
การสอนที่ดีเริ่มต้นที่การวางแผน ก่อนเริ่มการสอนคุณครูทุกท่านต้องเริ่มต้นด้วยการออกแบบกิจกรรมที่ต้องสอนในแต่ละคาบ เพื่อให้ได้การสอนที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับเนื้อหา ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนมากยิ่งขึ้น แต่งานครูก็ไม่ได้มีแค่เรื่องสอน เพราะยังมีภาระงานอื่นที่ครูต้องโฟกัสด้วยเช่นกัน ในบทความนี้ขอ ชวนคุณครูมาทำความรู้จัก Design Thinking เครื่องมือทางความคิดที่จะช่วยให้คุณครูออกแบบการสอนได้ดีขึ้นและช่วยในการทำงานของคุณครูเป็นไปอย่างราบรื่น

ทำความรู้จัก Design Thinking
Design Thinking หรือ การคิดเชิงออกแบบ คือ กระบวนการคิดแก้ปัญหาที่คำนึงถึง 3 องค์ประกอบ คือ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และคน อาจเรียกได้ว่าเป็นการคิดที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาจนนำมาสู่แนวทางแก้ไขปัญหาแบบใหม่ที่อาจไม่เคยคิดมาก่อน ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่ การทำความเข้าใจ นิยามปัญหา สร้างสรรค์ไอเดีย จำลองวิธีการแก้ และ นำไปทดสอบ (Empathize, Define, Ideate, Prototype & Test) โดยการคิดในรูปแบบนี้ถือว่าเป็นกระบวนการสร้างนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่อาศัยความเข้าใจและไม่มีกรอบจำกัด เมื่อนำมาใช้ในบริบทการศึกษา นั่นก็คือกระบวนการออกแบบการแก้ปัญหาที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางในการออกแบบเพื่อใช้ในการสอน
ตัวอย่างกระบวนการคิดเชิงออกแบบ 5 ขั้นตอนในบริบทห้องเรียน
ขั้นตอนที่ 1 Empathize เข้าใจปัญหาของผู้เรียน คุณครูต้องเข้าใจปัญหาของนักเรียนก่อนนักเรียนของเราเป็นใคร ระดับชั้นใด ต้องการอะไร ความรู้พื้นฐานเป็นอย่างไร โดยใช้เครื่องมือเป็นการสัมภาษณ์ สังเกต แบบสอบถาม การทดสอบ และอื่น ๆ
ขั้นตอนที่ 2 Define เมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ มาแล้วคุณครูก็จะสรุปข้อมูลที่ได้มาสรุปและอธิบายปัญหาของผู้เรียนว่านักเรียนประสบปัญหากับการเรียนเรื่องใดบ้าง และเลือกเรื่องที่ครูสนใจมากที่สุดมาปฏิบัติก่อน
ขั้นตอนที่ 3 Ideate หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์และระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหานั้น ไอเดียที่ดีคือไอเดียที่เยอะ พยายามระดมความคิดออกมาให้ได้มากที่สุดจากนั้นคัดเลือกไอเดียที่คิดว่าน่าทดลองและมีความเป็นไปได้มากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่มี
ขั้นตอนที่ 4 Prototype คือการสร้างต้นแบบไอเดียที่คัดเลือกที่คุณครูเลือกไว้ โดยอาจจัดทำโดยเขียนออกมาเป็นโมเดลการสอน หรือวิธีอื่น ๆ โดยเน้นให้ความสมบูรณ์ที่สุดเพื่อใช้เตรียมจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนจริง
ขั้นตอนที่ 5 Test เมื่อได้วิธีการมาแล้ว จึงนำไปทดสอบจริงเพื่อเก็บข้อมูลว่าไอเดียที่นำมาใช้ในกลุ่มผู้เรียนจริงตอบโจทย์มากแค่ไหน อะไรที่นำมาสอนแล้วดีนักเรียนชอบ เกิดผลลัพธ์ที่เราต้องการ อะไรที่นำมาสอนแล้วผู้เรียนไม่ชอบเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ หลังจากสอนเสร็จจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ ก่อนจะนำไปปรับปรุง
บูรณาการ Design Thinking กับการทำงานของคุณครู
งานของคุณครูนอกจากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแล้ว ยังมีภาระงานเพิ่มเติมจากการสอนให้คุณครูต้องจัดการ ตัวอย่างเช่น งานกิจกรรมพัฒนานักเรียนที่คุณครูต้องออกแบบให้มีประสิทธิภาพ กระบวนการ Design Thinking สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน
