สมาชิกเข้าสู่ระบบ

1 ใน 4 ของศตวรรษที่ 21 การศึกษาไทยก้าวไป 4.0 แล้วหรือยัง

และแล้ว เราก็ก้าวมาสู่ปี ค.ศ. 2023 ด้วยกันจนได้

เท่ากับว่า อีก 2 ปี คือในปี ค.ศ. 2025 เราก็จะก้าวเข้าสู่ 1 ใน 4 หรือ 25 ปี ของศตวรรษที่ 21 แล้ว ถึงเวลาย้อนกลับไปทบทวนดู ว่าศตวรรษที่ 21 ผ่านมา 23 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 24 การศึกษาไทยไปถึงไหนแล้ว?

ก้าวไปสู่ การศึกษายุค 4.0 แล้วหรือยัง? 

โดยหากเราจะพิจารณาถึงบริบทของโลกยุคปัจจุบัน มีการใส่รหัส (Code) ให้กับยุคสมัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก

โดยเริ่มนับกันที่โลกยุค 1.0 ซึ่งหมายถึงยุคเกษตรกรรม 2.0 คือโลกยุคอุตสาหกรรม ยุค 3.0 คือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนโลกยุค 4.0 คือโลกยุคหลังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

ทิศทางที่โลกเคลื่อนไปนี้ ได้ผลักดันให้ทุกวงการต้องเคลื่อนตาม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ 

Alvin Toffler ได้กล่าวถึง 

·      First wave หรือคลื่นลูกแรกของมนุษยชาติ คือสังคมเกษตรกรรมที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลานับพัน ๆ ปี มีจุดเริ่มต้นนับจากวันแรกที่มนุษย์เริ่มหยุดออกเดินทางเพื่อล่าสัตว์ หันมาทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ในการดำรงชีวิต ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม ก่อเกิดสังคม พัฒนาสู่การสร้างวัฒนธรรม และเริ่มมีเวลาในการสั่งสมองค์ ตรงกับโลกยุค 1.0 

·      Second wave  หรือคลื่นลูกที่สอง ซึ่ง Toffler กล่าวว่า เป็นยุคหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งเน้นไปที่การผลิตและตลาดขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักรเพื่อสร้างสินค้าจำนวนมาก โดยได้ส่งอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างมากมาย

·      Third wave หรือคลื่นลูกที่ 3 เป็นยุคของการเชื่อมโยงและเข้าถึงระบบสารสนเทศจากทุกแห่งหน ภายใต้การเชื่อมโยงองค์ประกอบพื้นฐานที่ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามารองรับทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และโครงสร้างโทรคมนาคม เกิดเป็นชุมชน เป็นเครือข่าย เป็นจุดเริ่มแห่งการก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ 

สอดคล้องกับ Steve Case ที่มองว่า คลื่นลูกที่ 1 ในแง่ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT: Information and Communication Technology) คือช่วงปี ค.ศ.1985-1999 คลื่นลูกที่ 2 คือช่วงปี ค.ศ.2005-2016 คลื่นลูกที่ 3 ตั้งแต่ปี ค.ศ.2016 เป็นต้นไป 

Case มองว่า Internet ขยายตัวอย่างมากมาย จากปี 1986 จนถึงปัจจุบัน และจะมีบทบาทมากมายในการทำงานให้สังคมโลก ไม่ว่าการศึกษา สาธารณสุขหรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาการก่อการร้ายเรื่องแก้ปัญหาโลกร้อนและแก้ปัญหาความยากจน 

จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวว่า ช่วงแรกก็คือช่วงที่ Internet เริ่มใหม่ๆ ยังไม่ขยายตัวมากนัก แต่พอหลังปี 2000 ก็มี Product IT ใหม่ๆ เช่น Search Engine, Google, Yahoo หรือ Facebook ขยายใหญ่มากขึ้น แต่คลื่นลูกที่ 3 ของ Steve Case คือ Internet of Things บทบาทของ Internet จะขยายไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง Internet จะเกิดขึ้นทุกๆ จุดที่เป็นวัตถุ และสามารถเชื่อมโยงได้อย่างมากมาย 

ซึ่งต่อไปนี้ หุ่นยนต์ Robots คือ Things แต่จะมี Internet หรือ Software ที่มีความสามารถทำอะไรได้มากมาย รวมทั้งคิดเป็นและมีอารมณ์ มีความฉลาดคล้ายๆ มนุษย์ ซึ่งบางที คลื่นลูกที่ 3 ของ Internet ถูกเรียกว่า fourth Industrial Revolution หรือปฏิวัติอุตสาหกรรมขั้นที่ 4

จะเห็นได้ว่า ทิศทางที่โลกเคลื่อนไปนี้ ได้ผลักดันให้ทุกวงการต้องเคลื่อนตาม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ให้กับวงการต่างๆ ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การค้า การพาณิชย์ ภาคการเงินการธนาคาร และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาในยุค Thailand 4.0 จึงต้องเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ที่ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังกล่าว สถานศึกษาในยุคใหม่ ได้เคลื่อนผ่านรูปแบบการบริหารงานจากโครงการและกระบวนทัศน์เก่าๆ มาไกลแล้ว 

