
วันนี้ (20 สิงหาคม 2564) ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมการประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ ครั้งที่ 3/2564 โดยมี นายอรรถการ ตฤษณารังสี เป็นประธาน ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนองค์กรหลัก
ที่ประชุมพิจารณา 5 กลยุทธ์หลักในแผนขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ พ.ศ. 2562 - 2565 ได้แก่
1) เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญและประโยชน์ของการนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
2) จัดทำต้นแบบการผลิตและพัฒนา กำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
3) เสริมสร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
4) เชื่อมโยงคุณวุฒิในสาขาอาชีพที่จำเป็นสำหรับการพัฒนากำลังคนของประเทศไทยกับประเทศอาเซียนและระดับสากล และ
5) จัดทำปรับปรุงกฎหมายกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
นอกจากนี้ที่ประชุมไฟเขียวสาระสำคัญกลยุทธ์การสื่อสารกรอบคุณวุฒิแห่งชาติผ่านการผนึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การจัดทำเกณฑ์ขึ้นทะเบียนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ การจับคู่ความร่วมมือกับต่างประเทศในการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) การจัดทำต้นแบบการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติด้วยการเชื่อมโยงหลักสูตรการเรียนการสอนตามมาตรฐานอาชีพและการฝึกอบรมระยะสั้นใน 7 สาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาอาชีพ เพื่อให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทันต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาแนวทาง/กิจกรรมเพื่อดำเนินการในแผนปีงบประมาณถัดไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
การประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ ครั้งที่ 3/2564 มุ่งเน้นการผลักดันกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ให้เกิดผลเชิงรูปธรรม โดยกำหนด 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ (1) สร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ NQF (2) พัฒนาต้นแบบการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิ (3) เสริมสร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (4) เชื่อมโยงคุณวุฒิอาชีพกับระดับอาเซียนและสากล และ (5) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบกลยุทธ์การสื่อสารผ่านความร่วมมือภาครัฐและเอกชน การจัดทำเกณฑ์ขึ้นทะเบียนกรอบคุณวุฒิ และการเทียบเคียงกับกรอบอ้างอิงอาเซียน (AQRF) รวมถึงการพัฒนาต้นแบบกำลังคนโดยเชื่อมโยงหลักสูตรการเรียนรู้กับมาตรฐานอาชีพและการฝึกอบรมระยะสั้นใน 7 สาขาเร่งด่วน เป้าหมายคือให้การพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับความต้องการประเทศและมาตรฐานสากล เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ 1 กลยุทธ์ใดมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ก. การเชื่อมโยงอาเซียน
ข. การสร้างความเข้าใจ NQF
ค. การปรับกฎหมาย
ง. การพัฒนาหลักสูตร
ข้อ 2 การจัดทำ “ต้นแบบกำลังคน” สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. การสื่อสาร
ข. การวิจัย
ค. การปฏิบัติจริง
ง. การประเมินผล
ข้อ 3 จุดมุ่งหมายของการเชื่อมโยง AQRF คืออะไร
ก. ลดต้นทุน
ข. เพิ่มงบประมาณ
ค. เทียบเคียงมาตรฐานสากล
ง. เพิ่มจำนวนครู
ข้อ 4 การมีส่วนร่วมของหลายหน่วยงานสะท้อนหลักการใด
ก. การแข่งขัน
ข. การกระจายอำนาจ
ค. ความร่วมมือ
ง. ความเป็นอิสระ
ข้อ 5 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ก. เพิ่มเอกสาร
ข. เกิดผลรูปธรรม
ค. ลดบุคลากร
ง. เพิ่มภาระงาน
ข้อ 6 การปรับปรุงกฎหมายมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มบทลงโทษ
ข. รองรับการดำเนินงาน
ค. ลดความร่วมมือ
ง. จำกัดอาชีพ
ข้อ 7 การเชื่อมโยงหลักสูตรกับมาตรฐานอาชีพช่วยอะไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. เพิ่มความสอดคล้องตลาดแรงงาน
ค. ลดครู
ง. เพิ่มวิชา
ข้อ 8 การฝึกอบรมระยะสั้นเหมาะกับบริบทใด
ก. การเรียนระยะยาว
ข. การพัฒนาทักษะเร่งด่วน
ค. การวิจัย
ง. การบริหาร
ข้อ 9 กลยุทธ์การสื่อสารเน้นสิ่งใด
ก. การแข่งขัน
ข. การบังคับใช้
ค. ความร่วมมือรัฐ-เอกชน
ง. การประเมิน
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการใดสอดคล้องที่สุด
ก. เพิ่มวิชาทฤษฎี
ข. เชื่อมหลักสูตรกับอาชีพ
ค. ลดกิจกรรม
ง. งดฝึกงาน
คลิกเฉลย >>>