เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ
ชีวิตของเรา มีความเป็นไปได้มากมายนับไม่ถ้วน หนังสือเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญา ที่มีอายุกว่า 2 พันปี คนเราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้เพียงแต่ต้องรู้วิธีการ และหนังสือก็คือสิ่งที่จะช่วยสอนวิธีการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ได้
เมื่อเราอ่านหนังสือจนเป็นนิสัย พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ จะช่วยเร่งให้เรามีพัฒนาการเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนอาวุธทางปัญญาที่แข็งแกร่งที่สุด ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ หากเราอ่านหนังสือจนติดเป็นนิสัย ก็จะมีความสามารถในการแก้ปัญหามากขึ้น
จงสนุก ตื่นเต้นกับการอ่านหนังสือ เมื่อโดปามีนซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำถูกหลั่งออกมา จะทำให้เราจำเนื้อหาที่อ่านไปได้ดีขึ้น
กฎ 3 ข้อที่ช่วยให้จำเนื้อหาของหนังสือได้ไม่ลืม
- เมื่อรับข้อมูลเข้าสู่สมองแล้ว ต้องทำการส่งข้อมูลออกให้ได้ 3-4 ครั้งภายใน 7-10 วัน วิธีการส่งข้อมูลออก: อ่านหนังสือพร้อมกับจดโน๊ตหรือใช้ปากกาเน้นข้อความส่วนที่สำคัญไปด้วย เล่าเนื้อหาในหนังสือให้คนอื่นฟังหรือแนะนำหนังสือให้คนอื่นอ่าน เขียนแบ่งปันความรู้สึก สิ่งที่ฉุกคิดหรือคำคมจากหนังสือลงบน social media เขียนบทวิจารณ์หนังสือลงบน facebook หรืออีเมลจดหมายข่าว
- อ่านในขณะว่างช่วงสั้นๆ การเล่นสมาร์ทโฟนบนรถไฟ เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งอ่านหนังสือได้มากก็ยิ่งแสดงว่าบริหารเวลาเก่ง ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เช่น วันนี้จะอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ เป็นการจำกัดเวลาและสร้างความกดดันให้ตัวเอง ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นสารสื่อประสาทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำให้หลั่งออกมา สมองของเราจะจำเนื้อหาที่อ่านได้ดีขึ้นกว่าเดิม
- ทำความเข้าใจเนื้อหา อ่านให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งจนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือได้ ถ้าจำเนื้อหาไม่ได้ถึงอ่านเร็วแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย เราควรให้ความสำคัญกับคุณภาพในการอ่านมากกว่าปริมาณในการอ่าน หัดอ่านตีความให้ได้ก่อนแล้วค่อยอ่านเร็ว
การส่งออกข้อมูล ด้วยการแนะนำหนังสืออย่างรอบด้าน จะทำได้ก็ต่อเมื่อ เราอ่านและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน มันจึงช่วยพัฒนาทักษะการอ่านของเราให้ดียิ่งขึ้น
"เราจะจำเนื้อหาของหนังสือได้ดีที่สุดในช่วง 5 นาทีแรก กับ 5 นาทีสุดท้ายของการอ่าน การทยอยอ่านครั้งละ 15 นาที จึงช่วยการจำได้ไม่ลืมมากกว่าการอ่านรวดเดียว 60 นาที"
การอ่านหนังสือก่อนนอนช่วยผ่อนคลายความอ่อนล้าของทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยให้หลับง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยจำได้ไม่ลืมมากขึ้น
- สแกนหาเป้าหมายของการอ่าน มองภาพรวมของหนังสือให้ออก แล้วค่อยกำหนดเป้าหมายและวิธีการอ่าน
- เปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาส่วนที่อยากรู้ก่อนไม่จำเป็นต้องอ่านทุกตัวอักษร
- อ่านหนังสือที่ยากกำลังดี จะช่วยให้เรียนรู้ได้มากที่สุด
- ถ้ารู้สึกตื่นเต้นเวลาอ่าน ต่อให้ผ่านไป 30 ปีก็ยังจำได้ไม่ลืม
