
หมายเหตุ “มติชน” เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลก : ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อร่วมกันระดมสมอง วางแผนเศรษฐกิจไทยให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต ซึ่งวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงานและผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ดำเนินรายการโดย นายอนุสนธิ์ ชินวรรโณ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจมาสรุปให้ได้รับทราบกัน
ดร.พิพัฒน์ – ทิศทางเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก จากสถานการณ์โควิด-19 แต่ทางออกที่สำคัญที่สุดคือนโยบายด้านวัคซีนเพื่อให้คนกลับมามีชีวิตปกติให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้เรายังเห็นความแตกต่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาอยู่มาก โดยเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและจีนเริ่มกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง
- การเร่งแข่งขันกันด้านเทคโนโลยีจะเป็นประเด็นที่สำคัญใน 10 ปีข้างหน้า หลังจากที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานบริการหรืองานที่ต้องมีการพบปะผู้คนได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือสหรัฐออกกฎหมายนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นในเรื่องการแข่งขันกับจีนในด้านเทคโนโลยีและเร่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เช่น เซมิคอนดัคเตอร์ 5 จี ไบโอเทค เอไอ และอื่นๆ สรุปคือในอนาคตใครที่คุมเทคโนโลยีได้ก็เป็นมหาอำนาจของโลกได้ ฉะนั้นไทยต้องเตรียมความพร้อมให้มีความสามารถในการรับเทคโนโลยีใหม่ๆจะได้แข่งขันกับเวทีโลกได้
- ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนซึ่งสู้กันในหลายมิติทั้งทางเทคโนโลยี การค้า ตลาดทุน สิทธิมนุษยชน แนวความคิด และภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอาจทำให้เกิดห่วงโซอุปทานที่แยกฝั่งซึ่งอาจส่งผลให้ไทยต้องเลือกข้าง
ประเด็นเรื่องข้อตกลงทางการค้ามีความสำคัญอย่างมาก โดยในข้อตกลงทางการค้าต้องไม่ได้มีแค่การลดภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจในมิติต่างๆ เช่น เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชนและการคอรัปชั่น ทั้งนี้การที่ไม่ได้เข้าร่วมความร่วมมือทางเศรษฐกิจก็ทำให้เรามีต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ไทยมีข้อตกลงทางการค้ากับตลาดที่สำคัญอย่างยุโรปหรือสหรัฐค่อนข้างน้อยซึ่งต่างกับคู่แข่งอย่างเวียดนาม อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมข้อตกลงทางเศรษฐกิจเช่นนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ฉะนั้นเราจะบาลานซ์ข้อดีและข้อเสียของการเข้าร่วมความร่วมมือทางการค้าอย่างไรและจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างไร
- ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่หลายประเทศให้ความสำคัญและจะต้องมีการพูดถึงคำมั่นหรือกระบวนการต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการค้าการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องดูว่าเราจะทำอย่างไรที่ให้ไทยเป็นเป้าหมายในการลงทุนได้อีกครั้ง หลังจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ใช่ต้องการแรงงานราคาถูกอย่างเดียว ท่ามกลางความท้าทายที่กำลังเข้ามา อย่างเรื่องโครงสร้างประชากรที่ประชากรวัยทำงานจะลดลง
