพื่ออนาคต และการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในสิ่งที่นักเรียนต้องการ บนพื้นฐานของสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองมีอยู่

       2.มีความคิดเชิงกลยุทธ์แบบอนาคตและรู้จักพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในยุคปัจจุบัน ซึ่งความคิดเชิงกลยุทธ์นี้คือ แนวคิดแบบอนาคตที่มีความเป็นไปได้และการแก้ปัญหา ที่อาจไม่สามารถแก้ไขได้โดยใช้นโยบาย ระบบ และแนวทางปฏิบัติแบบเดิม

       3.พึ่งพา แบ่งปัน และกระจายความเป็นผู้นำ เพื่อลดช่องว่างระหว่างผู้นำการคิดแบบอนาคตและผู้นำแบบเดิม ความเป็นผู้นำเป็นกระบวนการที่มีอิทธิพล แต่ไม่ใช่ทำเพียงคนเดียว การกระจายความเป็นผู้นำโดยเน้นการกระจายแหล่งที่มาของอิทธิพลและการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทั่วทุกกลุ่มคน จะทำให้ความเชี่ยวชาญและความรู้สามารถกระจายไปทั่วกลุ่มคน เช่น การเชิญผู้นำการคิดแบบอนาคตและผู้นำแบบเดิมมาแบ่งปันความเชี่ยวชาญและความรู้ของพวกเขาสิ่งนี้อาจมีความท้าทายมากขึ้นเมื่อครูใหญ่ หรือผู้อำนวยการโรงเรียนยังมีความคิดแบบเดิม แต่ในขณะที่ครูและนักเรียนอาจคิดแบบอนาคตไปแล้ว ฉะนั้นหากมีการแบ่งปันความคิด จะช่วยให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ที่แตกต่าง นำไปสู่การพัฒนาและช่วยสนับสนุนเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้

        4. ไม่กลัวเทคโนโลยีใหม่ๆ และกล้าที่จะทดลอง สำหรับกลุ่มผู้บริหารทางการศึกษาผู้อำนวยการ หรือครูใหญ่ ที่มีความคิดเป็นแบบระบบเดิม อาจจะมีความลังเลหรือไม่มั่นใจกับเทคโนโลยีดิจิทัล หรืออาจจะคิดว่ามันเป็นการยากเกินว่าที่ตัวเองจะสามารถพัฒนาวิธีการใหม่ในการสอนที่ให้นักเรียนมาเป็นจุดศูนย์กลาง ฉะนั้นกุญแจสำคัญคือการชวนและสร้างแรงจูงใจเชิงบวกกับผู้ที่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การฝืนบังคับ หรือการต่อต้านพวกเขา

        5. ไม่เพิกเฉยกับความคิดแบบเดิม บางความรู้และประสบการณ์แบบเดิมอาจยังคงมีคุณค่า ผู้บริหารการศึกษาที่ดีต้องระวังอย่าเพิกเฉยต่อภูมิปัญญา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ควรเรียนรู้ เชื่อมต่อ และสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกับผู้ที่มีความคิดและยึดถือวิธีทำแบบเก่าอาจให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและรับฟัง

         6. ตั้งคำถามว่าพวกเราจะต้องหยุดทำอะไรหรือทำอะไรให้น้อยลง เพราะครูยังต้องใช้เวลาในการแบ่งปันการเรียนรู้และประสบการณ์ในห้องเรียนซึ่งกันและกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเพียงลำพัง พวกเขายังต้องการเวลาและการสนับสนุนเพื่อทำสิ่งนี้ให้ดี 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563

สรุปสาระสำคัญ

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาตนเองได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจะมีความได้เปรียบ โดยเฉพาะในบริบทการศึกษา การมีนวัตกรรมทางการศึกษาและพื้นฐานการศึกษาที่เข้มแข็งเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมเด็กและบุคลากรสู่ยุคดิจิทัล บทความสะท้อนแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษานิวซีแลนด์เกี่ยวกับบทบาทผู้นำสถานศึกษาในอนาคต ซึ่งต้องมีความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์และสร้างนวัตกรรมทางการเรียนรู้

ผู้นำการศึกษาที่ดีควรเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดรับการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครูและผู้เรียนในการออกแบบการเรียนรู้ ต้องมีความคิดเชิงอนาคต สามารถแก้ปัญหาที่ระบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ พร้อมทั้งกระจายภาวะผู้นำให้เกิดการมีส่วนร่วมทุกระดับ

นอกจากนี้ ผู้นำต้องกล้าทดลองเทคโนโลยีใหม่ และสร้างแรงจูงใจเชิงบวกแทนการบังคับ รวมทั้งไม่ละเลยภูมิปัญญาและแนวคิดแบบดั้งเดิมที่ยังมีคุณค่า การสร้างสมดุลระหว่างความคิดใหม่และเก่าจะช่วยให้การพัฒนาการศึกษามีความยั่งยืน อีกทั้งควรตั้งคำถามต่อการทำงานว่า “ควรหยุดหรือทำให้น้อยลงอะไร” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนาและการเรียนรู้ร่วมกันอย่างแท้จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนครูในสถานศึกษา
ข. การใช้เทคโนโลยีแทนการสอนแบบเดิม
ค. การพัฒนาภาวะผู้นำทางการศึกษาเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง
ง. การเน้นการสอบมาตรฐานระดับชาติ

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นบทบาทผู้นำการศึกษาในการปรับตัวและสร้างนวัตกรรมมากที่สุด

 

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อน “ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต” ได้ดีที่สุด
ก. ใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่จำเป็น
ข. เปิดรับความรู้ใหม่และปรับปรุงการทำงานต่อเนื่อง
ค. ยึดแนวปฏิบัติเดิมที่ได้ผล
ง. ลดการเปลี่ยนแปลงเพื่อความมั่นคง

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและปรับตัว

 

ข้อ 3

การคิดเชิงกลยุทธ์ของผู้นำการศึกษาหมายถึงข้อใด
ก. ทำตามนโยบายเดิมอย่างเคร่งครัด
ข. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
ค. วางแผนอนาคตที่ยืดหยุ่นและสร้างนวัตกรรม
ง. ลดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการมองอนาคตและนวัตกรรมใหม่

 

ข้อ 4

การกระจายภาวะผู้นำมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มภาระงานครู
ข. ลดบทบาทผู้บริหาร
ค. เพิ่มการมีส่วนร่วมและความรู้ร่วมกัน
ง. รวมอำนาจไว้ที่ผู้นำสูงสุด

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและกระจายความรู้

 

ข้อ 5

แนวทางที่เหมาะสมในการรับมือผู้ที่ไม่มั่นใจเทคโนโลยีคือข้อใด
ก. บังคับให้ใช้ทันที
ข. ลดบทบาทผู้ที่ต่อต้าน
ค. สร้างแรงจูงใจเชิงบวก
ง. ปล่อยให้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเสนอการสร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่บังคับ

 

ข้อ 6

เหตุใดจึงไม่ควรละเลยแนวคิดแบบดั้งเดิม
ก. เพราะทันสมัยกว่าเทคโนโลยี
ข. เพราะยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประสบการณ์
ค. เพราะใช้แทนเทคโนโลยีได้ทั้งหมด
ง. เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

เฉลย: ข
เหตุผล: ภูมิปัญญาเดิมยังมีคุณค่า

 

ข้อ 7

ข้อใดสะท้อนการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมในบทบาทผู้นำ
ก. ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่
ข. ทดลองและประยุกต์ใช้ด้วยความกล้า
ค. ใช้เฉพาะเมื่อได้รับคำสั่ง
ง. ใช้แทนทุกกระบวนการเรียนรู้

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการทดลองและเปิดรับ

 

ข้อ 8

การตั้งคำถาม “ควรหยุดหรือทำให้น้อยลงอะไร” มีจุดประสงค์ใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มภาระงาน
ค. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ง. ลดการเรียนรู้ของนักเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ

 

ข้อ 9

การสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาควรเริ่มจากสิ่งใด
ก. เทคโนโลยีเป็นหลัก
ข. ความต้องการของผู้เรียนและบริบทจริง
ค. งบประมาณเท่านั้น
ง. แบบทดสอบมาตรฐาน

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นผู้เรียนและบริบท

 

ข้อ 10

บทบาทสำคัญที่สุดของผู้นำการศึกษาในยุคดิจิทัลคือข้อใด
ก. ควบคุมครูอย่างเข้มงวด
ข. รักษาระบบเดิมให้คงอยู่
ค. ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้นำต้องขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

ความเห็นของผู้ชม