
5 กันยายน 2567 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ โรงแรม ปริ๊นส์ตั้น กรุงเทพ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ โรงแรม ปริ๊นส์ตั้น กรุงเทพ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา หรือ SDG4 คือ สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพครอบคลุม เท่าเทียมและสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งความยั่งยืนไม่ใช่การสร้างอะไรที่คงทนถาวรแต่ต้องผูกพันยาวนาน มีการทำนุ บำรุง รักษา ปรับปรุง ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างมากตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” และตามเป้าหมายการจัดการศึกษา 5 P ได้แก่ People คนและการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม Prosperity การเติบโต ลดความเหลื่อมล้ำยั่งยืน Planet สิ่งแวดล้อม รับมือกับการเปลี่ยนแปลง Peace สันติภาพและสถาบันที่เข้มแข็ง และ Partnership ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาการศึกษา
หน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการคือผลิตทรัพยากรมนุษย์ทั้งในระบบ นอกระบบหรือตามอัธยาศัย ซึ่งขณะนี้ได้ขับเคลื่อนเรื่องธนาคารหน่วยกิตที่เป็นการสะสมหน่วยกิตจากผลการเรียน การฝึกอบรม ประสบการณ์ และทักษะ เพื่อเป็นโอกาสทางการศึกษาสำหรับทุกช่วงวัยนำไปใช้ต่อยอดในการศึกษาต่อ เพราะปัจจุบันไม่ใช่แค่การพัฒนาคุณวุฒิผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังต้องมุ่งพัฒนาทักษะเด็กให้ทันโลกด้วย ที่สำคัญต้องไม่อัดวิชาการเกินหลักสูตรในโรงเรียน เพราะจะนำไปสู่การเรียนพิเศษที่สร้างความเหลื่อมล้ำได้
ส่วนศึกษาธิการจังหวัดต้องพยายามให้แต่ละจังหวัดเขียนแผนเรื่องการศึกษาให้ขับเคลื่อนได้ มองให้เห็นว่าเราทำอะไรได้และในความร่วมมือของเราทำอะไรได้อีก และบุคลากรต้องพึงระลึกถึงหน้าที่อยู่เสมอว่าไม่ใช่แค่ใช้สถานศึกษาเป็นบันไดไต่ขึ้นสู่ความเจริญก้าวหน้า แต่ระบบต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง อย่ายึดโยงที่ตัวบุคคล เพราะความยั่งยืนของการศึกษาชาติไม่ได้เริ่มที่นโยบายแต่เริ่มจากเราทุกคน
การจัดการศึกษาที่ดีต้องทำความเข้าใจกับความยั่งยืน รวมถึงหาความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือออกจากห้องประชุมไปต้องลงมือทำทันทีถึงจะยั่งยืน ถ้าการศึกษาในประเทศเราดีก็แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงการดำเนินงานที่ถูกต้องชัดเจน รวมทั้งเข้าใจความแตกต่างทในด้านศักยภาพบุคคล หน่วยงาน และบริบทของพื้นที่ ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายทั้งในและนอกสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องบูรณาการการทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในพื้นที่เพื่อความเป็นเอกภาพ และกำกับ เร่งรัด ติดตามประเมินผล และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกลไกที่สำคัญทำให้ทราบความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อกระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานน้ำนโยบายไปปฏิบัติจริง
ที่มา ; ศธ 360 องศา
เกี่ยวข้องกัน
ยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน บริหารจัดการ ร.ร.ขนาดเล็กและขยายโอกาส
เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน การประชุมคณะทำงานบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ในสังกัดทั้งหมด 29,152 โรงเรียน มุ่งเน้นการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านบริหารทั่วไป
การประชุมครั้งนี้ มี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้อง ประธานกรรมการบริหารกลุ่มพื้นที่ประจำเขตตรวจราชการทั้ง 18 เขต ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก และบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ zoom meeting
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ในปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 29,152 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 15,327 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 52.58 ของโรงเรียนทั้งหมด และจำแนกเป็นโรงเรียน STAND ALONE หรือโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 1-120 คน และไม่สามารถยุบรวมโรงเรียนได้เพราะเด็กต้องมาเรียนอยู่ จำนวน 4,349 โรงเรียน
