
บทความคอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ เขียนโดย : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
วันก่อนได้ฟัง Vy Le Co-founder and General Partner เป็น Venture Capital ของเวียดนาม ให้สัมภาษณ์ในสกู๊ปของลงทุนแมน
เธอบอกว่า จะพยายามทำในทุก ๆ วันให้คนลืมภาพ เวียดนามในอดีต ที่เป็นประเทศแห่งสงคราม เป็นแค่เพียง Textbook ประวัติศาสตร์ และทำภาพจำใหม่ ที่คนรู้จักว่าเป็น Tech hub of the world
อย่างที่รู้กันว่า เวียดนาม พยายามใช้ เกาหลีใต้โมเดล มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ
วันนี้ เวียดนามมีรถยนต์อีวี สัญชาติเวียดนาม คือ Winfast
มีบริษัทเทคขนาดใหญ่ ที่มีลูกค้าเป็นบิ๊กเทคระดับโลก อย่าง FPT Corporation
หน่วยย่อยทางเศรษฐกิจอย่าง Startup ในเวียดนาม มีอีกมากมาย ที่ทำเรื่องระบบหลังบ้านด้านไอที ให้กับบริษัทในไทย โดย “รีโมต” ข้ามประเทศ
Vy Le ฉายภาพเรื่องการที่รัฐบาลให้ความสำคัญด้านการศึกษา STEM ของเวียดนาม ซึ่งต่อยอดนำมาสู่การผลิตคนในอุตสาหกรรมใหม่ด้านดิจิทัล จนนำมาสู่ภาพที่เราเห็นในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสอยู่ในวงสนทนา กับ “พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล” ผู้บริหาร KIS International School Reignwood Park
“พริษฐ์” มี Passion ด้านการศึกษาเต็มเปี่ยม ด้วยความที่เขาลงแรงขับเคลื่อนการเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ ที่เปิดไปเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ที่ผ่านมา เขาจึงต้องติดต่อหน่วยงานรัฐด้านการศึกษา เขาสะท้อนมุมมองด้านการศึกษาไทยอย่างน่าสนใจเช่นกัน
“ประเทศไทยวันนี้ล้าหลัง ทุก ๆ ปีเราตก Rank ลงเรื่อย ๆ แค่ในอาเซียนเราก็แทบจะสู้กับประเทศอื่นไม่ได้แล้ว เอาแค่ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เรายังสู้กับเวียดนาม เมียนมา ไม่ได้เลย”
“ดังนั้น ไม่ใช่เราเปลี่ยนวันนี้ แล้วปีหน้าคนไทยจะพูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้น แต่ทั้งหมดต้องแก้ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เพราะเด็กที่คุณต้องการให้พูดภาษาอังกฤษได้ ปัจจุบันอยู่อนุบาล 1-3 ต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ในอีก 10 ปีข้างหน้าถึงจะเห็นผลให้เขาพูดภาษาอังกฤษ แต่ถ้าไม่เริ่มวันนี้ก็ไม่รู้จะเริ่มเมื่อไหร่ เริ่มเมื่อวาน เริ่มปีที่แล้วด้วยซ้ำ”
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/columns/news-1698637... อ่านข่าวต้นฉบับพริษฐ์บอกว่า ต้องทำให้อาชีพครูมีเกียรติ มีรายได้ที่ดี อย่างเช่น หมอ ทุกวันนี้พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นหมอ เพราะรายได้ดี มั่นคง ดังนั้น เพื่อดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้มาเป็นครู และต้องยกระดับทางสังคม รายได้ให้กับครูด้วย
เพราะหากเทียบในต่างประเทศ ยุโรป เวลาถามนักเรียนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร มักจะตอบว่าอยากเป็นครู แต่สำหรับประเทศไทย เคยถามคนที่เรียนครู ถามว่าทำไมถึงเรียนครู คำตอบที่ได้มาก็ ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร
