
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และในมาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (28 พฤษภาคม 2562) เป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด2 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หมวด 3 (การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล) หมวด 5 (การร้องเรียน) หมวด 6 (ความรับผิดทางแพ่ง) หมวด 7 (บทกำหนดโทษ) และความใน มาตรา 95 และมาตรา 96 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 4(1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น

PDPA = พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

1. การถ่ายรูป-ถ่ายคลิป ติดภาพคนอื่นโดยเจ้าตัวไม่ยินยอมจะผิด PDPA
ตอบ ; กรณีการถ่ายรูป-ถ่ายคลิปโดยติดบุคคลอื่นโดยผู้ถ่ายรูป-ถ่ายคลิปไม่เจตนา และการถ่ายรูปถ่ายคลิปดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกถ่าย สามารถทำได้ หากเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว
2. ถ้านำคลิปหรือรูปถ่ายที่ติดคนอื่นไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียโดยบุคคลอื่นไม่ยินยอมจะผิด PDPA
ตอบ ; สามารถโพสท์ได้ หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่ใช้แสวงหากำไรทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
3. ติดกล้องวงจรปิดแล้วไม่มีป้ายแจ้งเตือนผิด PDPA
ตอบ ; การติดกล้องวงจรปิด ภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากเพื่อป้องกันอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัยกับตัวเจ้าของบ้าน
4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอมทุกครั้งก่อนนำข้อมูลไปใช้
ตอบ ; ไม่จำเป็น ต้องขอความยินยอม หากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
(1) เป็นการทำตามสัญญา
(2) เป็นการใช้ที่มีกฎหมายให้อำนาจ
(3) เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิตและ/หรือ ร่างกายของบุคคล
(4) เป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางสถิติ
(5) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
(6) เป็นการใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือสิทธิของตนเอง
ทั้งนี้ หลักการข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นกรณีๆไป






ที่มา ; fb PDPC Thailand











พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยบางหมวดสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครอง การใช้หรือเปิดเผยข้อมูล การร้องเรียน ความรับผิด และบทกำหนดโทษ มีผลหลังจากประกาศ 1 ปี กฎหมายนี้มุ่งคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดหลักเกณฑ์ในการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม PDPA มีข้อยกเว้น เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือกิจกรรมในครอบครัว ซึ่งไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้โดยเคร่งครัด กรณีการถ่ายภาพหรือคลิป หากไม่มีเจตนาและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย สามารถทำได้เมื่อใช้ในวัตถุประสงค์ส่วนตัว เช่นเดียวกับการโพสต์ลงโซเชียล หากไม่แสวงหากำไรและไม่กระทบสิทธิผู้อื่น
การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน ส่วนการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมเสมอไป หากเข้าข้อยกเว้น เช่น เพื่อปฏิบัติตามสัญญา ตามกฎหมาย เพื่อช่วยชีวิต เพื่อการวิจัย เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อปกป้องสิทธิของตน ทั้งนี้ การพิจารณาต้องดูเป็นกรณีตามข้อเท็จจริง เพื่อให้สมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ
ข้อ 1 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการบังคับใช้ PDPA
ก. มีผลบังคับใช้ทั้งหมดทันทีหลังประกาศ
ข. มีบางหมวดเลื่อนการบังคับใช้ 1 ปี
ค. ใช้เฉพาะหน่วยงานรัฐ
ง. ใช้เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่
เฉลย: ข
เหตุผล: กฎหมายกำหนดให้บางหมวดสำคัญมีผลหลัง 1 ปี
ข้อ 2 การถ่ายภาพที่ติดบุคคลอื่นโดยไม่ตั้งใจและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถือว่า
ก. ผิดเสมอ
ข. ผิดเฉพาะในที่สาธารณะ
ค. ไม่ผิด หากใช้ส่วนตัว
ง. ต้องขออนุญาตทุกครั้ง
เฉลย: ค
เหตุผล: เข้าข้อยกเว้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ข้อ 3 การโพสต์ภาพผู้อื่นลงโซเชียลโดยไม่ยินยอม จะไม่ผิดเมื่อใด
ก. มีผู้ติดตามน้อย
ข. ไม่ใช้เพื่อการค้าและไม่เสียหาย
ค. เป็นภาพในที่สาธารณะ
ง. เป็นเพื่อนกัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เงื่อนไขหลักคือไม่แสวงหากำไรและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
ข้อ 4 การติดกล้องวงจรปิดในบ้านโดยไม่มีป้ายแจ้ง
ก. ผิดเสมอ
ข. ผิดเฉพาะกลางคืน
ค. ไม่ผิด หากเพื่อความปลอดภัย
ง. ต้องแจ้งเพื่อนบ้าน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ข้อ 5 ข้อใด “ไม่ใช่” เหตุยกเว้นการไม่ต้องขอความยินยอม
ก. เพื่อทำตามสัญญา
ข. เพื่อการตลาดเชิงพาณิชย์
ค. เพื่อช่วยชีวิต
ง. เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เฉลย: ข
เหตุผล: การตลาดต้องขอความยินยอม
ข้อ 6 หลักสำคัญของ PDPA คือข้อใด
ก. ส่งเสริมธุรกิจ
ข. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ค. จำกัดเทคโนโลยี
ง. เพิ่มรายได้รัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นสิทธิของเจ้าของข้อมูล
ข้อ 7 การใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัยสามารถทำได้โดย
ก. ต้องขออนุญาตเสมอ
ข. ไม่ต้องขอ หากเข้าเงื่อนไข
ค. ใช้ได้เฉพาะรัฐ
ง. ใช้ไม่ได้
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ข้อ 8 ข้อใดสะท้อนการใช้ PDPA ในโรงเรียนได้เหมาะสมที่สุด
ก. เผยแพร่ข้อมูลนักเรียนทั้งหมด
ข. ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
ค. เก็บข้อมูลทุกอย่าง
ง. ไม่ต้องเก็บข้อมูล
เฉลย: ข
เหตุผล: หลัก “เท่าที่จำเป็น”
ข้อ 9 หากครูใช้ข้อมูลนักเรียนเพื่อช่วยชีวิตในเหตุฉุกเฉิน
ก. ผิด
ข. ต้องขออนุญาตก่อน
ค. ไม่ผิด
ง. ต้องรายงานภายหลังเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เข้าข้อยกเว้นเพื่อรักษาชีวิต
ข้อ 10 การพิจารณาว่าผิด PDPA หรือไม่ ควรยึดหลักใด
ก. ความเห็นส่วนตัว
ข. จำนวนคนเกี่ยวข้อง
ค. ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ง. ความนิยมในสังคม
เฉลย: ค
เหตุผล: กฎหมายเน้นการพิจารณาตามบริบทจริง