ซึ่งหากเราสามารถบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้ดีขึ้นได้อย่างเป็นระบบ ก็จะเป็นก้าวหนึ่งในการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการศึกษาอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ได้อย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
กล่าวต่อไปว่า การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. ไม่ใช่เพียงการจัดทำแผนการเรียนรวมหรือยกเลิกสถานศึกษา ในการดำเนินการต่อจากนี้จะต้องมุ่งเน้นการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และ ด้านบริหารทั่วไป ดังนี้
โดยในด้านวิชาการ จะดำเนินการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น
ส่วนในด้านงบประมาณ สพฐ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาและวางแผนจัดตั้งงบประมาณในลักษณะ TOP UP เพิ่มเติมให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัวที่ได้รับ
ขณะที่ในด้านบริหารงานบุคคล ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ ไปศึกษากฎระเบียบ หลักเกณฑ์ ที่สามารถดำเนินการได้ ในการจัดกลุ่มเครือข่ายคุณภาพ สามารถนำกรอบวงเงินของครูในกลุ่มเครือข่ายมารวมกันเพื่อนำไปพิจารณาให้กับครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน ได้มากขึ้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครู ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่จำนวนมากในโรงเรียนขนาดเล็ก
รวมทั้งต้องจัดรูปแบบการบริหารเจ้าหน้าที่ธุรการ ให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายเหล่านั้นโดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
และในด้านการบริหารทั่วไป ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการสำรวจการใช้ประโยชน์พื้นที่ของโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนแล้ว (นักเรียนศูนย์คน) ว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีการบริหารจัดการอย่างไร รวมทั้งจะให้ดำเนินการสำรวจข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี สำหรับโรงเรียนที่มีการรวม หรือเลิกสถานศึกษาไปแล้ว ว่าทาง สพท. มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับพื้นที่อย่างไร
“ ซึ่งการพัฒนาคุณภาพในโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษา รมว.ศธ. ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงตนเองให้ความสำคัญมาโดยตลอด " เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
ที่มา ; edunewssiam
เกี่ยวข้องกัน
“โสภณ” ลั่น! ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต้องปฏิวัติอย่างเต็มสูบเพื่อความเท่าเทียมและทันยุค
นายโสภณ ซารัมย์ สส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร และ ดร. สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปราจีนบุรี กรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ ประชุมสรุปร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….ณ วังยาวรีสอร์ท จังหวัดนครนายก... นายโสภณกล่าวว่าเป็นการยกร่าง พรบ. ที่ต้องตอบโจทย์อนาคตของประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างคุณภาพให้กับผู้เรียน การจัดการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม การเปลี่ยนแปลงของประชากร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงต้องปฏิวัติการศึกษา เท่าเทียม ทั่วถึง ทันยุค เพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย
คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุม เสวนา การยกร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ โดยลงพื้นที่ทุกภาคของประเทศ และได้นำข้อมูลมาวิภาค นับ 10,000 คนทั่วประเทศ ร่วมกันหลายภาคส่วน อาทิ คณะกรรมาธิการ นักวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้นำองค์ต่างๆ ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และในระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2567 ได้นำข้อมูลจากการวิภาคที่ผ่านมาหลายครั้ง นำมาหาข้อสรุปทบทวนในแต่ละประเด็น มีประเด็นสำคัญๆ ดังนี้
1. ระบบการศึกษา ได้ปรับปรุงให้เป็น 2 ระบบ ได้แก่ ในระบบ กับ การศึกษาตามอัธยาศัย และได้เน้นให้เกิดความชัดเจน ทั่วถึง มีคุณภาพ
2. การถ่ายโอนภารกิจในการจัดการศึกษา ระดับปฐมวัย ของ สพฐ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. การจัดตั้งกลุ่มโรงเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร ได้แก่ บุคลากร และวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ สถานที่ ให้ใช้ร่วมกันให้เกิดความคุ้มค่าและมีคุณภาพ
4. หลักสูตร ได้กำหนดให้มีการปรับปรุงหลักสูตร แกนกลาง ทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษา
5. สำหรับปัญหาเรื่องโครงสร้างการบริหาร และภารงานที่ซ้ำซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา ทางคณะกรรมาธิการ ได้รับฟังจากหลายภาคส่วน และจะดำเนินการให้ลงตัวที่สุด
6. สำหรับปัญหาเรื่องโครงสร้างการบริหาร และภาระงานที่ซ้ำซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาทางคณะกรรมาธิการ ได้รับฟังจากหลายภาคส่วน และได้รับปรับโครงสร้างดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้น
7. การศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการสร้างข้อตกลงร่วมกันของสถานศึกษา กับสถานประกอบการ หรือสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาศให้กับผู้เรียนได้ใช้เวลาส่วนหนึ่ง เรียนรู้ เพื่อเกิดทักษะในการทำงาน ค้นพบตนเอง ผู้จัดการศึกษา มีใบรับรองผลการศึกษาตามความเหมาะสม ร่างพรบ.ชุดนี้เป็นความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง ใช้เวลา 1 ปี ถือว่าเป็นการพลิกโฉมการศึกษาไทย นายโสภณกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์
เกี่ยวข้องกัน
สกศ. ร่วมระดมความเห็นการจัดการศึกษา “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ให้ครอบคลุมคนทุกช่วงวัย
วันที่ 26 สิงหาคม 2567 สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะคนในทุกช่วงวัย โดยมี ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเนติ รัตนากร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา อาจารย์ ข้าราชการและบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมหารือ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต อาคาร 2 ชั้น 2 สกศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีบทบาทภารกิจสำคัญในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการศึกษา โดยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ร่วมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการปรับปรุง แก้ไข จัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้สำหรับประชาชน ซึ่งตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา (4) กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยฝ่ายเลขานุการฯ ได้กล่าวถึงประเด็นที่ร่วมพิจารณาต่อที่ประชุม ประกอบด้วย 1) นิยาม “การศึกษา” 2) เป้าหมายของการจัดการศึกษา 3) ระบบ/รูปแบบการจัดการศึกษา 4) การเทียบเคียง/เทียบโอนผลการเรียนรู้ 5) การจัดการอาชีวศึกษา 6) การจัดการอุดมศึกษา 7) การจัดแหล่งเรียนรู้ และ 8) การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ต่อมาผู้เข้าร่วมประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวคิดด้านการศึกษาของการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยกล่าวถึงสาระสำคัญในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติยังไม่สะท้อนถึงการจัดการศึกษาตลอดชีวิต มีแค่การจัดการศึกษาตามระบบให้แก่ผู้เรียน ยังไม่ครอบคลุมทุกช่วงวัย รวมทั้งควรขยายความหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ชัดเจน อาทิ กิจกรรมประเภทใดบ้างเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน แนวทางการสนับสนุนด้านการจัดสรรงบประมาณ เป็นต้น
สำหรับการขับเคลื่อนการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตควรเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รวมไปถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมภายในท้องถิ่นตนเอง จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานในท้องถิ่นคอยสนับสนุน ดังนั้นเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุง จัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ประเด็นการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะคนในทุกช่วงวัยให้สมบูรณ์ขึ้น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนจัดทำแนวนโยบาย เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ต่อไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ.เดินหน้าโครงการตามน้องกลับมาเรียน
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมการฟื้นฟูช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ในโครงการ 10 วันสร้าง 10 วันซ่อม โดยพบว่า โรงเรียนบ้านไม้ลุงขน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีความเสียหายหนักมากที่สุด ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เข้ามาช่วยเหลือทำความสะอาดฟื้นฟูสถานศึกษาแล้ว รวมถึงมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเข้าไปสำรวจโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 นี้ด้วย
เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงนโยบาย “Thailand Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ของรัฐบาลที่มีเป้าหมายให้จำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ซึ่งข้อมูลนักเรียนจากการสำรวจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบเด็กหลุดระบบการศึกษาในภาพรวม 1.02 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กหลุดระบบการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จำนวน 699,112 คน และในจำนวนดังกล่าวมีเด็กในระบบของสพฐ.อยู่จำนวน 85,259 คน โดยตนได้สั่งการให้เขตพื้นที่การศึกษาสำรวจเด็กที่หลุดระบบการศึกษาไปให้เจอว่า หายไปจากระบบการศึกษาแล้วไปอยู่ตรงไหนทำอะไร เพื่อดำเนินการจัดระบบการค้นหาให้เด็กกลับเข้ามาเรียน หรือหากพบเด็กไม่สะดวกที่จะกลับมาเรียนต่อ ก็ต้องพาการศึกษาไปหาเด็กให้ได้ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลทุกมิติ สร้างระบบส่งต่อ พาเด็กเยาวชนกลับสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตเป็นรายบุคคล เพื่อการเปิดประตูสู่อาชีพที่ดี
“ในการประชุมดังกล่าวผมได้เสนอทบทวนเกณฑ์การย้ายข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้สอน เนื่องจากพบว่า เกณฑ์การย้ายครูในปัจจุบันไม่ได้กำหนดสัดส่วนครูที่ขอย้ายกับเด็กใหม่ที่สอบบรรจุขึ้นบัญชีไว้ ส่งผลให้หลายเขตพื้นที่รับย้ายเกือบ 100% และทำให้เด็กใหม่ที่สอบขึ้นบัญชีครูผู้ช่วยไว้ขาดโอกาสในการบรรจุ ดังนั้นสพฐ.กำลังหาวิธีการความสมดุลที่สุดของการย้ายครูที่เหมาะสมต่อไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว
ที่มา ; เดลินิวส์
เกี่ยวข้องกัน
“เพิ่มพูน” มอบ.สกศ.ทำยุทธศาสตร์ เดินหน้าตามเด็กเข้าระบบการศึกษา
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาตามโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พิซา) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( สพฐ.) และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งได้รายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับม.ต้น กลุ่มเป้าหมายด้านละ 155 คน จาก สพป.เขต 1 และ สพม. 62 เขต ในทุกจังหวัด และ สพม.กทม. รวม 465 คน เพื่อไปจัดทำคลังข้อสอบที่มีคุณภาพในแต่ละระดับ การใช้ออกข้อสอบกลางภาคและปลายภาค และการติดตามการบูรณาการในชั้นเรียนต่อไป
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงโครงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น คือ สพฐ. ในปี 2567 มีจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบ ใช้รูปแบบหนุนเสริม “การศึกษาที่ยืดหยุ่น” 25 จังหวัด 27 ตำบลต้นแบบ ใน 4 ภูมิภาค ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 โรงเรียน 3 รูปแบบ รองรับเด็กตกหล่น ใน 4 ภูมิภาค โรงเรียนมือถือใช้แอปพลิเคชันการเรียนรู้ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime รวมถึงรูปแบบตาข่ายการศึกษา เพื่อการศึกษาที่ยืดหยุ่น เช่น โรงเรียนปรับการศึกษาโดยเน้นชุมชนเป็นฐาน เรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ประเมินตามความแตกต่างของผู้เรียน ทั้งนี้ได้ปรับปรุงข้อมูลการติดตามเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ตามโครงการพาน้องกลับมาและพาการศึกษาไปหาน้องเรียนดี มีความสุข ใน 245 เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งในปี 2568 เตรียมขยายผลต่อเนื่องจาก 25 จังหวัด สู่ 77 จังหวัด ได้แก่ โครงการ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สู่ “1 อำเภอ 1 สถานศึกษา ต้นแบบ” การศึกษาไร้รอยต่อตามมาตรา 12 โรงเรียนมือถือ โดยนำเทคโนโลยี Chat GPT คอร์สเรียนออนไลน์ แอปพลิเคชัน มาใช้อำนวยความสะดวก รวมทั้งออก Portfolio เทียบ Credit Bank ด้วยระบบ AI
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มีจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบอายุระหว่าง 6-18 ปี ซึ่งผลสำรวจ 55,491 ราย พบตัว 18,715 ราย โดยส่วนใหญ่ไม่ประสงค์รับความช่วยเหลือ รองลงมาต้องการการสนับสนุนด้านการศึกษา สุขภาพ และทักษะอาชีพ ส่วนสาเหตุที่ไม่เข้ารับการศึกษา 5 อันดับแรก ได้แก่ ความจำเป็นทางครอบครัว การย้ายถิ่นที่อยู่ สภาพของครอบครัว สุขภาพอนามัย และผู้ปกครองมีรายได้น้อยไม่เพียงพอ ซึ่งสกร.ประจำจังหวัด และ สกร.ระดับอำเภอ ได้จัดทำแผนการดำเนินงาน พร้อมลงพื้นที่ติดตามและบันทึกข้อมูลผ่านระบบรายงานให้เป็นปัจจุบันต่อไป
“ผมได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยมอบสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นแกนหลัก ในการวางแผนยุทธศาสตร์ โดยนำข้อมูลแต่ละหน่วยมาวิเคราะห์และวางแผนปฏิบัติร่วมกัน ส่วนในระดับจังหวัด ให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ขับเคลื่อน ผ่านคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาในพื้นที่ โดยในส่วนผู้เรียนที่อยู่ต่างประเทศ ให้ สกร.ดำเนินการอย่างครอบคลุมด้วย” รมว.ศธ.กล่าว
ที่มา ; เดลินิวส์
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยชี้ว่า SDG4 มุ่งให้ทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย 5P ได้แก่ คน (People) ความมั่งคั่ง (Prosperity) สิ่งแวดล้อม (Planet) สันติภาพ (Peace) และความร่วมมือ (Partnership)
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าโครงการ “ธนาคารหน่วยกิต” เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ทุกช่วงวัย พัฒนาทักษะให้ทันโลก ลดการเรียนพิเศษเกินหลักสูตร และเน้นให้บุคลากรการศึกษาทำงานด้วยจิตสำนึก ไม่ยึดติดตำแหน่ง เพื่อสร้างความยั่งยืนจากฐานรากของระบบการศึกษา การขับเคลื่อนต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน การติดตาม ประเมินผล และลงมือทำจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ข้อสอบ
1.เป้าหมายหลักของ SDG4 คือข้อใด
ก. การสร้างโรงเรียนใหม่ทั่วประเทศ
ข. การศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. การลดจำนวนครูในพื้นที่ห่างไกล
ง. การปรับหลักสูตรให้สั้นลง
2.นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เชื่อมโยงกับเป้าหมายใดของ SDG4
ก. การแข่งขันทางการศึกษา
ข. การพัฒนาอย่างยั่งยืน 5 ด้าน (5P)
ค. การเพิ่มงบประมาณสถานศึกษา
ง. การลดจำนวนชั่วโมงเรียน
3.“ธนาคารหน่วยกิต” มีวัตถุประสงค์สำคัญอย่างไร
ก. ให้ครูสามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อเลื่อนตำแหน่ง
ข. เป็นช่องทางสะสมผลการเรียนและประสบการณ์เพื่อการศึกษาต่อ
ค. ใช้ประเมินผลการเรียนรายภาคเรียน
ง. เป็นฐานข้อมูลการศึกษาในระบบเท่านั้น
4.ข้อใด “ไม่สอดคล้อง” กับแนวคิดการศึกษาที่ยั่งยืนตาม SDG4
ก. ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน
ข. เน้นการลงมือทำจริงหลังการประชุม
ค. มุ่งอัดเนื้อหาวิชาการให้มากที่สุด
ง. พัฒนาคนให้มีคุณภาพและเท่าเทียม
คลิกเฉลย >>>