- ถ้ารู้สึกว่าน่าสนุกก็ควรอ่านให้จบในรวดเดียว
- การไปพบนักเขียนจะทำให้เข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้ดีขึ้น
ถ้ารู้ว่าควรเลือกหนังสืออย่างไร เราจะได้หนังสือที่ตอบโจทย์ชีวิตเรา การได้พบกับหนังสือที่ตอบโจทย์ คือทางลัดที่ทำให้เราเก่งขึ้นได้เร็วที่สุด การอ่านหนังสือให้ได้มากไม่ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเสมอไป แม้ว่าการอ่านหนังสือให้ได้มากจะถือเป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มโอกาสการเจอหนังสือที่ตอบโจทย์ แต่เราสามารถ
- เลือกหนังสือที่เหมาะกับระดับความรู้ของตัวเองในขณะนี้ได้
- เริ่มจากการอ่านคู่มือเบื้องต้นเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานและภาพรวมทั้งหมดก่อน
- ลองอ่านหนังสือที่คนที่เราชื่นชมเขียนหรือแนะนำให้อ่าน
- อาศัยคำแนะนำของเพื่อนบนฟีดข่าวเฟสบุ๊ค
- พึ่งคำแนะนำของคนที่ยอมลงทุนกับหนังสือ 15,000 เยนต่อเดือน
- พึ่งความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
- พึ่งอีเมลจดหมายข่าว ที่ช่วยสรุปเนื้อหาของหนังสือธุรกิจให้อ่านแบบฟรีๆ
"ทุกครั้งที่เลือกหนังสือ ให้เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ถามตัวเองก่อนว่า อยากอ่านหนังสือเล่มนั้นจริงๆ หรือเพราะว่ามันเป็นหนังสือขายดี"
ถ้าอยากได้หนังสือเฉพาะทางให้ไปร้านหนังสือใหญ่ๆ เวลาเลือกซื้อหนังสือในอินเตอร์เน็ต ให้ดูความเห็นของผู้ซื้อคนอื่นหรือหนังสือที่เว็บไซต์แนะนำ
สมองมนุษย์ชอบจำอะไรเป็นก้อนๆ การอ่านหนังสือแนวเดียวกัน ทำให้สมองจดจำเนื้อหาในหนังสือได้ดีกว่าการอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาไม่เหมือนกันเลยพร้อมกัน
หลัก 4 ข้อที่ช่วยให้เลือกหนังสือได้ไม่พลาด
- อ่านให้รู้กว้างและรู้ลึก อย่างสมดุลกัน
- เสริมจุดเด่น แล้วค่อยลบจุดด้อย
- เปิดรับข้อมูลและความรู้ในปริมาณที่สมดุล
- เลือกอ่านหนังสือให้หลากหลาย
การอ่าน ebook ช่วยให้อ่านได้มากขึ้นถึง 2 เท่า ข้อดีของมันคือพกพาสะดวก ง่ายต่อการจัดเก็บ ราคาถูกกว่า ทำให้ซื้อหนังสือได้เยอะขึ้น ประหยัดเวลาเพราะซื้อแล้วอ่านได้ทันที อ่านซ้ำได้ทุกเมื่อ ทบทวนได้ง่ายโดยใช้ฟังก์ชันเน้นข้อความ อ่านที่ไหนก็สะดวก ดีต่อสายตาของผู้สูงอายุ ข้อเสียคือไม่สามารถเปิดดูแบบผ่านๆ ได้
- ความรู้เป็นสมบัติล้ำค่า การสะสมความรู้จากหนังสือจะส่งผลให้ชีวิตมั่งคั่ง
- ตั้งงบซื้อหนังสือต่อ 1 ปี แล้วเราจะซื้อหนังสือที่อยากอ่านได้โดยไม่ลังเล
- เราไม่ควรตั้งความหวังว่าหนังสือทุกเล่มที่ซื้อจะคุ้มราคาเสมอไป
- เมื่อต้องตัดสินใจซื้อหนังสือให้ทำภายใน 1 นาที
หนังสือแบ่งออกได้ 3 ประเภท
- หนังสือที่เกี่ยวข้องกับงาน เมื่ออ่านจบไปแล้ว ก็อาจต้องนำกลับมาอ่านใหม่
- หนังสือที่ควรอ่าน 2 ครั้งขึ้นไป เป็นประเภทที่ต้องตีความ อ่านซ้ำหลายครั้งถึงจะเข้าใจในรายละเอียดปลีกย่อย หรือต้องเว้นระยะเวลาในการอ่านพอสมควร ถึงจะค้นพบอะไรใหม่ๆ
- หนังสือที่อ่านครั้งเดียวได้ เป็นหนังสือที่สามารถอ่านผ่านๆ และอ่านให้จบได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง หรือเป็นหนังสือที่อ่านแค่ครั้งเดียวก็จับประเด็นสำคัญได้แล้ว
หนังสือเป็นของขวัญที่ผู้รับมักรู้สึกดีใจอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นหนังสือที่ตอบโจทย์ ผู้รับจะยิ่งรู้สึกยินดีชนิดที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ที่มา ; หนังสือ เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ
ความเห็นของผู้ชม