ทำอย่างไรไทยจึงจะกลับมาเป็นจุดสนใจ การเตรียมความพร้อมในความสามารถการแข่งขันอย่างไร ทรัพยากรทางการคลัง จะทำยังไงให้มีการลงทุนมากขึ้น มีความหลากหลายและมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ในส่วนของการแข่งขันระหว่างประเทศ มหาอำนาจ การแบ่งฝั่งในเรื่องการค้าการลงทุนและเทคโนโลยี เราจะทำอย่างไร ยังคงเป็นคำถาม
ดร.กิริฎา – โควิด-19 เป็นเหตุการณ์ที่เร่งให้เราต้องพัฒนาเทคโนโลยี สหรัฐกับจีนยังคงทำสงครามทางการค้าและสงครามเทคโนโลยี และจากการประชุมจี 7 ก็จะเห็นได้ว่าโลกแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันตกกับฝั่งจีน ข้อมูลที่น่าสนใจที่ไทยควรรู้คือ
1.ประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งสามารถผลิตวัคซีนได้เองหรือได้วัคซีนก่อนชาติอื่นๆ สามารถฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ก่อน เช่นสหรัฐกับจีน นอกจากนี้ขนาดของเศรษฐกิจของจีนก็ขยายตัวมากขึ้นไล่ตามสหรัฐมาติดๆ และจีนก็ขยายอิทธิพลไปผ่านนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) และ Made in China 2025 ที่กำหนดว่าภายในปี 2025 จีนจะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี 10 ตัวหลักๆ โดยจะขายเทคโนโลยีเหล่านี้ในตลาดโลกมากกว่าตลาดในประเทศให้ได้ จึงทำให้สหรัฐเกรงกลัวจีน และล่าสุดจะเห็นว่าจีนมีการจดลิขสิทธิ์เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง เอไอ วีอาร์ โดรนมากที่สุดในโลก มีเพียงควอนตัมคอมพิวติงเท่านั้นที่สหรัฐมีการจดลิขสิทธิ์มากกว่า จึงเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน อย่างที่เห็นในกฎหมายของสหรัฐ นโยบายเกี่ยวกับติ้กต็อกในสหรัฐ และไบเดนได้เพิ่มหัวเว่ยเข้าไปในบัญชีดำ (Entity List) ซึ่งห้ามให้บริษัทด้านเทคโนโลยีระดับสูงของสหรัฐทำการขายสินค้าให้กับบริษัทที่อยู่ในรายชื่อนี้ โดยหัวเว่ยได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะต้องพึ่งพาเซมิคอนดัคเตอร์จากสหรัฐ จึงทำให้หัวเว่ยผลิตโทรศัพท์ไม่ได้และทำให้ 5G ของหัวเว่ยถูกดีเลย์ นอกจากนี้ยังมีการกีดกันนักศึกษาจีนที่จะเข้าไปทำงานในสหรัฐด้วย
การเปลี่ยนแปลงหลังสงครามด้านเทคโนโลยี ได้แก่ Critical Technology, Critical Infrastructure และ Sensitive Personal Data นี่เป็น 3 เรื่องที่สหรัฐและจีนจะสู้กัน วิธีที่สหรัฐใช้เพื่อกีดกันการลงทุนคือ หากบริษัทต่างชาติจะมาลงทุนในสหรัฐต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนจึงจะเข้ามาลงทุนได้เนื่องจากสหรัฐกลัวว่าจะมาขโมยข้อมูลลับ และถ้าบริษัทสหรัฐจะลงทุนในบริษัทจีน 59 บริษัทนี้ก็ไม่สามารถทำได้เพราะบริษัทเหล่านี้อยู่ในแบล็กลิสต์ ส่วนเรื่องสงครามการค้า มีการตั้งกำแพงภาษีและการนำบริษัทจีนเข้า Entity List สิ่งที่จะกระทบกับไทยคือการใช้เซมิคอนดัคเตอร์ เพราะใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคมากขึ้น วิธีการกีดกันของสหรัฐคือ สหรัฐไม่ให้วัตถุดิบเซมิคอนดัคเตอร์กับจีน และไม่ขายเซมิคอนดัคเตอร์ให้จีน นอกจากนี้โรงงานก็ไม่พออีกด้วย ผลกระทบต่อไทยคือในอนาคตไทยจะขาดเซมิคอนดัคเตอร์สำหรับใช้ในรถเพราะไทยผลิตรถ
ต่อมาคือเรื่อง Critical Infrastructure อย่างเรื่อง 5G ที่สหรัฐพยายามสกัดกั้นการใช้เทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ย โดยสหรัฐขอให้ชาติพันธมิตรไม่ใช้ 5G ของหัวเว่ย เช่น ญี่ปุ่น จีน สหรัฐ ออสเตรเลีย นอกจากนี้ประเทศใดที่ไม่ใช้เทคโนโลยี 5G ของจีน สหรัฐจะให้เงินสนับสนุน