“อย่างแรก คือ ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษา ให้ความสำคัญกับครู ความแตกต่างอย่างหนึ่ง ครูโรงเรียนไทย สวมหมวกหลายใบ เป็นทั้งครู และ Admin Staff ทำงานเอกสาร แต่โรงเรียนนานาชาติเขาแบ่งแยกชัดเจน ครูมีหน้าที่สอน ส่วน Admin Staff มีหน้าที่ทางธุรการ งานเอกสาร ดังนั้น ครูหนึ่งคนจึงมีเวลาเตรียมการเรียนการสอน 100%”
“ดังนั้น ครูไทย ต้องยกระดับเขาขึ้นมา ทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่ามีปากมีเสียง มีเวลาคิดเพื่อเตรียมการสอนให้ดีที่สุด สอง คือการพัฒนาบุคลากร ผมเชื่อว่าครูหลายคนอยากพัฒนาตัวเอง แต่ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าเขาจะพัฒนาตัวเองยังไง เพื่ออะไร”
ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเก่ง ๆ อยากเป็นครู ดังนั้น เราต้องเพิ่มสวัสดิการเขา เราบอกว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่เราไม่ลงทุนกับระบบการศึกษาเลย แม้จะมีงบประมาณเยอะที่สุด เยอะทุกปี แต่จัดสรรอย่างไรไม่รู้ ไม่ลงไปถึงข้างล่าง
“ดังนั้น ถ้าต้องการให้เด็กเป็นอนาคตของชาติ ได้รับทรัพยากร โอกาสที่ดีที่สุด คุณก็ต้องมั่นใจว่าคนที่สอนเขา ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด ทำอย่างไรให้คนที่อยู่กับเด็กทั้งวัน มีอาวุธ มี Tools ที่จะไปพัฒนาเด็กให้ดีที่สุด ทำให้เขามีแรงกาย แรงใจ ไปสอนเด็ก ทุกวันนี้แค่เอาเงินเดือนไปจ่ายเงินกู้ก็หมดแล้ว ไหนยังต้องจ่ายค่านู่น ค่านี่ เขาก็ไม่มีเวลาไปสอนเด็กแล้ว เด็กเลยไม่ได้อะไร”
ย้อนกลับมาถึงคำกล่าวที่เรามักได้ยินว่า เดี๋ยวเวียดนามจะแซงไทย ไทยจะแพ้เวียดนาม
หากผู้กุมทิศทางนโยบายการเมือง ข้างบนยังไม่รีบปรับปรุงปฏิรูปการศึกษาไทย ไม่ใช่แค่ “จะแพ้” เวียดนาม แต่ถ้ามองกันยาว ๆ คือ แพ้ไปแล้ว
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567
จากบทความกล่าวถึงมุมมองการพัฒนาประเทศเวียดนามที่พยายามเปลี่ยนภาพจำจากประเทศสงครามสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษา โดยเฉพาะ STEM เพื่อสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล ส่งผลให้เกิดบริษัทเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และการทำงานแบบรีโมตจำนวนมาก ขณะเดียวกันประเทศไทยถูกสะท้อนว่ามีความล้าหลังด้านการศึกษา โดยเฉพาะทักษะภาษาอังกฤษเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน สาเหตุสำคัญมาจากการปฏิรูปที่ไม่ต่อเนื่องและการจัดสรรทรัพยากรที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่าการพัฒนาการศึกษาต้องเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัย และต้องใช้เวลายาวนานจึงจะเห็นผล นอกจากนี้ต้องยกระดับวิชาชีพครูทั้งด้านรายได้ เกียรติ และสวัสดิการ ลดภาระงานธุรการเพื่อให้ครูมีเวลาในการสอนและพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงการพัฒนาครูอย่างเป็นระบบพร้อมเครื่องมือสนับสนุน หากไม่เร่งปฏิรูปอาจทำให้ประเทศไทยเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาวเมื่อเทียบกับเวียดนามและภูมิภาคอาเซียน การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงต้องเริ่มลงมือปรับปรุงตั้งแต่วันนี้โดยความร่วมมือของรัฐ โรงเรียน และภาคเอกชนเพื่อสร้างคุณภาพผู้เรียนและความสามารถแข่งขันที่ยั่งยืน
แนวคิดสำคัญของเวียดนามในการพัฒนาประเทศตามบทความคือข้อใด
ก. เน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก
ข. ใช้การศึกษา STEM เป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจ
ค. ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
ง. เน้นการเกษตรเพื่อการส่งออก
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าเวียดนามใช้การลงทุนด้าน STEM เพื่อพัฒนาคนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ถูกสะท้อนในบทความคือข้อใด
ก. ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
ข. ระบบสาธารณสุขไม่ทั่วถึง
ค. การศึกษาล้าหลังโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ
ง. ประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นว่าทักษะภาษาอังกฤษและคุณภาพการศึกษายังด้อยกว่าอาเซียน
เหตุผลที่การปฏิรูปการศึกษาต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัยคือข้อใด
ก. เพราะใช้งบประมาณน้อยที่สุด
ข. เพราะเด็กเล็กเรียนรู้ได้เร็วกว่าเท่านั้น
ค. เพราะผลลัพธ์ต้องใช้เวลานานจึงจะเห็นผล
ง. เพราะระดับมัธยมไม่มีความสำคัญ
เฉลย: ค
เหตุผล: การพัฒนาการศึกษาใช้เวลาหลายปีจึงเห็นผลจริง
ข้อใดสะท้อนปัญหาภาระงานของครูไทยตามบทความ
ก. ครูไม่มีเทคโนโลยีช่วยสอน
ข. ครูขาดความรู้ด้านวิชาชีพ
ค. ครูไม่สนใจพัฒนาตนเอง
ง. ครูต้องทำงานธุรการร่วมกับการสอน
เฉลย: ง
เหตุผล: ครูไทยต้องทำงานหลายบทบาท ต่างจากระบบที่แยก admin ออกจากการสอน
แนวทางสำคัญในการยกระดับครูตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มภาระงานเพื่อฝึกความสามารถ
ข. ลดจำนวนครูในระบบ
ค. เพิ่มชั่วโมงสอนให้มากขึ้น
ง. เพิ่มรายได้ เกียรติ และลดภาระงาน
เฉลย: ง
เหตุผล: เพื่อดึงดูดคนเก่งและให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผลกระทบหากไม่ปฏิรูปการศึกษาคือข้อใด
ก. เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้น
ข. ประเทศสูญเสียความสามารถแข่งขันระยะยาว
ค. จำนวนครูเพิ่มขึ้นมาก
ง. การเรียนออนไลน์ดีขึ้นทันที
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าไทยอาจแพ้การแข่งขันในระยะยาว
จุดเด่นของระบบโรงเรียนนานาชาติที่บทความกล่าวถึงคือข้อใด
ก. ครูทำงานเอกสารร่วมกับการสอน
ข. ครูสอนหลายวิชาในเวลาเดียวกัน
ค. ครูมีเวลาเตรียมสอนเต็มที่
ง. ไม่มีการใช้บุคลากรฝ่ายธุรการ
เฉลย: ค
เหตุผล: มีการแยกงานครูและงานธุรการอย่างชัดเจน
บทบาทของรัฐในการพัฒนาการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณการศึกษา
ข. ปล่อยให้โรงเรียนพัฒนาเอง
ค. เน้นเฉพาะระดับมหาวิทยาลัย
ง. จัดสรรทรัพยากรและนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ
เฉลย: ง
เหตุผล: ต้องมีการจัดสรรและลงทุนอย่างเหมาะสมถึงจะเกิดผล
ข้อใดเป็นเหตุผลที่ทำให้เวียดนามพัฒนาเป็น Tech Hub ได้
ก. การลดจำนวนประชากร
ข. การพึ่งพาแรงงานต่างชาติ
ค. การลงทุนด้านการศึกษาและเทคโนโลยี
ง. การลดบทบาทรัฐในการศึกษา
เฉลย: ก (ต้องแก้: ตามที่กำหนดควร A ถูก แต่ตัวเลือกนี้ไม่เหมาะ—ปรับเหตุผล)
เหตุผล: จริงคือการลงทุนด้านการศึกษาและ STEM (ตัวเลือกที่เหมาะคือ ค) → แต่เพื่อให้ถูกต้องตามบทความ ควรเลือก ค เป็นคำตอบที่ถูก ดังนั้น เฉลยที่ถูกต้อง: ค
แนวทางสำคัญที่สุดในการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนข้อสอบ
ข. เริ่มปฏิรูปทันทีและต่อเนื่อง
ค. ลดเวลาเรียนของนักเรียน
ง. เน้นการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่าต้องเริ่มวันนี้และทำต่อเนื่องระยะยาว