โดยเฉพาะในปัจจุบัน มีการพูดถึงรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือโรงเรียนในลักษณะต่างๆ มากมาย อาทิ โรงเรียนประชารัฐ ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาล ที่จะส่งอิทธิพลต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือโรงเรียนต่อไปในอนาคต 

หากจะพูดถึง Thailand 4.0 ก็เหมือนกับการกล่าวถึงห้วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมโลก กล่าวคือ เริ่มตั้งแต่โลกยุค 1.0 คือโลกของเกษตรกรรม โลกยุค 2.0 คือโลกยุคอุตสาหกรรม และโลกยุค 3.0 คือโลกยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และโลกยุค 4.0 คือโลกยุคหลังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

ประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ Thailand 1.0 เน้นการเกษตรเป็น Thailand 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา Thailand 3.0 เน้นอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก Thailand 4.0 เน้นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมโดยมีฐานคิดหลัก คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม

ดังแนวคิด Thailand 4.0 ของสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่เปลี่ยนการขับเคลื่อนประเทศจากภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น 

การพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด Thailand 4.0 ภาครัฐได้กำหนดโครงการสานพลังประชารัฐเป็นตัวขับเคลื่อน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคประชาชน ภาคสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ร่วมกันระดมความคิด ผนึกกำลังกันขับเคลื่อน ผ่านโครงการ บันทึกความร่วมมือ กิจกรรม หรือ งานวิจัยต่างๆ โดยการดำเนินงานของประชารัฐกลุ่มต่างๆ อันได้แก่ 

·      กลุ่มที่ 1 การยกระดับนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์การปรับแก้กฎหมายและกลไกภาครัฐ พัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการดึงดูดการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

·      กลุ่มที่ 2 การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ

·      กลุ่มที่ 3 การส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมล์ การสร้างรายได้ และการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ

·      กลุ่ม 4 การศึกษาพื้นฐานและพัฒนาผู้นำ หรือ โรงเรียนประชารัฐ รวมทั้งการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ

·      กลุ่มที่ 5 การส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งการส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ 

ซึ่งแต่ละกลุ่มกำลังวางระบบและกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเข้มข้น

หากพิจารณาให้ดี จะเห็นได้ว่า ในกลุ่มที่ 4 คือการศึกษาพื้นฐานและพัฒนาผู้นำ หรือ โรงเรียนประชารัฐ รวมทั้งการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ นั้นเป็นแนวนโยบายที่กำลังนำไปสู่การปฏิบัติกันอย่างเข้มข้น นั่นคือ การเกิดขึ้นของ โรงเรียนประชารัฐ 

แนวนโยบาย Thailand 4.0 ภายใต้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนประชารัฐ โดยที่ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำพิสัยสมบูรณ์ 

ซึ่งเป็นหลักภาวะผู้นำ 7 ประการที่ผู้บริหารโรงเรียนประชารัฐควรให้ความสำคัญ อันประกอบด้วย ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ได้แก่ ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามยถากรรม การบริหารแบบวางเฉย และการให้รางวัลตามสถานการณ์ รวมถึงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง คือ ความใส่ใจต่อปัจเจกบุคคล การกระตุ้นการใช้ปัญญา การใช้แรงจูงใจในการสร้างแรงบันดาลใจ และการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ ตามแนวคิดของ Bernard Bass 

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ได้ผลักดันให้ทุกวงการต้องขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งหากพูดถึงแวดวงการศึกษาที่เป็นแหล่งบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ให้กับวงการต่างๆ ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การค้า การพาณิชย์ ภาคการเงินการธนาคาร และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

Education 4.0 หรือการศึกษาในยุค Thailand 4.0 ผู้บริหารต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงดังกล่าว สถานศึกษาในยุคใหม่ ได้เคลื่อนผ่านรูปแบบการบริหารงานจากโครงการและกระบวนทัศน์เก่าๆ มาไกลแล้ว 

โดยเฉพาะในปัจจุบัน มีการพูดถึงรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือโรงเรียนในลักษณะต่างๆ มากมาย อาทิ โรงเรียนประชารัฐ ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาล ที่จะส่งอิทธิพลต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือโรงเรียนต่อไปในอนาคตนั่นเอง 

อีก 2 ปี คือในปี ค.ศ. 2025 เราก็จะก้าวเข้าสู่ 1 ใน 4 หรือ 25 ปี ของศตวรรษที่ 21 กันแล้ว 

ที่มา ; By  Jakkrit Siririn in SALIKA

 

 

 

