สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M413_ศธ. เร่งพัฒนาร.ร.ต้นแบบสอน ‘แอคทีฟเลินนิ่ง’

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการและประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง “พลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบสร้างนวัตกรรมนักเรียนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ว่า การเรียนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการเรียนที่เด็กได้ทดลองทำ ซึ่งเด็กมีความสนุก และเกิดความภาคภูมิใจ รวมถึงได้ปลดปล่อยพลังงานจากแรงบันดาลใจและการแนะนำของครูอาจารย์ จนเกิดเป็นนวัตกรรมต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งโครงการนี้ต้องการให้เด็กเอาพลังงานและประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวบวกกับบทเรียนมาสร้างให้เกิดประโยชน์ วันนี้อายุแค่นี้ทำได้เท่านี้ ต่อไปก็จะคิดอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์หรือคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็เริ่มมาจากอย่างนี้ทั้งนั้น

เป้าหมายคือทำไปเรื่อย ๆ โดยเริ่มต้นที่การอบรมครูให้รู้จักสร้างนวัตกรรมจากนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน ซึ่งเราคงต้องรอให้ทำได้ทุกภาค ทุกจังหวัดและทุกโรงเรียน ซึ่งถ้าทำได้ก็จะประสบความสำเร็จ จะใช้เวลากี่ปีก็ไม่เป็นไร”รองนายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า ส่วนเรื่องความกังวลว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลแล้วโครงการจะไม่ต่อเนื่องนั้น ตนไม่รู้สึกกังวล เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนชื่อโครงการก็ได้ แต่เนื้อหาสาระก็ต้องเป็นอย่างนี้ และตนก็จะได้ว่าทุกพรรคที่หาเสียงก็มีนโยบายส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอยู่แล้ว”นายวิษณุ กล่าว

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวว่า ศธ.ได้ดำเนินการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบตาม “โครงการพัฒนานวัตกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ทั้งนี้ศธ.จะเร่งพัฒนาโรงเรียนต้นแบบประจำจังหวัด ให้ครบทุกจังหวัด ภายใน ปีการศึกษา 2566 เพื่อขยายผลการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนทั่วประเทศเร็วที่สุด เกิดเป็นสังคมฐานความรู้ นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลกต่อไป

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.โรงเรียนไหนที่มีแผนการเรียนแบบท่องจำ แต่อย่างไรก็ตามการจำของเด็กก็จะเป็นการต่อยอดเพื่อให้เกิดความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อนำไปใช้จึง เป็น Passive Learning ต่อยอดเป็น Active Learning ซึ่งหลักสูตรตอนนี้ สพฐ.ได้ปรับปรุงเป็นการเรียนการสอนฐานสรรถนะแล้ว ซึ่งจะต้องจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning 

มติชนออนไลน์ วันที่ 7 เมษายน 2566

ข่าวเกี่ยวกัน

หกขั้นตอนสู่การเรียนการสอนแบบ Active learning ที่มีประสิทธิภาพสูง

Six steps of Active learning to more effective teaching มีอะไรบ้าง 

1.สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่อบอุ่น,มีความไว้เนื้อเชื่อใจ,และนักเรียนเต็มไปด้วยความหวังที่จะเรียนรู้ด้วยความสุข ครู หรือ ครูกับนักเรียนร่วมกันสร่างบรรยากาศการเรียนรู้ (Warm environment, Learning atmosphere) จัดการเรียนรู้ตามศักยภาพของสมอง (Brain Based Learning = BBL) โดยยึดหลักการดังนี้

·    ส่วนหนึ่งในก้อนสมองของคนเรา เป็นห้อง หรือโกดังเก็บพัสดุ,หรือวัตถุดิบ คือ ตวามจำ (Memory) อันเป็นข้อมูล(Data, Information)ซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการเก็บ ห้องเก็บข้อมูลนี้ “วันหนึ่งก็ต้องเต็ม”(ขอให้เปรียบเทียบกับ Memory card, หรือ Flash drive ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์)..ศักยภาพของสมองคนเรามีไม่เท่ากัน..คุณครูต้องตระหนักเรื่องนี้ให้มาก

·    ส่วนหนึ่งในก้อนสมองของคนเรา “เป็นโรงงานผลิตความรู้,ตวามเข้าใจ(Knowledge and Understanding)..ความรู้และตวามเข้าใจ “เป็นพลังงานทางจิต(Mental energy) เรียกว่าปัญญาของตนเอง (Own Wisdom) พลังจิตอยู่ในสมอง แต่ไม่ต้องการพื้นที่จัดเก็บ คนเราจึงสามารถพัฒนา “ปัญญาในตน Own wisdom” ได้ไม่มีที่สิ้นสุด

