
วันที่ 21 เมษายน 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมทางวิชาการเรื่อง การจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาพหุปัญญาที่หลากหลายของผู้เรียนในยุคดิจิทัล โดยมี นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล ที่ปรึกษานโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดร.โชติมา หนูพริก รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษารักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายภาณุวัฒน์ ฉายะบรรจงเลิศ Business Lead at SCB 10X ผศ.ดร.สุธาวัลย์ หาญขจรสุข อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาองค์กรและแผนงาน วชิราวุธวิทยาลัย พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมบุษบงกช เอ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร
รศ.ดร.ประวิต กล่าวว่า สกศ. เล็งเห็นว่าแนวคิด "พหุปัญญา" มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามสัดส่วนนักเรียนที่มีความสามารถสูงของไทยยังต่ำเมื่อเทียบกับ OECD และการส่งเสริมพหุปัญญาที่หลากหลายยังไม่เป็นระบบและต่อเนื่องเท่าที่ควร ประเด็นสำคัญในการพลิกโฉมการศึกษาคือการนำองค์ความรู้ของทุนมนุษย์ที่มีคลังปัญญาเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ โดยแนวทางหลักในการพัฒนาผู้เรียนที่มีพหุปัญญาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่สำคัญ ได้แก่
ซึ่งการประชุมวันนี้หวังให้ทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางในการพัฒนากลไกการส่งเสริมผู้เรียนตามพหุปัญญาให้มีความครอบคลุม เป็นระบบ และยั่งยืน อันจะนำไปสู่การวางแผนและจัดทำนโยบายการศึกษาของประเทศต่อไป
นายวิชญ์พิพล กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาพหุปัญญาภายใต้แผน 3 ระดับ เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาอย่างเป็นระบบ ในสถานการณ์การพัฒนาพหุปัญญาในประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ และกิจกรรมเสริมทักษะ อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินระดับนานาชาติ เช่น PISA สะท้อนว่าทักษะพื้นฐานของคนไทยยังต่ำกว่ามาตรฐาน ในบริบทความเปลี่ยนแปลงที่ควรให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ประชากร และเศรษฐกิจ ทำให้ส่งผลกระทบต่อตลาดงาน การยกระดับการสํารวจ ติดตามประเมินผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การบูรณาการข้อมูล และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ เป็นข้อเสนอแนะในประเด็นความท้าทาย และได้เสนอการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการส่งเสริมการเรียนรู้ตามภูมิสังคมอีกด้วย
ช่วงเสวนาหัวข้อ “ความท้าทายและแนวคิดในการพัฒนาพหุปัญญาที่หลากหลายของผู้เรียนในยุคดิจิทัล”
นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลที่ได้รับในวันนี้จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนต่อไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
การประชุมทางวิชาการโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (21 เมษายน 2568) มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิด “พหุปัญญา” ในยุคดิจิทัล โดยตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สังคม และเศรษฐกิจส่งผลต่อระบบการศึกษาและตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องยกระดับการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ
แนวทางสำคัญ ได้แก่ การปรับระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น รองรับความแตกต่างของผู้เรียน การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบติดตามผู้มีศักยภาพสูง การพัฒนาครูให้เข้าใจพหุปัญญา และการเชื่อมโยงผู้เรียนกับภาคการผลิตและตลาดงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ภาคนโยบายเสนอการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้แผนระดับชาติ เน้นการเรียนรู้แบบสหวิทยาการและทักษะศตวรรษที่ 21 แม้มีการพัฒนาแล้ว แต่ผลประเมิน PISA ยังสะท้อนทักษะพื้นฐานที่ต้องยกระดับ
ภาคการศึกษาเน้นการปรับหลักสูตรตามความถนัดผู้เรียน การเรียนรู้รายบุคคล และการใช้เทคโนโลยี ขณะที่ภาคอุดมศึกษาเน้นการพัฒนาครูแบบ Upskill/Reskill และภาคเอกชนให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะและนวัตกรรม ทั้งหมดมุ่งสู่การพัฒนาพหุปัญญาอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์อนาคตประเทศ
แนวคิด “พหุปัญญา” มีบทบาทสำคัญที่สุดในด้านใด
ก. การลดจำนวนครูในระบบ
ข. การพัฒนาผู้เรียนตามความถนัดที่หลากหลาย
ค. การเพิ่มเวลาเรียนในห้องเรียน
ง. การเน้นการสอบมาตรฐานเพียงอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: พหุปัญญามุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่การเน้นสอบหรือเพิ่มเวลาเรียน
ปัญหาสำคัญของประเทศไทยด้านพหุปัญญาตามบทความคือข้อใด
ก. ครูไม่เพียงพอ
ข. ระบบสอบเข้ายากเกินไป
ค. การพัฒนาไม่เป็นระบบและไม่ต่อเนื่อง
ง. ไม่มีหลักสูตรแกนกลาง
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุว่าการส่งเสริมพหุปัญญายังไม่เป็นระบบและต่อเนื่อง
แนวทางใด “ไม่ใช่” ข้อเสนอหลักของ สกศ.
ก. ปรับระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น
ข. พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้มีความสามารถ
ค. ลดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
ง. เชื่อมโยงผู้เรียนกับตลาดงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: ตรงกันข้าม บทความเน้นการใช้เทคโนโลยีและการเข้าถึง
ผลการประเมิน PISA สะท้อนประเด็นใด
ก. นักเรียนไทยมีทักษะสูงกว่ามาตรฐาน
ข. ทักษะพื้นฐานยังต่ำกว่ามาตรฐาน
ค. ครูมีคุณภาพระดับสูง
ง. ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นสูงแล้ว
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุชัดว่าทักษะพื้นฐานยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล
แนวคิดสำคัญของภาคเอกชนในการพัฒนาพหุปัญญาคือข้อใด
ก. ลดการรับนักศึกษาฝึกงาน
ข. เน้นทักษะเฉพาะและนวัตกรรม
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. มุ่งสอบวัดความจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: เอกชนเน้นทักษะเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเพื่อแข่งขันในตลาดงาน
ข้อใดเป็นความท้าทายในการจัดการศึกษาตามบทความ
ก. จำนวนผู้เรียนลดลง
ข. ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี
ค. ครูเกินความต้องการ
ง. หลักสูตรไม่ทันสมัยเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: มีประเด็นการเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ทั่วถึง
การพัฒนาครูตามแนวคิดของอุดมศึกษาคือข้อใด
ก. ลดภาระการสอน
ข. Upskill และ Reskill
ค. เน้นสอนแบบบรรยาย
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นพัฒนาทักษะครูให้ทันสมัยและหลากหลาย
ข้อใดสะท้อนแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ก. เรียนรู้แบบท่องจำ
ข. เรียนรู้แบบสหวิทยาการ
ค. ลดกิจกรรมเสริมทักษะ
ง. จำกัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการบูรณาการข้ามศาสตร์และทักษะหลากหลาย
ระบบที่ควรพัฒนาเพื่อสนับสนุนพหุปัญญาคือข้อใด
ก. ระบบการลงโทษนักเรียน
ข. ระบบสอบแบบเดิม
ค. ระบบฐานข้อมูลและติดตามผู้มีศักยภาพ
ง. ระบบลดจำนวนวิชา
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อพัฒนาติดตามผู้มีความสามารถอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาพหุปัญญาคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. ลดเวลาเรียน
ค. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ง. ลดการสอบระดับชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อยกระดับความสามารถแข่งขันประเทศ