
ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการการจัดประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา และนายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. เฝ้ารับเสด็จ
ในการนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สี่ ทศวรรษ การทรงงานด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส” จากนั้นทรงฟังการอภิปรายพิเศษ ในหัวข้อ “ความหมายของความเสมอภาคทางการศึกษาภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด-19” (Equitable Education : What does it mean in the Changing World amidst COVID19 Pandemic? ) พร้อมกันนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการเสมือนจริงด้วย
นายอมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลด้านการพัฒนาและศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้การศึกษาเพื่อปวงชนเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราจัดการกับปัญหาใหญ่ๆได้รวมถึงโควิด19 ซึ่งเป็นโรคระบาดอุบัติใหม่ครั้งใหญ่ของโลก
พบว่าการศึกษาจะเข้ามาช่วยควบคุมและจัดการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้ เพราะเมื่อคนได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันเขาก็จะสามารถจัดการชีวิตของตนเองได้ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองจากการได้รับการศึกษาได้ และนอกจากนี้แล้วก็ยังจะมาช่วยกันดูแลสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพได้ด้วยเช่นกัน
นางอลิส ออร์ไบร์ท ผู้จัดการกองทุนการศึกษาโลก หรือ Global Partnership for Education (GPE) กล่าวว่า การเเพร่ระบาดของโควิด19 ยิ่งทำให้สถานการณ์ของเด็กยากจนเลวร้ายลง เมื่อทั่วโลกตัดสินใจล็อคดาวน์ ส่งผลให้เด็กกว่า 1.6 พันล้านคนไม่ได้ไปโรงเรียน เเละมากกว่าครึ่งของเด็กเหล่านั้นอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องปิดโรงเรียนเพื่อรักษาชีวิตคนไว้ องค์กรมาลาล่าฟันด์ ระบุว่า ผลกระทบจากโควิดทำให้ เด็กผู้หญิง10 ล้านคนที่อยู่ในชั้นมัธยมต้องออกจากระบบการศึกษาไปตลอดกาล เเม้ว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลงเเล้วก็ตาม
“ประเทศที่กำลังพัฒนา เศรษฐกิจจะหดตัวลงมากถึง2.5%ทำให้เกิดความหายนะครั้งใหญ่ งบประมาณของรัฐลดลงส่งผลต่อการลดงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศ นอกจากนี้รายได้เศรษฐกิจครัวเรือนลดลงอย่างรุนเเรง ทำให้ครอบครัวไม่สามารถนำเงินมาส่งบุตรหลานเรียนหนังสือได้ ผู้ปกครองต้องเลือกส่งลูกบางคนไปเรียนหนังสือ ผู้หญิงเเละผู้พิการ จะเป็นกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เเละงบประมาณการช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้ต่ำจะหายไป เเละจะขาดรายได้ในการระดมทุนช่วยเหลือประเทศที่ยากจน เมื่อเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา เด็กจะสูญเสียการเรียนรู้เเละรายได้ การเลี้ยงชีพตัวเองในอนาคต สูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองไปตลอดชีวิต”นางออร์ไบร์ท กล่าว
ภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 บรรดาองค์กรและหน่วยงานด้านการศึกษาทั้งหลาย ควรตระหนักได้เสียทีถึงบทบาทและความจำเป็นของระบบการศึกษาทางไกลด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแบบไฮเทค โลว์เทค โนเทค หรือมิดเทค (Mid-tech) และให้คุณครูเข้ามามีส่วนร่วมกับการเรียนการสอนทางไกล
ต้องทำให้มั่นใจว่า การศึกษาทางไกลที่นำมาใช้จะต้องไม่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันขยายวงกว้างมากขึ้น มันค่อนข้างเป็นการทำงานที่ยากพอสมควรในการทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปในหนทางที่ถูกต้อง เพราะเรามั่นใจว่า เมื่อใดก็ตามที่วิกฤตการระบาดจบลง เราไม่สามารถตื่นลืมตามาเผชิญกับโลกที่ความไม่เสมอภาคเท่าเทียมทางการศึกษาทวีความเลวร้ายรุนแรงมากขึ้น
นางยาสมิน เชอรีฟ ผู้อำนวยการ Education Cannot Wait (ECW) กล่าวว่า ECW ประเมินว่า มีเด็กทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษามากถึง 75 ล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในวิกฤต COVID-19 สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความอ่อนด้อยในเชิงโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่การระบาดของ COVID-19 จะกลายเป็นการซ้ำเติม ทำให้การดำรงชีวิตในสังคมยุ่งยากเลวร้าย และเสี่ยงทำให้ครอบครัวที่ยากจนต้องเผชิญหน้ากับภาวะยากจนขั้นสุด (extreme poverty) ที่ในท้ายที่สุดจะส่งผลบีบให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน
สนับสนุนแนวทางการทำงานเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นลำดับต้นๆ เรื่องนี้ คือกุญแจ ที่จะทำให้องค์กรและหน่วยงานทั้งหลายมั่นใจว่าจะไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการกระจายทรัพยากรให้ถึงมือทุกฝ่าย ซึ่งทาง ECW ประเมินว่า จำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณอย่างน้อย 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี เพื่อส่งต่อการศึกษาที่มีคุณภาพไปถึงมือเด็กๆ อย่างแท้จริง ในภาวะที่การศึกษาต้องตกอยู่ในภาวะชะงักงัน
"แทนที่จะหันไปลงทุนในด้านเสถียรภาพความมั่นคงทางทหาร เพื่อการทำสงครามขจัดความขัดแย้ง เราควรหันมาลงทุนในมนุษย์ มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่า และมีมนุษยธรรมมากกว่า”นางเชอรีฟ กล่าว
การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 11 กรกฎาคม 2563 ในรูปแบบการประชุมวิชาการออนไลน์ ถือเป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้ความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับภาครัฐ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ธนาคารโลก (World Bank) Global Partnership for Education และ Save the children UNESCO และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น
โดยมีนักปฏิรูป นักเศรษฐศาสตร์ ผู้นำด้านการศึกษากว่า 60 คน จาก14 ประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และระดมสมองหาทางออกแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากวิกฤตโควิด-19 ใน 4 ประเด็น คือ
1.ข้อมูลและเทคโนโลยี
2.นวัตกรรมการเงินการคลังเพื่อการศึกษา
3.การศึกษาเชิงพื้นที่
4.ปวงชนเพื่อการศึกษา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมออนไลน์ได้ฟรีที่ http://afe2020.eef.or.th/thai/ และขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 2,100 คน
ที่มา; กรุงเทพธุรกิจ
บทความกล่าวถึงการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้การเสด็จเป็นประธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีหน่วยงานการศึกษาไทยและนานาชาติร่วมจัด เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทั่วโลกในยุคโควิด-19 ภายในงานมีปาฐกถาและอภิปรายจากนักวิชาการระดับโลก เช่น อมาตยา เซน ที่ชี้ว่าการศึกษาที่เท่าเทียมช่วยให้สังคมจัดการวิกฤตและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ ขณะเดียวกันผู้แทนองค์กรโลกเตือนผลกระทบโควิดทำให้เด็กกว่า 1.6 พันล้านคนหลุดจากโรงเรียน เด็กหญิงและกลุ่มเปราะบางเสี่ยงหลุดระบบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ยังมีรายงานว่าครอบครัวรายได้ลดลง โรงเรียนปิดทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น และเด็กกว่า 75 ล้านคนอาจเข้าไม่ถึงการศึกษา พร้อมความเสี่ยงยากจนขั้นสุด ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ใช้เทคโนโลยีการศึกษาทางไกลทั้งไฮเทค โลว์เทค และมิดเทค พร้อมให้ครูมีบทบาทสำคัญเพื่อไม่ให้เด็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การประชุมยังเน้นการบริหารข้อมูล นวัตกรรมการเงิน และการกระจายทรัพยากร รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษาแทนความมั่นคงทางทหาร องค์กรระหว่างประเทศร่วมจัดเพื่อหาทางออกใน 4 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน การศึกษาเชิงพื้นที่ และปวงชนเพื่อการศึกษา โดยมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความยั่งยืน และยืนยันว่าการลงทุนในมนุษย์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องใดเป็นหลัก
ก. การพัฒนาอุตสาหกรรมการศึกษา
ข. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในยุคโควิด
ค. การเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง
ง. การขยายโรงเรียนเอกชน
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหาทั้งหมดเน้น “ความเสมอภาคทางการศึกษา” และผลกระทบโควิด
บทบาทของ อมาตยา เซน สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. สนับสนุนการปิดโรงเรียนถาวร
ข. มองว่าการศึกษาช่วยจัดการวิกฤตสังคม
ค. เน้นการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ง. ลดความสำคัญของเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: เขาชี้ว่าการศึกษาช่วยจัดการปัญหาใหญ่ของโลก
ผลกระทบสำคัญของโควิด-19 ต่อการศึกษาคือข้อใด
ก. เด็กเข้าเรียนเพิ่มขึ้น
ข. ลดจำนวนครูทั่วโลก
ค. เด็กจำนวนมากหลุดจากระบบการศึกษา
ง. โรงเรียนมีคุณภาพดีขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: มีข้อมูลเด็ก 1.6 พันล้านคนได้รับผลกระทบ
กลุ่มใดได้รับผลกระทบด้านการศึกษามากที่สุด
ก. เด็กในเมืองใหญ่
ข. เด็กผู้หญิงและกลุ่มเปราะบาง
ค. นักเรียนมหาวิทยาลัย
ง. ครูผู้สอน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง
แนวทางสำคัญในการจัดการศึกษาช่วงโควิดคืออะไร
ก. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
ข. ใช้เทคโนโลยีทางไกลหลายรูปแบบ
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มการสอบมาตรฐาน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นไฮเทค โลว์เทค และมิดเทค
เหตุใดการลงทุนด้านการศึกษาจึงสำคัญกว่าการทหาร
ก. ลดค่าใช้จ่ายระยะสั้น
ข. สร้างผลตอบแทนต่อสังคมและมนุษย์
ค. เพิ่มอาวุธให้ประเทศ
ง. ลดจำนวนประชากร
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการพัฒนาคนและความยั่งยืน
ECW เตือนปัญหาหลักด้านการศึกษาโลกคืออะไร
ก. ครูขาดทักษะ
ข. เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น
ค. โรงเรียนมีมากเกินไป
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: คาดการณ์เด็กหลุดระบบเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
การประชุมแบ่งประเด็นหลักกี่ด้าน
ก. 2 ด้าน
ข. 3 ด้าน
ค. 4 ด้าน
ง. 5 ด้าน
เฉลย: ค
เหตุผล: ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน พื้นที่ และปวงชน
เป้าหมายสำคัญที่สุดของการประชุมคืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. เพิ่มการแข่งขันนักเรียน
ง. ลดงบการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: แก่นของงานคือความเสมอภาคทางการศึกษา
ข้อใดสะท้อนแนวคิด “การลงทุนในมนุษย์” ได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มงบอาวุธ
ข. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการศึกษา
ค. ลดจำนวนผู้เรียน
ง. ปิดระบบออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งพัฒนาคนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน