สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M409_เคาะแล้ว ลูกจ้าง หยุดพิเศษ - ลาคลอด 98 วัน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบหลักการร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์ 3 ฉบับ เพื่อยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจในบางประเด็นให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นตามข้อเรียกร้องของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต 

ร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์แต่ละฉบับ มีสาระสำคัญดังนี้

·   กำหนดเพิ่มเติมให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดพิเศษตามมติ ครม. ตามความเหมาะสมและจำเป็นของกิจการ

·   กำหนดเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตร จากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน

·   กำหนดเพิ่มเติมให้เงินทดแทนที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้ลูกจ้างกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงาน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

·   กำหนดเพิ่มเติมให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไปและถึงแก่ความตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงานในปีที่จะเกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าทดแทนในอัตราเดียวกันกับเงินที่จะได้รับกรณีเกษียณ และ

·   กำหนดให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทดแทนดังกล่าวกรณีที่ลูกจ้างตายด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร, กระทำความผิดอาญาโดยเจตนา, เสพของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดอื่น, ฆ่าตัวตาย

·   ปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้สอดคล้องกับสิทธิ UCEP ตามมติ ครม. วันที่ 8 มีนาคม 2565 โดยกำหนดให้ลูกจ้างที่เป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีลักษณะเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (ผู้ป่วย กลุ่มสีเหลืองและสีแดง) มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเอง หรือคู่สมรสหรือบุตรของตนเอง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (สิทธิ UCEP) ส่วนในกรณีที่ไม่เข้าลักษณะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว) ให้มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด 

ที่มา : รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

สรุปสาระสำคัญ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีมติเห็นชอบหลักการร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์ 3 ฉบับ เพื่อยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมขึ้นตามข้อเรียกร้องของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยสาระสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มวันหยุดพิเศษตามมติ ครม. การเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตรจาก 90 เป็น 98 วัน การกำหนดให้เงินทดแทนกรณีประสบอันตรายจากงานไม่อยู่ในความรับผิดบังคับคดี และเพิ่มสิทธิการได้รับเงินทดแทนเทียบเท่าการเกษียณให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานครบ 10 ปีแต่ถึงแก่กรรมในปีที่จะเกษียณ
นอกจากนี้ ยังระบุกรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทดแทน เช่น ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ 3 วัน กระทำผิดอาญาโดยเจตนา หรือฆ่าตัวตาย พร้อมทั้งปรับหลักเกณฑ์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ให้สอดคล้องกับสิทธิ UCEP โดยผู้ป่วยสีเหลือง–แดงได้รับค่ารักษาตามกระทรวงสาธารณสุข ส่วนผู้ป่วยสีเขียวให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ สปสช.

ข้อสอบ

ข้อ 1 เจตนารมณ์หลักของร่างประกาศแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์สะท้อนแนวคิดการบริหารรัฐสมัยใหม่ด้านใดมากที่สุด
ก. เพิ่มอำนาจต่อรองให้รัฐวิสาหกิจ
ข. คุ้มครองแรงงานและยกระดับสวัสดิการ
ค. ลดภาระงบประมาณรัฐ
ง. กระจายอำนาจสู่สถานประกอบการ

ข้อ 2

การกำหนดให้เงินทดแทนกรณีประสบอันตราย “ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี” มีผลเชิงนโยบายอย่างไร
ก. ลดภาระงานศาลและทบทวนคดีแรงงาน
ข. คุ้มครองผลประโยชน์ลูกจ้างไม่ให้ถูกยึดในกระบวนการบังคับคดี
ค. เพิ่มบทลงโทษนายจ้างให้เข้มงวดขึ้น
ง. ส่งเสริมการประกันสังคมให้ครอบคลุมมากขึ้น

ข้อ 3 การเพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 98 วัน สอดคล้องกับหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้านใดมากที่สุด
ก. ความเสมอภาคและสวัสดิการเพื่อครอบครัว
ข. การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตองค์กร
ค. การลดการพึ่งพาแรงงานทดแทน
ง. การสร้างแรงจูงใจภายในองค์กร

ข้อ 4 การแบ่งผู้ป่วยโควิดเป็นสีเขียว–เหลือง–แดง และกำหนดสิทธิรักษาตามระดับความรุนแรง สะท้อนหลักการบริหารแบบใด
ก. การจัดสรรทรัพยากรตามความจำเป็น (Need-based Allocation)
ข. การบริหารแบบรวมศูนย์
ค. การกำหนดมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ
ง. การลดภาระของสถานพยาบาลเอกชน

ข้อ 5 กรณีที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรแล้วเสียสิทธิค่าทดแทน สะท้อนหลักการสำคัญของกฎหมายแรงงานด้านใด
ก. หลักสัญญาต่างตอบแทน (Mutual Obligation)
ข. การเพิ่มบทลงโทษสูงสุดแก่ลูกจ้าง
ค. ความรับผิดอย่างเข้มงวดของนายจ้าง
ง. หลักความเท่าเทียมระหว่างคู่สัญญา

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น