·    สมองของคนเรา จะทำงานได้ดีที่สุด เมื่ออยู่ในสภาพที่ปลอกโปร่งโล่งสบายที่สุด ซึ่งเป็นสภาพที่พร้อมจะให้จิตเกิดการเรียนรู้..เรียกว่า “จิตพร้อม”..หรือมีสติสัมปชัญญะ นั่นเอง 

2.จัดกิจกรรมการเรียนการสอน “ด้วยวิธีการโต้ตอบ,สอบถาม, และค้นหา”Interactive, Inquiry, and Discovery learning”

3.สร้างการเรียนรู้แบบ Active learning เน้นทักษะการคิด “ซึ่งเป็นหลักการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่ง, ความคิด Thinking, ตวามคิดวิเคราะห์ Critical thinking” และความคิดสร้างสรรค์ Creative thinking..เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21. 

4.สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เสริมกำลังนักเรียน ให้อยากเรียนรู้ตลอดเวลา “Plenty of activation, Play with it reinforce” 

5.นำไปปฏิบัติ “เพื่อให้รู้จริงจากภายในตนเอง Apply it in practice “Do it to show you know”ถ้าไม่ลงมือทำด้วยตนเอง “จะไม่มีวันรู้จริงด้วยตนเอง”(เพราะสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมานั้น จะเป็นเพียงความจำ ไม่ช้าก็ลืม) 

6.ทบทวนอยู่เสมอ “การคงไว้ซึ่งหลักการ Review and Retain the principles” ข้อนี้ “ทำให้ทักษะ Skill” ยังคงอยู่ตลอดไป 

ที่มา ; FB สุทัศน์ เอกา 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดประชุมวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประกาศนโยบาย “พลิกโฉมโรงเรียนต้นแบบสร้างนวัตกรรมนักเรียนด้วย Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps” ซึ่งเน้นการให้ผู้เรียนลงมือทำจริง เกิดแรงบันดาลใจ พัฒนานวัตกรรม และสร้างทักษะคิดขั้นสูง เป้าหมายคือพัฒนาครูให้สร้างนวัตกรรม แล้วขยายสู่ผู้เรียน จนครอบคลุมทุกโรงเรียนทั่วประเทศ แม้มีการเปลี่ยนรัฐบาล โครงการยังควรดำเนินต่อเพราะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ 

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ระบุว่าจะพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ Active Learning ให้ครบทุกจังหวัดภายในปี 2566 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสนับสนุนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ขณะเดียวกัน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ สพฐ. ย้ำว่าการเรียนแบบท่องจำไม่ใช่หลักในปัจจุบัน แต่ถูกใช้ต่อยอดสู่การคิดวิเคราะห์และ Active Learning สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่ ทำให้ผู้เรียนพัฒนาเยาวชนไทยสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง 

ข้อสอบ 

1. หลักคิดสำคัญของโครงการ GPAS 5 Steps ที่ทำให้เกิด “นวัตกรรมนักเรียน” คือข้อใด? 

ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนภาคทฤษฎี
ข. การลงมือทำผสมกับแรงบันดาลใจและคำแนะนำจากครู
ค. การใช้แบบทดสอบมาตรฐานกลาง
ง. การแข่งขันระหว่างนักเรียนในระดับจังหวัด

2. จากบทความ การขยายผลโรงเรียนต้นแบบ Active Learning จำเป็นต่อเป้าหมายใดมากที่สุด?

ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนคุณธรรม
ข. สร้างสังคมฐานความรู้และเศรษฐกิจนวัตกรรม
ค. ลดภาระงานครูทั่วประเทศ
ง. ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

3. เหตุผลที่รองนายกฯ ไม่กังวลต่อการเปลี่ยนรัฐบาลคือข้อใด?

ก. โครงการใช้งบประมาณต่ำ
ข. โครงการมีประโยชน์และทุกพรรคมีนโยบายด้านนวัตกรรม
ค. โครงการมีกรอบกฎหมายคุ้มครอง
ง. ผู้ปกครองสนับสนุนอย่างเป็นทางการ

4. การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะตามมุมมอง สพฐ. คือข้อใด?

ก. ท่องจำเนื้อหาเพียงเพื่อจำระยะยาว
ข. การจำเพื่อเป็นฐานความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์
ค. เพิ่มปริมาณการบ้านแบบฝึกหัด
ง. ใช้การบรรยายเป็นหลักเพื่อครอบคลุมเนื้อหา

5. ข้อใด “สอดคล้องที่สุด” กับหลัก Active Learning ตามแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ? 

ก. การจัดบรรยายเนื้อหาอย่างเป็นระบบ
ข. การสร้างบรรยากาศอบอุ่นและกระตุ้นให้คิดด้วยตนเอง
ค. การใช้ข้อสอบปลายภาคเพื่อประเมินผลหลัก
ง. การเพิ่มความเข้มงวดของระเบียบวินัยในห้องเรียน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น