
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ติดตามการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างใกล้ชิด และเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษามาโดยตลอด โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร ศธ. และออกแนวทางผ่อนคลายภาระด้านการเรียนที่เกินความจำเป็นของนักเรียนลง ตลอดจนให้สถานศึกษาสำรวจอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนในรูปแบบที่เหมาะสม ยืดหยุ่น เข้าใจนักเรียน เพื่อลดความเครียดของนักเรียนที่ต้องเรียนภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แต่ก็ยังพบว่าจนถึงขณะนี้สถานศึกษาหลายแห่งยังไม่มีการปรับปรุงแผนการสอน มีการกำหนดตารางเรียนออนไลน์อัดแน่นถึงวันละ 9 วิชา ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการให้องค์กรหลักที่มีสถานศึกษา กำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาโดยด่วน
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการลดภาระด้านการเรียนนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการปรับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกำหนดเป็นมาตรฐานกลาง “เรื่องที่ต้องรู้ และ เรื่องควรรู้ “ ในแต่ละสาขาวิชาให้เหลือเท่าที่จำเป็น จากนั้น จะแจ้งให้สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามบริบทของสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้ปฏิบัติมากขึ้น ลดวิชาการลง ลดเวลาเรียนในแต่ละช่วงชั้น ทั้งการเรียนที่โรงเรียน การเรียนออนไลน์ หรือ การเรียนที่บ้าน ในรูปแบบต่าง ๆให้มีความยืดหยุ่นแต่ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานการจัดเวลาเรียน ปรับลดปริมาณการบ้านลง ซึ่งครูจะต้องมาคุยกันเพื่อบูรณาการการบ้านทั้งในรายวิชาเดียวกันและต่างรายวิชา ให้เป็นชิ้นงานหรือการบ้านเดียวกัน โครงการหรือกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ชะลอ หรือ ลด หรือ งดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19
นางสาวตรีนุช กล่าวย้ำว่า ศธ.จะปรับลดการทดสอบเพื่อการวัดประเมินผลให้น้อยลง เน้นการวัดประเมินจากสภาพจริง ปฏิบัติจริง และแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การประเมินผลระดับชาติและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ไม่นำผลการทดสอบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-net) มาใช้ในการรับนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในชั้น ม.1 และ ม.4 และจะพัฒนาระบบการทดสอบเพื่อการวัดและประเมินผลรูปแบบใหม่ โดยไม่เน้นการทดสอบ นอกจากนี้ ศธ.ได้หารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แล้วว่าจะเพิ่มสัดส่วนการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษารอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และ รอบโควตาให้มากขึ้น ไม่นำคะแนน O-net มาใช้ในการคัดเลือก และการออกข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) ทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ(PAT) และวิชาสามัญ ต้องล้อกับหลักสูตรที่ได้มีการปรับลดลงในช่วงโควิดนี้ด้วย
ที่มา ; แนวหน้า วันเสาร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
ข่าวเดียวกัน
จี้โรงเรียนปรับแผนการสอน ลดเวลาเรียน-หั่นการบ้าน-งดกิจกรรมกลุ่ม
วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ติดตามการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างใกล้ชิด และเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษามาโดยตลอด โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร ศธ. และออกแนวทางผ่อนคลายภาระด้านการเรียนที่เกินความจำเป็นของนักเรียนลง ตลอดจนให้สถานศึกษาสำรวจอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนในรูปแบบที่เหมาะสม ยืดหยุ่น เข้าใจนักเรียน เพื่อลดความเครียดของนักเรียนที่ต้องเรียนภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แต่ก็ยังพบว่าจนถึงขณะนี้สถานศึกษาหลายแห่งยังไม่มีการปรับปรุงแผนการสอน มีการกำหนดตารางเรียนออนไลน์อัดแน่นถึงวันละ 9 วิชา ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการให้องค์กรหลักที่มีสถานศึกษา กำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาโดยด่วน
