สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งมี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามที่คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มี รศ.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ เป็นประธานเสนอ  

โดยรองนายกฯให้ปรับระยะเวลาการบังคับใช้แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จากเดิมกำหนดไว้ 2 ช่วง เริ่มตั้งแต่ปี 2564-2565 และ ปี 2566-2570 เป็นให้เริ่มตั้งแต่ปี 2563-2564 และ ปี 2565-2569 โดยช่วง 2 กำหนดเป็นแผนระยะ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้ แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยจะนำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงาน ทั้งในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ เพื่อสร้างมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

อย่างไรก็ตามจากนี้ สกศ.จะเร่งปรับข้อเสนอดังกล่าว เพื่อเสนอรมว.ศึกษาธิการ จากนั้นส่งผ่านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป 

เลขาธิการ สกศ.กล่าวต่อไปว่า แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย มี 7 ยุทธศาสตร์ 20 เป้าประสงค์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1.การจัดและการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ที่เด็กปฐมวัยจะต้องมีโอกาสเข้าถึงการบริการอย่างเท่าเทียม

ยุทธศาสตร์ที่ 2.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

ยุทธศาสตร์ที่ 3. การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ยุทธศาสตร์ที่ 4.การพัฒนาระบบและกลไกการบูรณาการสารสนเทศเด็กปฐมวัยและการนำไปใช้ประโยชน์ เพราะเด็กแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ และ เด็กพิการ เป็นต้น 

ยุทธศาสตร์ที่ 5.การจัดทำและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการดำเนินการตามกฎหมาย

ยุทธศาสตร์ที่ 6.การวิจัยพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้

ยุทธศาสตร์ที่ 7.การบริหารจัดการ การสร้างกลไก ประสานการดำเนินงานและการติดตามประเมินผล เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณด้วย 

นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ยังได้เห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการอีก 5 คณะ เพื่อรองรับการดำเนินงานตามพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านปฐมวัย คณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนา และจัดการความรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิ คณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย และคณะอนุกรรมการการศึกษาพิเศษ ทั้งนี้ สกศ.จะเร่งปรับข้อเสนอดังกล่าว เพื่อเสนอ รมว.ศึกษาธิการ จากนั้นจะส่งผ่านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป 

สรุป บอร์ดคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เห็นชอบร่างแผนพัฒนาพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว มี 7 ยุทธศาสตร์ 20 เป้าประสงค์ รองนายกฯสั่งขยับแผนให้เร็วขึ้นเริ่มทันทีปีนี้ 

ที่มา ; เดลินิวส์ ศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563

สรุปสาระสำคัญ 
คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีมติเห็นชอบในหลักการร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเด็กของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับปฏิบัติ รองนายกรัฐมนตรีได้ปรับช่วงเวลาการดำเนินแผนให้เร็วขึ้น โดยกำหนดเป็น 2 ระยะ คือ ปี 2563–2564 และ 2565–2569 ระยะที่สองเป็นแผน 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนดังกล่าวประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ 20 เป้าประสงค์ ได้แก่ การเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม การเสริมสร้างครอบครัว การพัฒนาคุณภาพบริการ การบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ การปรับปรุงกฎหมาย การวิจัยและเผยแพร่ความรู้ และการบริหารจัดการพร้อมติดตามประเมินผล นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามกฎหมาย เช่น ด้านข้อมูล วิจัย กฎหมาย สื่อสาร และการศึกษาพิเศษ ทั้งนี้ สกศ.จะปรับข้อเสนอและเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แผนนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยคือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. สร้างมาตรฐานการพัฒนาเด็กให้เป็นทิศทางเดียวกัน
ค. ลดจำนวนโรงเรียนเอกชน
ง. เพิ่มจำนวนครูต่างชาติ
เฉลย: ข เหตุผล: เน้นมาตรฐานเดียวทั้งระบบ

ข้อ 2 การปรับระยะเวลาแผนมีเหตุผลสำคัญคืออะไร
ก. ลดภาระงบประมาณ
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. สอดคล้องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ง. ลดระยะเวลาการศึกษา
เฉลย: ค เหตุผล: เพื่อเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติ

ข้อ 3 ยุทธศาสตร์ใดเน้นความเท่าเทียม
ก. ยุทธศาสตร์ 1
ข. ยุทธศาสตร์ 3
ค. ยุทธศาสตร์ 5
ง. ยุทธศาสตร์ 7
เฉลย: ก เหตุผล: กล่าวถึงการเข้าถึงบริการ

ข้อ 4 หากผู้บริหารพบเด็กมีความต้องการพิเศษ ควรใช้ยุทธศาสตร์ใด
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 6
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นข้อมูลและความแตกต่างรายบุคคล

ข้อ 5 การพัฒนาครอบครัวเกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. เสริมสร้างการเลี้ยงดู
ค. เพิ่มสื่อออนไลน์
ง. เพิ่มโรงเรียน
เฉลย: ข เหตุผล: เน้นบทบาทครอบครัว

ข้อ 6 การตั้งอนุกรรมการสะท้อนแนวคิดใด
ก. การรวมศูนย์
ข. การกระจายอำนาจและเฉพาะทาง
ค. การลดบทบาทรัฐ
ง. การเอกชนเป็นหลัก
เฉลย: ข เหตุผล: แยกงานตามความเชี่ยวชาญ

ข้อ 7 หากข้อมูลเด็กไม่เชื่อมโยงกัน จะกระทบอะไร
ก. งบประมาณ
ข. คุณภาพการตัดสินใจ
ค. จำนวนครู
ง. อาคารเรียน
เฉลย: ข เหตุผล: ข้อมูลจำเป็นต่อการวางแผน

ข้อ 8 ยุทธศาสตร์ด้านกฎหมายสำคัญเพราะอะไร
ก. เพิ่มโทษ
ข. สร้างความชัดเจนในการดำเนินงาน
ค. ลดงานวิจัย
ง. เพิ่มการแข่งขัน
เฉลย: ข เหตุผล: กำหนดกรอบการปฏิบัติ

ข้อ 9 ผู้บริหารควรใช้แผนนี้อย่างไร
ก. ปฏิบัติเฉพาะบางส่วน
ข. บูรณาการทุกยุทธศาสตร์ในสถานศึกษา
ค. เน้นเฉพาะงบประมาณ
ง. ใช้เฉพาะครูปฐมวัย
เฉลย: ข เหตุผล: ต้องเชื่อมโยงทั้งระบบ

ข้อ 10 ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของแผนคือข้อใด
ก. จำนวนเอกสาร
ข. การติดตามประเมินผล
ค. จำนวนโรงเรียน
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ข เหตุผล: ใช้ข้อมูลปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ความเห็นของผู้ชม