
“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าสนใจสินค้ารุ่นไหนสอบถามแอ็ดได้เลยนะคะ แอ็ดยินดีให้บริการค่ะ”
ในยุคทองของ “การตลาดออนไลน์” ผมเชื่อว่า “แฟนพันธุ์แท้สาลิกา” ที่เคยช้อปปิ้งสินค้าผ่านเว็บไซต์ คงคุ้นหูคุ้นตากับประโยคข้างต้นกันเป็นอย่างดี
หากย้อนหลังไปสัก 20 ปี เราคงไม่ค่อยได้ยินประโยคแบบนี้บ่อยนัก เพราะห้วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้น ตามความเฟื่องฟูของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นั่นคืออุตสาหกรรม e-Commerce หรือ “การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”
แต่ในยุค 20 ปีให้หลัง โดยเฉพาะเมื่อราว 4-5 ปีมานี้ ความรุ่งเรืองของ Social Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook LINE หรือ twitter แม้กระทั่ง YouTube ก่อให้เกิดรูปแบบการค้าขายแนวใหม่ ที่ผู้ขายสินค้าไม่ต้องเสียเงินเช่า Server หรือเปิด Domain Name และควักกระเป๋าเพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของเว็บไซต์ในการดำเนินธุรกิจขายสินค้าหรือบริการ
เพราะในปัจจุบัน ดูเหมือนว่า Facebook Fanpage ก็ดี Line@ ก็ดี กำลังเฟื่องฟูสุดๆ ในโลกของ “การตลาดออนไลน์” นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีกองทัพธุรกิจ Start-up รวมถึง Application บนโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนมาก ที่เข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็น Uber Airbnb Agoda Expedia และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พาเหรดกันเข้ามายึดหัวหาดธุรกิจแนวใหม่ในยุค 5.0
ยังไม่ต้องพูดถึงบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon Alibaba Lazada Shopee ฯลฯ
โดยเฉพาะ Facebook Fanpage และ Line@ ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างงานสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพนักงานส่งสินค้า ทั้งมอเตอร์ไซค์ และรถกระบะ พนักงานคลังสินค้า พนักงานธุรการประจำสำนักงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แอ็ด” หรือ Admin Facebook Fanpage และ Admin LINE@
ซึ่งนอกจากจะเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่แล้ว ธุรกิจ “ขายของออนไลน์” ยังมีส่วนปลุกชีวิตชีวาให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการเงินการธนาคาร องค์กรขนส่งพัสดุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยไปรษณีย์ที่เกือบจอดไม่ต้องแจวในยุคที่มี e-Mail เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครเขียนจดหมาย – ใส่ซอง – ติดแสตมป์กันอีกต่อไปแล้ว ทว่า กลับพลิกฟื้นขึ้นมาจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ได้ก็ในยุคของ “การตลาดออนไลน์” โดยแท้
อาชีพ “แอ็ด” หรือ Admin ไม่ว่าจะเป็น Admin Facebook Fanpage ก็ดี Admin Line@ ก็ดี มีทั้งการสมัครเข้าเป็นพนักงานของบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจ “ขายของออนไลน์” และบางทีก็มี “ขายของออฟไลน์” ควบคู่กันไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการ “ขายของออนไลน์” เพียวๆ
และมีไม่น้อยที่คนรุ่นใหม่ตั้งตัวเป็นเถ้าแก่เอง โดยการ “ขายของออนไลน์” ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ทั้งโพสต์ Facebook เปิด Line@ จัดหาสินค้า โพสต์โฆษณาขายสินค้า เจรจาต่อรอง ประสานธนาคาร ไปรษณีย์หรือบริษัทรับส่งพัสดุ ติดตามสินค้า รวมบริการหลังการขายต่างๆ อาทิ การเปลี่ยนสินค้า กระทั่งการรับคืนสินค้ามา Claim เป็นต้น
