
ในยุคการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว จำเป็นที่จะต้องปลูกฝังแนวคิดของคนรุ่นใหม่ให้มีคุณลักษณะในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แก้ปัญหาความท้าทายต่างๆ ที่ซับซ้อน กระบวนการคิดวิเคราะห์ เข้ามามีบทบาทมาก ฝึกให้คิดเป็นระบบ มีขั้นตอน เข้าใจลำดับ เชื่อมโยงปัญหา จนเห็นแนวทางแก้ปัญหา
กระบวนการคิด (Thinking process) เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใน สามารถนำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหา อย่างสร้างสรรค์ สร้างสมรรถนะให้กับเด็กไทยสู่โลกดิจิทัล การสอนให้เด็กๆ มีกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สามารถเชื่อมโยง แยกแยะ พัฒนาความคิด ยิ่งสอนเยอะ ยิ่งเป็นทักษะการคิดติดตัวตลอดชีวิต
4 กระบวนการคิด สร้างนักคิดดิจิทัล
1. รู้ และเข้าใจกระบวนการคิดต่างๆ
2. ออกแบบขั้นตอน
3. ทดลองทำจริง
4. คิดแก้ปัญหา
บทความนี้สนับสนุนโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
ที่มา ; EDUCATAI
ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการปรับตัวและเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิดอย่างมีขั้นตอน เข้าใจลำดับเหตุการณ์ และเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อหาทางแก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผล กระบวนการคิด (Thinking Process) เป็นกระบวนการภายในของมนุษย์ที่สามารถพัฒนาและฝึกฝนได้ โดยนำไปใช้ในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และเสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล การจัดการเรียนรู้จึงควรเน้นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ การแยกแยะข้อมูล การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
บทความยังเสนอ “4 กระบวนการคิดสร้างนักคิดดิจิทัล” ได้แก่ 1) การรู้และเข้าใจกระบวนการคิด 2) การออกแบบขั้นตอนการคิดหรือการแก้ปัญหา 3) การทดลองลงมือปฏิบัติจริง และ 4) การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกยุคดิจิทัล ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
จุดมุ่งหมายสำคัญของบทความนี้คือข้อใด
ก. ส่งเสริมการท่องจำความรู้
ข. พัฒนากระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์
ค. เพิ่มการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน
ง. ลดเวลาในการเรียนการสอน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาเป็นหลัก
“Thinking Process” ตามบทความหมายถึงข้อใด
ก. การเรียนรู้จากตำรา
ข. กระบวนการคิดภายในที่สามารถพัฒนาได้
ค. การใช้เทคโนโลยีช่วยสอน
ง. การจำข้อมูลอย่างเป็นระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าเป็นกระบวนการภายในที่ฝึกฝนและพัฒนาได้
เหตุใดจึงต้องพัฒนาการคิดเชิงวิเคราะห์ในผู้เรียน
ก. เพื่อสอบได้คะแนนสูง
ข. เพื่อท่องจำได้เร็ว
ค. เพื่อแก้ปัญหาซับซ้อนได้
ง. เพื่อทำงานเอกสารได้ดี
เฉลย: ค
เหตุผล: การคิดวิเคราะห์ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีระบบ
ข้อใดเป็นลำดับแรกของ “4 กระบวนการคิด”
ก. ทดลองทำจริง
ข. ออกแบบขั้นตอน
ค. รู้และเข้าใจ
ง. แก้ปัญหา
เฉลย: ค
เหตุผล: ขั้นแรกคือการรู้และเข้าใจกระบวนการคิด
การออกแบบขั้นตอนในการคิดมีประโยชน์อย่างไร
ก. ทำให้ทำงานเร็วขึ้น
ข. ช่วยให้คิดเป็นระบบ
ค. ลดความจำเป็นในการคิด
ง. ใช้แทนการทดลอง
เฉลย: ข
เหตุผล: การออกแบบขั้นตอนช่วยให้การคิดมีระบบและชัดเจน
การทดลองทำจริงช่วยพัฒนาทักษะใดมากที่สุด
ก. ความจำ
ข. การคิดคำนวณ
ค. การลงมือปฏิบัติและเรียนรู้จากประสบการณ์
ง. การท่องจำเนื้อหา
เฉลย: ค
เหตุผล: การลงมือทำจริงทำให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์
ข้อใดสะท้อน “การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์”
ก. ทำตามคำสั่งเท่านั้น
ข. ใช้วิธีเดิมซ้ำ ๆ
ค. หาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหา
ง. หลีกเลี่ยงปัญหา
เฉลย: ค
เหตุผล: การสร้างสรรค์คือการคิดหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหา
บทบาทของครูตามแนวคิดในบทความควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมการสอบ
ค. ผู้ส่งเสริมกระบวนการคิด
ง. ผู้ให้คะแนนเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องส่งเสริมกระบวนการคิดของผู้เรียน
การคิดเชิงวิเคราะห์ช่วยผู้เรียนในด้านใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันกีฬา
ข. การแก้ปัญหาและเชื่อมโยงข้อมูล
ค. การเขียนหนังสือเร็ว
ง. การจำชื่อข้อมูล
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยให้วิเคราะห์ เชื่อมโยง และแก้ปัญหาได้
หน่วยงานใดสนับสนุนแนวคิดในบทความ
ก. กระทรวงสาธารณสุข
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ง. กระทรวงการคลัง
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่า อพวช. เป็นผู้สนับสนุนแนวคิด