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการลดภาระด้านการเรียนนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการปรับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกำหนดเป็นมาตรฐานกลาง “เรื่องที่ต้องรู้ และ เรื่องควรรู้ “ ในแต่ละสาขาวิชาให้เหลือเท่าที่จำเป็น จากนั้น จะแจ้งให้สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามบริบทของสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้ปฏิบัติมากขึ้น ลดวิชาการลง ลดเวลาเรียนในแต่ละช่วงชั้น ทั้งการเรียนที่โรงเรียน การเรียนออนไลน์ หรือ การเรียนที่บ้าน ในรูปแบบต่าง ๆให้มีความยืดหยุ่นแต่ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานการจัดเวลาเรียน ปรับลดปริมาณการบ้านลง ซึ่งครูจะต้องมาคุยกันเพื่อบูรณาการการบ้านทั้งในรายวิชาเดียวกันและต่างรายวิชา ให้เป็นชิ้นงานหรือการบ้านเดียวกัน โครงการหรือกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ชะลอ หรือ ลด หรือ งดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19
นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า พร้อมกันนี้ ศธ.จะปรับลดการทดสอบเพื่อการวัดประเมินผลให้น้อยลง เน้นการวัดประเมินจากสภาพจริง ปฏิบัติจริง และแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การประเมินผลระดับชาติและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ไม่นำผลการทดสอบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-net) มาใช้ในการรับนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในชั้น ม.1 และ ม.4 และจะพัฒนาระบบการทดสอบเพื่อการวัดและประเมินผลรูปแบบใหม่ โดยไม่เน้นการทดสอบ นอกจากนี้ ศธ.ได้หารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แล้วว่าจะเพิ่มสัดส่วนการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษารอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และ รอบโควตาให้มากขึ้น ไม่นำคะแนน O-net มาใช้ในการคัดเลือก และการออกข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) ทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ(PAT) และวิชาสามัญ ต้องล้อกับหลักสูตรที่ได้มีการปรับลดลงในช่วงโควิดนี้ด้วย
ที่มา ; แนวหน้า วันเสาร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
เผยเด็กเรียนออนไลน์ยาวทั้งเทอม เล็งปรับตัวชี้วัดผู้เรียน-ครู
วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 นายเอกขัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ.ครั้งที่ 7/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิส์ ระบบ ZOOM ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงการจัดการเรียนการสอนในสถานการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เบื้องต้นคาดว่าทุกโรงเรียนจะต้องจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ไม่สามารถเปิดสอนในโรงเรียน หรือ On-site ได้ เพราะโควิดยังมีการแพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ จากนั้นจะประเมินสถานการณ์ เพื่อดูว่าจะสามารถเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2 ได้หรือไม่
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเสนอให้มีการปรับตัวชี้วัดการประเมินการจัดการเรียนการสอนของครูและนักเรียน ซึ่งเดิมกำหนดให้ต้องเรียนในชั้นเรียนไม่น้อยกว่า 200 วันต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งต้องจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังไม่อนุมัติให้โรงเรียนมัธยมศึกษา ขยายห้องเรียนเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนลดน้อยลง ขณะเดียวกันจำนวนครูด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ก็มีน้อย หากขยายห้องเรียนก็ต้องรับครูเพิ่ม ดังนั้น ในอนาคตหากไม่จำเป็น กพฐ.ก็จะไม่อนุมัติให้เปิดห้องเรียนเพิ่มอย่างแน่นอน
“ที่ประชุมยังได้รายงานผลการดำเนินงานของ กพฐ. ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2560-2564 และจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม นี้ จากนั้นจะรักษาการเป็นเวลา 60 วัน ก่อนดำเนินการสรรหา กพฐ.ชุดใหม่เสร็จ โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้มีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปแล้ว 208 แห่ง ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปแล้วกว่า 195 โรงเรียน ถือว่าดำเนินการได้ค่อนข้างล่าช้า จากโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 1.4 หมื่นโรงเรียน” นายเอกชัย กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด และรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง และครูอย่างต่อเนื่อง พบว่ายังมีหลายโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบเข้มข้นเกินไป เช่น ตารางเรียนแน่นถึง 9 วิชาต่อวัน จึงมีการสั่งการให้เร่งปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเพื่อลดภาระผู้เรียน
แนวทางสำคัญคือการลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น โดยกำหนด “เรื่องที่ต้องรู้ และเรื่องควรรู้” เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การเรียนรู้ด้วยตนเอง และความยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ ลดเวลาเรียน ลดการบ้าน และบูรณาการงานข้ามรายวิชา รวมทั้งงดหรือชะลอกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการรวมกลุ่ม
ด้านการวัดและประเมินผล จะลดการสอบ เน้นการประเมินตามสภาพจริง แฟ้มสะสมงาน และการปฏิบัติจริง พร้อมปรับระบบการสอบระดับชาติ โดยไม่นำคะแนน O-NET มาใช้ในการคัดเลือกเข้า ม.1 และ ม.4 และปรับข้อสอบ GAT/PAT ให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่ลดลงในช่วงโควิด อีกทั้งเพิ่มสัดส่วนรอบ Portfolio และโควตาในการเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อสะท้อนความสามารถผู้เรียนอย่างรอบด้านมากขึ้น
แนวคิดหลักของการปรับการจัดการเรียนการสอนของ ศธ. ในช่วงโควิด-19 คือข้อใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนออนไลน์ให้มากขึ้น
ข. เน้นการท่องจำเพื่อสอบแข่งขัน
ค. ลดภาระผู้เรียนและเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ง. เพิ่มการสอบมาตรฐานทุกระดับ
เฉลย: ค
เหตุผล: ศธ.มุ่งลดภาระ ลดเนื้อหา และเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและยืดหยุ่น
เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับแผนการเรียนการสอนเร่งด่วนคือข้อใด
ก. ครูขาดทักษะดิจิทัล
ข. โรงเรียนขาดงบประมาณ
ค. ตารางเรียนออนไลน์แน่นเกินไป
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: พบการจัดตารางเรียนออนไลน์หนักถึง 9 วิชาต่อวัน
แนวทาง “เรื่องที่ต้องรู้ และเรื่องควรรู้” มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออะไร
ก. เพิ่มเนื้อหาให้เข้มข้นขึ้น
ข. คัดเลือกนักเรียนเก่งเท่านั้น
ค. ลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น
ง. เพิ่มการสอบวัดผล
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการลดเนื้อหาให้เหลือเฉพาะสิ่งจำเป็น
การประเมินผลรูปแบบใหม่เน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. คะแนนสอบปลายภาค
ข. การสอบมาตรฐานกลาง
ค. การสอบแข่งขันระดับชาติ
ง. แฟ้มสะสมงานและการปฏิบัติจริง
เฉลย: ง
เหตุผล: เน้น authentic assessment และ portfolio
ข้อใดเป็นมาตรการลดภาระการบ้านที่เหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มการบ้านรายวิชาแยกกัน
ข. รวมการบ้านเป็นชิ้นงานเดียว
ค. ให้การบ้านทุกวัน
ง. ลดเฉพาะบางวิชา
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการบูรณาการการบ้านข้ามวิชา
การปรับ O-NET ในการคัดเลือกเข้าม.1 และ ม.4 คือข้อใด
ก. เพิ่มน้ำหนักคะแนน
ข. ใช้เป็นเกณฑ์หลัก
ค. ไม่นำมาใช้ในการคัดเลือก
ง. ใช้เฉพาะโรงเรียนดัง
เฉลย: ค
เหตุผล: ยกเลิกการใช้ O-NET ในการคัดเลือก
เหตุผลของการเพิ่มรอบ Portfolio ในมหาวิทยาลัยคืออะไร
ก. ลดจำนวนผู้สมัคร
ข. ลดการสอบแข่งขัน
ค. เพิ่มความหลากหลายในการคัดเลือก
ง. ลดค่าใช้จ่ายมหาวิทยาลัย
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องการให้คัดเลือกจากความสามารถรอบด้าน
แนวทางใดสะท้อนการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นที่สุด
ก. เรียนในห้องเท่านั้น
ข. สอบกลางภาคทุกวิชา
ค. เพิ่มเวลาการเรียน
ง. เรียนได้ทั้งที่โรงเรียน ออนไลน์ และที่บ้าน
เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นความยืดหยุ่นหลายรูปแบบ
การปรับข้อสอบ GAT/PAT มีหลักการสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มความยาก
ข. ออกข้อสอบนอกหลักสูตร
ค. ล้อกับหลักสูตรที่ปรับลด
ง. เน้นความจำเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องสอดคล้องกับหลักสูตรที่ลดลง
บทบาทสำคัญของครูในแนวทางใหม่นี้คือข้อใด
ก. เพิ่มการสอนพิเศษ
ข. ลดการประเมินนักเรียน
ค. ควบคุมการเรียนอย่างเข้มงวด
ง. ออกแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการ
เฉลย: ง
เหตุผล: ครูต้องออกแบบการเรียนรู้และบูรณาการการสอนร่วมกัน