สรุปสาระสำคัญ 

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงรอยต่อสำคัญของศตวรรษที่ 21 โดยในปี 2025 จะเป็นช่วง 1 ใน 4 ของศตวรรษแล้ว จึงต้องทบทวนการพัฒนาการศึกษาไทยว่าเท่าทันโลกยุคใหม่หรือไม่ โลกถูกแบ่งเป็นยุค 1.0 เกษตรกรรม 2.0 อุตสาหกรรม 3.0 เทคโนโลยีสารสนเทศ และ 4.0 ยุคหลัง ICT ที่เน้นนวัตกรรม ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และ Internet of Things ซึ่งทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวตามอย่างรวดเร็ว

แนวคิดของ Alvin Toffler อธิบายคลื่นการเปลี่ยนแปลง 3 ระลอก ได้แก่ สังคมเกษตร อุตสาหกรรม และสังคมข้อมูลข่าวสาร ส่วน Steve Case มองการพัฒนาอินเทอร์เน็ตเป็นคลื่นที่นำไปสู่การเชื่อมโยงทุกสิ่ง (IoT) และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ประเทศไทยจึงพัฒนาแนวคิด Thailand 1.0–4.0 โดย Thailand 4.0 มุ่งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เปลี่ยนจากการผลิตไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี พร้อมขับเคลื่อนผ่าน “ประชารัฐ” ที่บูรณาการรัฐ เอกชน และประชาสังคม

ในด้านการศึกษา Education 4.0 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง มีวิสัยทัศน์ทันโลก และสามารถบริหารโรงเรียนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมต่อโลกอนาคตอย่างแท้จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิด Thailand 4.0 เน้นการพัฒนาประเทศในลักษณะใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตร
ข. การพึ่งพาแรงงานราคาถูก
ค. เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ง. การนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

เฉลย: ค
เหตุผล: Thailand 4.0 เน้น innovation-driven economy ไม่ใช่การผลิตแบบเดิม

 

ข้อ 2

ข้อใดสอดคล้องกับยุคโลก 4.0 มากที่สุด
ก. การใช้เครื่องจักรในโรงงาน
ข. การสื่อสารผ่านจดหมาย
ค. การเชื่อมโยงอุปกรณ์ผ่าน IoT
ง. การผลิตสินค้าเกษตร

เฉลย: ค
เหตุผล: โลก 4.0 เน้นการเชื่อมโยงดิจิทัลและ IoT

 

ข้อ 3

แนวคิดของ Alvin Toffler “Third Wave” หมายถึงข้อใด
ก. สังคมเกษตร
ข. สังคมอุตสาหกรรม
ค. สังคมสารสนเทศ
ง. สังคมล่าสัตว์

เฉลย: ค
เหตุผล: คลื่นลูกที่ 3 คือ Information Society

 

ข้อ 4

ปัจจัยสำคัญที่สุดของ Education 4.0 คืออะไร
ก. การท่องจำเนื้อหา
ข. การใช้เทคโนโลยีอย่างเดียว
ค. การผลิตแรงงานจำนวนมาก
ง. การพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม

เฉลย: ง
เหตุผล: Education 4.0 เน้น critical thinking และ innovation

 

ข้อ 5

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในยุคใหม่ควรเน้นสิ่งใด
ก. การควบคุมแบบเข้มงวด
ข. การมีวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ค. การทำงานแบบเดิม
ง. การลดการใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเป็นผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง (transformational leadership)

 

ข้อ 6

“ประชารัฐ” มีความหมายสำคัญอย่างไร
ก. ภาครัฐดำเนินงานเพียงฝ่ายเดียว
ข. เอกชนเป็นผู้กำหนดนโยบาย
ค. ความร่วมมือรัฐ เอกชน และประชาสังคม
ง. การแยกส่วนการบริหาร

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกัน

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นลักษณะของ Internet of Things (IoT)
ก. การใช้โทรศัพท์พื้นฐาน
ข. การเชื่อมโยงวัตถุผ่านอินเทอร์เน็ต
ค. การเขียนจดหมาย
ง. การพิมพ์เอกสาร

เฉลย: ข
เหตุผล: IoT คือการเชื่อมอุปกรณ์ทุกอย่างเข้าระบบอินเทอร์เน็ต

 

ข้อ 8

แนวคิด Steve Case เกี่ยวกับคลื่นอินเทอร์เน็ตเน้นเรื่องใด
ก. การลดการใช้เทคโนโลยี
ข. การหยุดพัฒนาอินเทอร์เน็ต
ค. การขยายบทบาทอินเทอร์เน็ตสู่ทุกภาคส่วน
ง. การใช้แรงงานมนุษย์แทนเทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการขยายตัวและผลกระทบของอินเทอร์เน็ต

 

ข้อ 9

โรงเรียนประชารัฐมีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. ลดบทบาทชุมชน
ข. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. พัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านความร่วมมือ
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการพัฒนาร่วมกันหลายภาคส่วน

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อนความท้าทายของผู้บริหารในยุค 4.0 ได้ดีที่สุด
ก. การทำงานแบบเดิมให้มากขึ้น
ข. การปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง
ค. การปรับตัวต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงโลก
ง. การลดบทบาทครู

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้นำต้องปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว