

@ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2568
- ประกาศใช้แล้ว ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2568
- เป็นข้อบังคับในการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ฉบับใหม่ โดยยกเลิกฉบับเดิม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2 ฉบับ พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดรับการกระจายภารกิจ
ที่มา ; ราชกิจจานุเบกษา
เกี่ยวข้องกัน
กมว.ใช้ข้อบังคับพิจารณาประพฤติผิดจรรยาบรรณฉบับใหม่แล้ว พร้อมเร่งสางคดีเก่าให้จบ
วันที่ 8 ส.ค. 2568 รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ(กมว.) ครั้งที่ 8/2568 พร้อมด้วยคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการการประชุม
โดยที่ประชุมได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยบรรณฉบับใหม่ เป็นข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. .... โดยยกเลิกข้อบังคับเก่าทั้ง 3 ฉบับ มารวบเป็นฉบับใหม่ ซึ่งฉบับใหม่นี้ได้แก้ไขอันที่เป็นปัญหาเดิม มาเป็นกฏหมายหลักที่สำคัญในการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณ เพื่อทำให้การลงโทษผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณเกิดความสะดวกและรวดเร็วเป็นธรรมถูกต้องขึ้นกว่าเดิม เกิดความบริสุทธิยุติธรรมในเวลาที่สั้นลงกว่าเดิมและทันเหตุการณ์
“การมีผลบังคับใช้ข้อบังคับฉบับใหม่นี้ จะทำให้บวนการพิจารณาจรรยาบรรณได้ตั้งแต่ ทันที จนกระทั่งถึง 30 วัน แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มก็ไม่เกิน 3 เดือน ดังนั้น การที่ กมว.มีประกาศข้อบังคับฉบับใหม่นี้ออกมา จะทำให้คุรุสภาทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยบรรณฉบับใหม่นี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามประกาศใช้แล้ว และลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 เรียบร้อยแล้ว”
รศ.ดร.ศิริเดช กล่าวต่อว่า กมว.จะดำเนินการเชิงรุกในการสร้างความรู้ ความเชื่อ และทัศนคติที่ถูกต้องให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานและจรรยาบรรณ โดยใช้ AI เข้ามาช่วย มีการสร้างเป็นเรื่อง มีคุณครู 2 คน ที่เป็นตัวแทน ครูผู้ชาย ชื่อว่าคุณครูบรรณ และคุณครูผู้หญิงชื่อครูจรรยา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เราจะใส่คอนเทนต์ผ่านคุณครูทั้งสองคนนี้เผยแพร่จรรยาบรรณ
“กมว.และ คุรุสภายุกใหม่ ได้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในเรื่องของการส่งเสริมจรรยาบรรณ เพื่อทำให้คุณครูตระหนักและให้ความสำคัญ และเพื่อตอบสนองนโยบายของ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้พัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยยึดหลักกฎหมาย พ.ร.บ.ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 อย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล นอกจากนี้ คุรุสภา ยังมี E-book รวบรวมกฏหมาย และการพิจารณาคดีใหม่ๆไปให้มหาวิทยาลัยที่ผลิตครู เพื่อให้นักศึกษาและคุณครูได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้วย”
ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวว่า กมว.จะได้เร่งเคลียร์คดีเก่าที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จโดยเร็ว จากคดีเก่าทั้งหมด 1,200 กว่าคดี เราทำลดลงเหลือเพียง 300 กว่าคดีแล้ว ซึ่ง กมว.กำลังเร่งล้างคดีเก่าโดยนำข้อบังคับใหม่มาใช้ในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบรัดกุม และจะใช้เวลาพิจารณาสั้นลง ดังนั้น คดีที่สังคมสงสัยว่ามีความล่าช้า ปัญหานี้ก็จะหมดไป ความยุติธรรมและกาลเวลาในการพิจารณาที่สมควรก็จะเกิดขึ้น ซึ่งข้อบังคับใหม่นี้ถ้าไม่เกี่ยวกับคดีอาญาก็จะจบเร็วขึ้น หรือจบภายใน 3 เดือน
“วันนี้ กมว.ได้พิจารการประพฤติผิดจรรยาบรรณแยกเป็น ไม่มีมูล 2 ราย, ตักเตือน 2 ราย, ภาคทัณฑ์ 6 ราย, พักใช่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 1 ราย, เพิกถอนใบอนุญาตฯ 4 ราย(กรณีล่วงละเมิดทางเพศ,ทำร้ายร่างกาย, ปลอมแปลงเอกสารทั้งที่ไม่เคยเป็นครูมาก่อน กรณีนี้ทางต้นสังกัดจะรับไปดำเนินการทางกฏหมายต่อไปเพราะเป็นคดีอาญา) นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวน 3 ราย ผลการพิจารณาประพฤติผิดในวันนี้ เป็นคดีเก่าที่คั่งค้างอยู่ แต่คดีใหม่ที่มีหลักฐานเชิงประจักที่ออกสื่อต่างๆเผยแพร่ เราได้มีการตรวจสอบเชิงรุก คดีความใหม่จึงลดลง เหลือแต่ตดีเก่าที่จะเร่งเคลียร์ให้หมด ทั้งนี้ อยากให้ต้นสังกัดของผู้กระทำผิดช่วยด้วย เพื่อให้การพิจารณาของเราถูกต้องรวดเร็วยิ่งขึ้น” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว
ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มีมติห็นชอบการอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา โดยเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 24,986 ราย ให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตและขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาตรวจสอบแล้ว มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
นอกจากนี้ อนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครู จำนวน 1 ราย โดยให้ใบอนุญาตมีอายุนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีมติอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นต้น
ที่มา ; แนวหน้า
เกี่ยวข้องกัน
ใช้ข้อบังคับคุรุสภาสะสางคดีผู้ประกอบวิชาชีพให้รวดเร็ว
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ซึ่งข้อบังคับใหม่นี้ ปรับกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีความรวดเร็ว คุ้มครองผู้รับบริการ และคงมาตรฐานการอำนวยความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ในประเด็นสำคัญ คือ
1.เพิ่มช่องทางการยื่นเรื่องกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
2.ปรับกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีความรวดเร็วมากขึ้น
3.ปรับปรุงเงื่อนไขในการพิจารณาวินิจฉัยพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกประเภทไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวน ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เพื่อคุ้มครองผู้รับบริการทางการศึกษาในพฤติกรรมการกระทำความผิดในลักษณะร้ายแรงและเกิดความเสียหายต่อวิชาชีพอย่างร้ายแรง และ
4.ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการสอบสวน โดยให้บุคลากรของหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดในพื้นที่จังหวัด ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านกฎหมายและมีประสบการณ์สอบสวน สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นอนุกรรมการและเลขานุการในคณะอนุกรรมการสอบสวนได้
“ จากนี้กระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ จะมีความรวดเร็วมากขึ้น ตามที่กำหนดในข้อบังคับ คือ
1.กรณีเรื่องกล่าวหาหรือกล่าวโทษที่สืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมูลเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพไม่ร้ายแรง และได้แจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษและสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทราบ พร้อมทั้งรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษแล้ว กมว. สามารถพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดให้ ตักเตือน หรือ ภาคทัณฑ์ ตามควรแก่กรณี โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวน (ตามข้อ 16 ของข้อบังคับคุรุสภาฯ)
2.กรณีเรื่องกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และเป็นกรณีความผิดปรากฏชัดแจ้ง และได้แจ้งข้อกล่าวหา หรือข้อกล่าวโทษ และสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทราบ พร้อมทั้งรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษแล้ว (ตามข้อ 72 ของข้อบังคับคุรุสภาฯ) กมว.สามารถพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด โดยไม่สอบสวน หรืองดการสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้ ถือปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ”
เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ข้อบังคับใหม่นี้ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขในการพิจารณาวินิจฉัยพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกประเภทไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวนของ กมว. ในพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพที่กระทำความผิดในลักษณะร้ายแรง ดังนี้
1.เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการค้าประเวณี หรือการค้ามนุษย์
2.กระทำล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน หรือนักศึกษา หรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือบุคคลอื่น
3.กระทำอนาจาร หรือนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ อันเกิดความเสียหายต่อวิชาชีพอย่างร้ายแรงและเป็นที่ประจักษ์ชัด และ
4.กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ หรือเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน และถูกฟ้องคดีอาญา
ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้ หน่วยงานต้นสังกัดต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1.มีคำสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
2.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือให้ออกจากหน้าที่การปฏิบัติงาน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีอาญา หรือ
3.หน่วยงานบังคับบัญชาที่มิใช่ราชการ สั่งให้ออกจากหน้าที่การปฏิบัติงาน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีอาญา
เลขาธิการคุรุสภา กล่าวด้วยว่า หากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาผู้ใดถูก กมว. วินิจฉัยชี้ขาดให้ตักเตือน หรือภาคทัณฑ์ หรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต จะมีผลกระทบต่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาด้วย คือ
1.ถูกบันทึกประวัติการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพไว้ในระบบสารสนเทศผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อประกอบการพิจารณาลักษณะต้องห้ามในการขอใบอนุญาตหรือการต่ออายุใบอนุญาต
2.กรณีถูกพักใช้ใบอนุญาต จะมีผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาต และ
3.กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะมีผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพบุคคลนั้นต้องออกจากวิชาชีพ
“ คุรุสภา และ กมว. ให้ความสำคัญต่อการพิจารณาฯ ให้มีความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และเป็นไปเพื่อคุ้มครองผู้รับบริการทางการศึกษา และดำเนินการเชิงรุก โดยสร้างความตระหนักรู้ในการประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยเฉพาะครู และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มวิชาชีพที่ใกล้ชิดกับนักเรียน พร้อมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกสังกัด กำกับดูแล และรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว
“อมลวรรณ” คลี่ข้อบังคับใหม่ “คุรุสภา” ปรับกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพรวดเร็วขึ้น – คุ้มครองผู้รับบริการ-คงมาตรฐานการอำนวยความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบวิชาชีพ ผิดร้ายแรงพักใช้ใบอนุญาตฯไม่ต้องรอ กมว.
ที่มา ; มติชนออนไลน์