ขั้นตอนที่ 1 Empathize สำรวจข้อมูลว่านักเรียนมีความต้องการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนานักเรียนในเรื่องใด
ขั้นตอนที่ 2 Define ระบุให้ชัดว่าต้องการพัฒนานักเรียนในเรื่องใด อะไรเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สุดคืออะไร
ขั้นตอนที่ 3 Ideate ระดมสมองออกแบบกิจกรรมพัฒนานักเรียนว่าควรจัดอย่างไรจึงจะตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 4 Prototype พัฒนากิจกรรมที่สมบูรณ์ โดยเลือกใช้วิธีการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์และเป็นไปได้มากที่สุด
ขั้นตอนที่ 5 Test นำกิจกรรมไปใช้จริงแล้ว ประเมินผลนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากนักเรียนเพื่อนำสู่กิจกรรมที่สมบูรณ์ขึ้น
กระบวนการ Design Thinking เป็นกระบวนการที่เน้นให้คุณครูทำความเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองผ่านวิธีการสังเกต สัมภาษณ์ สอบถาม หรือวิธีการอื่น ๆ ให้ได้ซึ่งข้อมูลเพื่อนำมาสรุป และวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพห้องเรียนหรือสภาพปัญหาที่พบเจอ วิธีการที่ใช้ได้กับห้องเรียนที่ครูเคยคิดไว้แล้วอาจจะใช้ไม่ได้กับห้องเรียนอื่น ๆ ในอนาคต เพราะฉะนั้นคุณครูต้องปรับประยุกต์ใช้ และทดลองหาวิธีที่เหมาะสมกับห้องเรียนของตนเอง
อ้างอิง
ครูวุฒิชัย. (2021, 4 กันยายน). กระบวนการจัดการเรียนการสอนการออกแบบความคิด (Design Thinking Process). ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ครู นักเรียน. https://communitykru.com/เทคโนโลยีด้านการศึกษา/กระบวนการจัดการเรียนกา/
OKMD. (ม.ป.ป.). คิดทันโลกด้วย Design Thinking โดย ASIAN Leadership Academy. https://www.okmd.or.th/knowledge-festival/articles/518/design-thinking
Tiger. (2021, 5 กุมภาพันธ์). Design Thinking คืออะไร? การคิดเชิงออกแบบใน 5 ขั้นตอน. ไทยวินเนอร์. https://thaiwinner.com/design-thinking/
บทความโดย อาทิตยา ไสยพร
ที่มา ; EDUCA
การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเริ่มจากการวางแผนและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและผู้เรียน อย่างไรก็ตาม บทบาทครูไม่ได้จำกัดเพียงการสอน แต่ยังมีภาระงานอื่นที่ต้องจัดการ จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือช่วยคิดอย่างเป็นระบบ เช่น Design Thinking หรือการคิดเชิงออกแบบ ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่เน้น “คนเป็นศูนย์กลาง” ผสานความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา
กระบวนการ Design Thinking ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) Empathize ทำความเข้าใจผู้เรียนจากการสังเกต สัมภาษณ์ และเก็บข้อมูล 2) Define สรุปและกำหนดปัญหาที่แท้จริง 3) Ideate ระดมความคิดเพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างหลากหลาย 4) Prototype สร้างต้นแบบหรือแผนการสอน/กิจกรรม 5) Test ทดลองใช้จริงและประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุง
เมื่อนำมาใช้ในบริบทการศึกษา จะช่วยให้การออกแบบการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการผู้เรียน และสามารถปรับใช้กับงานอื่นของครู เช่น การออกแบบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยเน้นการสำรวจความต้องการ วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบกิจกรรม ทดลองใช้ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
Design Thinking จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ครูพัฒนาการสอนและการจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ ยืดหยุ่น และเหมาะสมกับบริบทผู้เรียนที่แตกต่างกันในแต่ละห้องเรียน
Design Thinking ในบริบทการศึกษามีจุดเด่นสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ข. เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหา
ค. เน้นการท่องจำเนื้อหา
ง. เน้นการสอบวัดผลเป็นหลัก
เฉลย: ข เพราะ Design Thinking มุ่งแก้ปัญหาโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
เหตุผล: แนวคิดหลักคือ human-centered design ไม่ใช่การสอนแบบเน้นเนื้อหาอย่างเดียว
ขั้นตอนแรกของ Design Thinking คือข้อใด
ก. Define
ข. Ideate
ค. Empathize
ง. Test
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้เรียนก่อนออกแบบการสอน
การ “Define” ในกระบวนการ Design Thinking หมายถึงข้อใด
ก. การสร้างต้นแบบ
ข. การสรุปปัญหาที่แท้จริง
ค. การทดลองสอน
ง. การเก็บข้อมูลอย่างละเอียด
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นขั้นกำหนดและสรุปปัญหาให้ชัดเจนก่อนแก้ไข
ขั้นตอนใดเหมาะกับการระดมความคิดอย่างหลากหลายที่สุด
ก. Empathize
ข. Define
ค. Ideate
ง. Test
เฉลย: ค
เหตุผล: Ideate เน้นการคิดไอเดียจำนวนมากเพื่อหาทางเลือก
Prototype ในการจัดการเรียนรู้หมายถึงข้อใด
ก. การทดลองสอบนักเรียน
ข. การสร้างต้นแบบการสอนหรือกิจกรรม
ค. การวิเคราะห์คะแนนสอบ
ง. การเก็บข้อมูลผู้เรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการสร้างรูปแบบการสอนก่อนนำไปใช้จริง
การ Test ใน Design Thinking มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. ออกแบบหลักสูตรใหม่
ข. เก็บข้อมูลและประเมินผลการใช้จริง
ค. เพิ่มเนื้อหาการสอน
ง. จัดกลุ่มนักเรียนใหม่
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ทดลองและปรับปรุงจากผลลัพธ์จริง
เครื่องมือใดเหมาะกับขั้น Empathize มากที่สุด
ก. การสอบปลายภาค
ข. การสัมภาษณ์และสังเกต
ค. การสร้างแบบทดสอบ
ง. การให้คะแนน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เพื่อเข้าใจผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง
ข้อใดสะท้อนการประยุกต์ใช้ Design Thinking ในงานครูได้เหมาะสม
ก. จัดกิจกรรมตามแผนเดิมทุกปี
ข. ออกแบบกิจกรรมจากความต้องการผู้เรียน
ค. สอนตามหนังสือเท่านั้น
ง. ใช้ข้อสอบเดิมซ้ำ
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องยึดผู้เรียนและบริบทเป็นฐาน
การนำ Design Thinking มาใช้ช่วยครูในด้านใดมากที่สุด
ก. ลดเวลาสอนทั้งหมด
ข. เพิ่มภาระงานเอกสาร
ค. พัฒนาการสอนและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ง. ทำให้ไม่ต้องวางแผน
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้การสอนมีคุณภาพและมีระบบมากขึ้น
เหตุใดการทดลองใช้ (Test) จึงสำคัญใน Design Thinking
ก. เพื่อให้จบกระบวนการ
ข. เพื่อประเมินและปรับปรุงแนวทางแก้ปัญหา
ค. เพื่อเพิ่มงานครู
ง. เพื่อยืนยันแผนเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องนำผลไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้เรียนจริง