ทางยุโรปก็เริ่มรู้สึกว่าจีนเข้ามาเอาเทคโนโลยีของยุโรปแล้วเหมือนกัน เช่น การที่บริษัทจีนเข้าซื้อบริษัทคูก้า บริษัทที่มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับสูงของเยอรมันในราคาที่สูงมากจนบริษัทยุโรปอื่นสู้ไม่ได้ จึงทำให้บริษัทมีเดียจากประเทศจีนได้เทคโนโลยีนี้ไป โดยบริษัทดังกล่าวมีความร่วมมือกับบริษัทที่อยู่ในการดูแลของกองทัพจีนอีกด้วย จึงทำให้ยุโรปเริ่มหวากกลัวว่าจีนจะมาเอาเทคโนโลยีของยุโรปไป นอกจากนี้ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่นก็เริ่มกังวลกับจีนแล้วเช่นเดียวกัน
ในอนาคตห่วงโซ่อุปทานของสินค้าไฮเทคจะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งในเรื่อง semiconductor ,infrastructure, internet ,digital economy และ regulation ในอนาคตไทยอาจต้องเลือกว่าจะใช้ระบบของตะวันตกหรือของจีน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต
ดร.บัณฑูร – กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการพัฒนาตามกรอบ SDGs ของไทยว่า สหประชาชาติได้ส่งสัญญาณถึงประชาคมโลก ว่าต้องเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการพัฒนาผ่านการออก SDGs ซึ่งเป็นโมเดลการพัฒนาแบบใหม่
SDGs เชื่อมโยงกับไทยอย่างในกฎหมายของไทยมาตรา 65 ก็มีบัญญัติไว้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาซึ่งเชื่อมโยงกับ SDGs นอกจากนี้จากรายงานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนไทยอยู่ในอันดับ 43 ที่ 1 ของอาเซียน ส่วนใหญ่ได้คะแนนดีแต่ไทยถูกหักคะแนนจากการส่งออกสารเคมีกำจัดศัตรูพืช การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อุบัติเหตุบนท้องถนนและอีกหลายเรื่อง นอกจากนี้ไทยยังมีคณะกรรมการเชื่อมโยงกับ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมายอีกด้วย
ที่มา ; มติชนออนไลน์
เศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า มีความไม่แน่นอนสูงหลังโควิด-19 การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับวัคซีนและนโยบาย ประเทศพัฒนาแล้วฟื้นตัวเร็ว ขณะที่การแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีนเข้มข้น ครอบคลุม AI 5G เซมิคอนดักเตอร์ ไบโอเทค ห่วงโซ่อุปทานมีแนวโน้มแยกฝั่ง ไทยต้องเพิ่มความสามารถรับเทคโนโลยีและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การค้าต้องครอบคลุมการปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน และคอร์รัปชัน การเข้าร่วม FTA มีผลต่อต้นทุนและการแข่งขันกับเวียดนาม ประเด็นสภาพภูมิอากาศและการลดคาร์บอนส่งผลต่อการลงทุน โลกผู้ลงทุนให้ความสำคัญเทคโนโลยีมากกว่าแรงงานราคาถูก พร้อมปัญหาโครงสร้างประชากรวัยทำงานลดลง จีนใช้นโยบาย Belt and Road และ Made in China 2025 ขยายอิทธิพลเทคโนโลยี สหรัฐตอบโต้ผ่านกฎหมายและ Entity List เช่น หัวเว่ย กระทบเซมิคอนดักเตอร์และ 5G ทำให้ห่วงโซ่อุปทานแบ่งฝั่งตะวันตกและจีน รวมถึง Critical technology และ Data ความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยุโรปกังวลการเข้าซื้อเทคโนโลยีจีน SDGs เป็นกรอบการพัฒนายั่งยืน ไทยอยู่อันดับ 43 โลก แต่ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุ ต้องพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ และต้องเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ พัฒนานวัตกรรม ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และยกระดับทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันโลกเพื่อความมั่นคงเศรษฐกิจไทยในอนาคตยั่งยืน
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้าคือข้อใด
ก. การเพิ่มประชากรโลก
ข. การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจ
ค. การขยายภาคเกษตรกรรม
ง. การลดอัตราเงินเฟ้อโลก
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหาชี้ชัดว่าการแข่งขันเทคโนโลยี (AI, 5G, ชิป) ระหว่างสหรัฐ–จีนเป็นตัวกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจโลก
ข้อใดเป็นผลกระทบสำคัญของการแยกห่วงโซ่อุปทานโลก
ก. ราคาสินค้าลดลง
ข. ประเทศพัฒนาแล้วลดการพึ่งพาเทคโนโลยี
ค. ประเทศต้องเลือกข้างทางเศรษฐกิจ
ง. การค้าเสรีเพิ่มขึ้นทั่วโลก
เฉลย: ค
เหตุผล: ห่วงโซ่อุปทานแบ่งฝั่งทำให้ประเทศอย่างไทยอาจต้องเลือกข้างระหว่างสหรัฐและจีน
นโยบาย “Made in China 2025” มีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. ลดการนำเข้าอาหาร
ข. เป็นผู้นำเทคโนโลยีโลก
ค. ขยายการท่องเที่ยว
ง. เพิ่มการใช้แรงงานราคาถูก
เฉลย: ข
เหตุผล: จีนมุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยี 10 อุตสาหกรรมหลักในอนาคต
มาตรการของสหรัฐที่ส่งผลต่อบริษัทเทคโนโลยีจีน เช่น หัวเว่ย คือข้อใด
ก. ลดภาษีนำเข้า
ข. สนับสนุนเงินลงทุน
ค. Entity List
ง. เขตการค้าเสรี
เฉลย: ค
เหตุผล: Entity List คือการห้ามบริษัทสหรัฐขายเทคโนโลยีให้บริษัทที่ถูกขึ้นบัญชี
ผลกระทบสำคัญของการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ต่อไทยคือข้อใด
ก. การท่องเที่ยวลดลง
ข. อุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบ
ค. ราคาข้าวเพิ่มขึ้น
ง. การส่งออกผลไม้ลดลง
เฉลย: ข
เหตุผล: ไทยมีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่พึ่งพาชิปสูง
เหตุผลที่ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) มีความสำคัญต่อไทยคืออะไร
ก. ลดการใช้แรงงาน
ข. เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก
ค. ลดการผลิตในประเทศ
ง. เพิ่มภาษีศุลกากร
เฉลย: ข
เหตุผล: FTA ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถแข่งขัน
ประเด็นสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร
ก. ลดความสำคัญของการลงทุน
ข. ทำให้แรงงานราคาถูกมีบทบาทมากขึ้น
ค. นักลงทุนให้ความสำคัญการลดคาร์บอน
ง. ลดการค้าโลกทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: นักลงทุนหันมาเน้น ESG และการลดคาร์บอนมากขึ้น
แนวคิด SDGs ของสหประชาชาติเน้นเรื่องใด
ก. การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว
ข. การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
ค. การเพิ่มการผลิตอุตสาหกรรม
ง. การขยายการค้าเสรี
เฉลย: ข
เหตุผล: SDGs ครอบคลุมมิติทั้ง 3 ด้านของการพัฒนา
จุดอ่อนสำคัญของไทยตามรายงาน SDGs คือข้อใด
ก. การศึกษา
ข. การส่งออกเทคโนโลยี
ค. สิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุ
ง. การเงินระหว่างประเทศ
เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยถูกหักคะแนนจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุทางถนน
แนวทางสำคัญที่สุดที่ไทยควรดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันคือข้อใด
ก. ลดการลงทุนต่างประเทศ
ข. พัฒนาแรงงานและนวัตกรรม
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. เพิ่มการนำเข้าแรงงานราคาถูก
เฉลย: ข
เหตุผล: การยกระดับทักษะ นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานคือหัวใจการแข่งขันระยะยาว