ด้วยช่องทางการตลาดที่เปิดกว้าง อีกทั้งโครงข่ายสาธารณูปโภคทั้งธนาคารและการขนส่งที่สะดวกและหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตและ Social Media ที่เอื้ออำนวยให้กับการประกอบธุรกิจ “ขายของออนไลน์” รวมถึงธุรกิจบริการต่างๆ ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย หันหลังให้กับห้องเรียน โรงเรียน รวมถึงวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย
เพราะทุกวันนี้ มีนักเรียน นิสิต นักศึกษาจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ เป็นเถ้าแก่น้อยจากการ “ขายของออนไลน์” เพราะมีรายรับรายได้มากกว่าครูบาอาจารย์ที่คอยมองหาพวกเขาในห้องเรียน ว่าเขาและเธอหายไปไหน ทำไมไม่มาเข้าชั้นเรียน
เป็นค่านิยมใหม่ ที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบกับการบริหารจัดการระบบการศึกษา รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของรัฐควรหันกลับมาทบทวนทิศทางการดำเนินนโยบายทางด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกความเป็นจริงในปัจจุบัน
ลำพังยุคครอบครัวเดี่ยว คนรุ่นใหม่ไม่นิยมแต่งงาน หรือแต่งงานก็ไม่อยากมีบุตร หรือมีบุตรก็มีในจำนวนน้อย ลำพังปริมาณเด็กเกิดใหม่ที่จะป้อนเข้าสู่ระบบการศึกษาชาติมีแนวโน้มลดลงทุกปี ไม่ต้องพูดถึงการส่งต่อเด็กจากระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่ระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาที่มีอัตราน้อยอยู่แล้วก่อนหน้านี้
เมื่อมาปะทะกับโลกยุคใหม่อย่าง Social Network คนรุ่นใหม่จำนวนมากในวันนี้ แทบไม่ให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาอีกต่อไป ยังไม่ต้องพูดถึงใบปริญญาที่เกือบจะไร้ความหมายสำหรับพวกเขาอีกเช่นกัน
เมื่อคนรุ่นใหม่เหล่านี้ สร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้จากธุรกิจ “ขายของออนไลน์” มีรายรับหลักแสนต่อเดือน บางคนแตะเรือนล้าน ซึ่งมากกว่าเงินเดือนของผู้สอนในระบบการศึกษาที่เขาและเธอเคยอยู่ในสถานะผู้เรียน มีหรือที่พวกเขาจะมัวไปนั่งเรียน มุ่งหน้าทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จแล้วคิดกันว่า จะหันกลับไปเรียนเมื่อใดก็ได้
ดังนั้น ภาครัฐหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงควรตระหนักกับปรากฏการณ์ดังกล่าวมานี้ ด้วยการปรับนโยบาย เช่น Credit Bank ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาสามารถสะสมหน่วยกิตได้ตามความสะดวกและความสนใจในสาขาวิชาที่เขาจะเลือกเรียน และสามารถโอนย้ายข้ามระดับ ข้ามคณะ หรือข้ามสถาบันการศึกษาได้อย่างเสรี
อีกทั้งควรสนับสนุนการศึกษานอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย ยกระดับให้มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าการศึกษาในระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมหลักสูตรหรือประกาศนียบัตรต่างๆ ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าสร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจที่พวกเขาสร้างเองกับมือ
และหากเขาอยากกลับมาเรียนเพื่อเอาใบปริญญาหรือประกาศนียบัตรเมื่อใดก็ย่อมได้ นี่คือทางออกที่น่าจะเป็นในยุค 5.0 ครับ
ที่มา ; SALIKA
บทความกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลและการตลาดออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากยุค e-Commerce ไปสู่ยุค Social Network และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, LINE, YouTube รวมถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ทำให้การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เหมือนในอดีต อีกทั้งยังเกิดธุรกิจแพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Amazon, Alibaba, Shopee และบริการรูปแบบใหม่อย่าง Uber และ Airbnb
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดอาชีพใหม่ เช่น Admin Facebook และ LINE ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขายสินค้าออนไลน์ และสร้างรายได้ให้คนรุ่นใหม่จำนวนมาก ทั้งในรูปแบบพนักงานและผู้ประกอบการรายย่อย ส่งผลให้บางส่วนประสบความสำเร็จด้านรายได้สูงกว่างานในระบบการศึกษา และทำให้ค่านิยมด้านการศึกษาเปลี่ยนไป โดยผู้เรียนบางส่วนลดความสำคัญของวุฒิการศึกษา
บทความชี้ให้เห็นผลกระทบต่อระบบการศึกษา เช่น การลดลงของผู้เรียนในสถาบันการศึกษา และความจำเป็นที่ภาครัฐต้องปรับนโยบาย เช่น ระบบ Credit Bank การเรียนรู้ยืดหยุ่น การศึกษานอกระบบ และการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล และรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคเศรษฐกิจ 5.0
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การตลาดออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วตามบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. การพัฒนา Social Network และอินเทอร์เน็ต
ค. การลดภาษีธุรกิจ
ง. การลดจำนวนผู้ใช้งานมือถือ
เฉลย: ข
เหตุผล: Social Network และอินเทอร์เน็ตเป็นโครงสร้างหลักที่ทำให้การขายออนไลน์เติบโต
ข้อใดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจจากอดีตสู่ปัจจุบันได้ดีที่สุด
ก. จากร้านค้าเป็นห้างสรรพสินค้า
ข. จากขายหน้าร้านเป็นขายผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม
ค. จากเงินสดเป็นเงินกู้
ง. จากการผลิตเป็นการนำเข้า
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหาชี้การเปลี่ยนจากเว็บไซต์ไปสู่ Social Media และแพลตฟอร์ม
บทบาทของ Admin Facebook/LINE@ คือข้อใด
ก. ผลิตสินค้า
ข. ควบคุมกฎหมายธุรกิจ
ค. ดูแลการขายและสื่อสารลูกค้าออนไลน์
ง. จัดเก็บภาษี
เฉลย: ค
เหตุผล: Admin ทำหน้าที่สื่อสาร ขาย และจัดการเพจ
ผลกระทบของธุรกิจออนไลน์ต่อระบบไปรษณีย์คือข้อใด
ก. ปิดกิจการทั้งหมด
ข. ลดจำนวนพนักงานลง
ค. กลับมามีบทบาทมากขึ้นจากการขนส่งพัสดุ
ง. เปลี่ยนเป็นธนาคาร
เฉลย: ค
เหตุผล: e-Commerce ทำให้การส่งพัสดุเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เหตุใดคนรุ่นใหม่บางส่วนลดความสำคัญของการศึกษา
ก. การเรียนยากขึ้น
ข. ไม่มีโรงเรียน
ค. รายได้จากธุรกิจออนไลน์สูงกว่า
ง. ไม่มีอินเทอร์เน็ต
เฉลย: ค
เหตุผล: รายได้จากออนไลน์จูงใจมากกว่าการเรียน
แนวโน้มสำคัญของระบบการศึกษาที่บทความกล่าวถึงคือข้อใด
ก. นักเรียนเพิ่มขึ้น
ข. วุฒิการศึกษามีความสำคัญมากขึ้น
ค. ผู้เรียนลดลงและไม่ต่อระดับอุดมศึกษา
ง. โรงเรียนเพิ่มจำนวนมาก
เฉลย: ค
เหตุผล: อัตราเกิดลดและคนเข้าสู่ระบบอุดมศึกษาน้อยลง
แนวคิด Credit Bank มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพิ่มค่าเทอม
ข. สะสมหน่วยกิตอย่างยืดหยุ่น
ค. ลดจำนวนครู
ง. ปิดมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อให้ผู้เรียนเรียนยืดหยุ่นและสะสมหน่วยกิตได้
ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาตามบทความ
ก. ลดการใช้อินเทอร์เน็ต
ข. ปิด Social Media
ค. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
ง. ห้ามขายออนไลน์
เฉลย: ค
เหตุผล: สนับสนุน non-formal education และ lifelong learning
แพลตฟอร์มใดเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจออนไลน์
ก. ธนาคารกลาง
ข. Amazon และ Shopee
ค. โรงเรียน
ง. องค์กรไม่แสวงกำไร
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ระดับโลก
สาระสำคัญเชิงนโยบายของบทความคือข้อใด
ก. คงระบบการศึกษาเดิม
ข. ลดบทบาทเทคโนโลยี
ค. ปรับระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่นตามโลกดิจิทัล
ง. ยกเลิกการศึกษานอกระบบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องยุค 5.0 และการเรียนรู้ตลอดชีวิต