
ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศไทยยังขาดความต่อเนื่องและความสอดคล้อง ตลอดจนมีการแบ่งแยกที่ตายตัว ทำให้เกิดช่องว่างและรอยต่อที่เด็กและผู้ทำงานด้านการศึกษาต้องก้าวข้าม จนกว่าจะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ จึงได้เกิดแนวคิด “การศึกษาไร้รอยต่อ” (Seamless Education) ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมคิด ร่วมมือ และร่วมใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เพื่อให้เกิดมุมมองใหม่และเข้าใจการศึกษาไทย ในงาน TEP Forum 2024 “สร้างประเทศไทยเป็นสังคมการเรียนรู้: เรียนรู้สู่สมรรถนะอย่างไร้รอยต่อ” สกสว. และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาจาก 22 หน่วยงาน จึงร่วมพูดคุย สำรวจสถานการณ์ กำหนดทิศทาง และออกแบบกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือสู่การขับเคลื่อนงานด้าน Learning Platform ของประเทศ
“รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า ระบบการศึกษาแบบไร้รอยต่อเป็นมุมมองในการทำความเข้าใจระบบการศึกษาไทย เป็นทรรศนะที่ยึดการเรียนรู้ของบุคคลเป็นศูนย์กลาง ให้ความสำคัญกับทุนทางสังคมที่มองเห็นว่าภาคีเครือข่าย หรือ Actors อื่น ๆ ที่ให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้อยู่มากมาย รวมทั้งการมองเห็นความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ซึ่งที่ผ่านมานโยบายทางการศึกษาเน้นการออกกฎระเบียบหรือวิธีการแก้ปัญหาแบบเหมารวม ส่งผลให้เกิด “รอยต่อ” ที่เป็นอุปสรรคทำให้บุคคลเข้าไม่ถึงเส้นทางการเรียนรู้ ทำให้การพัฒนาศักยภาพไม่ต่อเนื่องหรือไม่ตอบโจทย์ชีวิต
“การวิเคราะห์รอยต่อทางการศึกษาและการเรียนรู้จะช่วยให้เห็นว่า เมื่อบุคคลเข้ามาปฏิสัมพันธ์กับระบบการศึกษาจะประสบปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งช่วยให้เกิดจินตนาการของระบบการศึกษาแบบใหม่ ว่าควรจะต้องส่งมอบอะไร เพื่อให้รอยต่อในชีวิตการเรียนรู้ของบุคคลลดลง”
รอยต่อที่สำคัญ ๆ สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเด็น ได้แก่
1) รอยต่อระหว่างการศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียน
2) รอยต่อที่เกิดจากความหลากหลายของตัวผู้เรียน
3) รอยต่อระหว่างศาสตร์และสาขาวิชา
4) รอยต่อระหว่างผู้ที่ทำงานด้านการขับเคลื่อนการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ
“รศ.ดร.ปัทมาวดี” ยกตัวอย่างรอยต่อในเรื่องของการศึกษา เช่น การที่ผู้เรียนมีการย้ายระบบการศึกษา มีการข้ามเส้นแบ่งระหว่างการศึกษาในและนอกโรงเรียนได้ ดังนั้นจึงควรมีการเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่างในระบบและนอกระบบ
ยกระดับและการสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน รองรับการศึกษาด้านความหลากหลาย สนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการยอมรับ การอยู่ร่วมกันและเรียนรู้ได้ในความแตกต่าง เช่น การสนับสนุนการเรียนการสอนในภาษาแม่เชื่อมเข้าสู่ภาษาไทย
ขณะเดียวกันต้องเพิ่มทักษะพหุวัฒนธรรมให้แก่ครูและหลักสูตรการผลิตครู เชื่อมต่อการศึกษากับการปฏิรูปกฎหมายสถานะบุคคล การบูรณาการศาสตร์ความรู้ ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนสิ่งที่ต้องการได้ มีการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ที่หลากหลาย
เช่น การปรับหลักสูตรแกนกลาง และแนวทางการประเมินให้ง่ายต่อการบูรณาการ ปรับหลักสูตรผลิตครูสร้างครูที่สอนแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) และเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้อง มีการทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
ที่ผ่านมามีการริเริ่มแนวทางใหม่ ๆ เช่น แพลตฟอร์มที่เป็นนวัตกรรมเชิงระบบที่เชื่อมโลกการศึกษาและโลกอาชีพ แพลตฟอร์มที่เชื่อม Time & Space ช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มที่เชื่อมภาคีความร่วมมือในการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่
และแพลตฟอร์มมีเป้าหมายในการลดอุปสรรคที่เกิดจากความแตกต่างของฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเพื่อสมานรอยต่อด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอีกทางหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ สกสว. และภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership :TEP) จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเวที “เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย Learning Platform สู่ระบบการศึกษาไทย โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ คณะนักวิจัย มานำเสนอแพลตฟอร์มการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
1. TUXSA ปริญญาโทออนไลน์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ SkillLane โดย รศ.ดร.พิภพ อุดร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. โครงการ National Coding Platform เพื่อพัฒนานักเรียน และบุคลากรด้านการศึกษา ในด้าน Technology, Coding, และ AI เพื่อต่อยอดการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์กับความต้องการในอนาคต โดยมีการอบรมครูทั่วประเทศ มีระบบจัดการและบริหารห้องเรียน โดย คุณไพบูลย์ พนัสบดี Code Kit Innovation by depa
3. แพลตฟอร์มการศึกษาครบวงจรเพื่อการพัฒนานักศึกษาปริญญาโทและการวิจัยพัฒนานวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรม (บพค.) โดย ดร.บรรพต หอบันลือกิจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
4. มีดี : พลังเกษียณสร้างชาติ – ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย (Multi-generation Entrepreneur Development Educational Ecosystem) (วช.) โดย รศ.ดร.นัทธี สุรีย์ หัวหน้านักวิจัยโครงการเกษียณมีดี รองผู้อำนวยการด้านนวัตกรรมการศึกษา วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
5. Learn & Earn (Freeform Learning Project) (กสศ.) โดย ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง
6. นวัตกรรมการจัดการศึกษาแก่เยาวชนนอกระบบการศึกษาด้วยการประกอบการบนฐานนิเวศวัฒนธรรมชุมชน (วช.) โดย นิติศักดิ์ โตนิติ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการจัดการศึกษา จ.แม่ฮ่องสอน
รวมถึงการบรรยาย “ระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (National Credit Bank System to support human development and life-long learning) โดย รศ.ดร.อนุชัย รามวรังกูร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งถือเป็นเวทีเปิด เพื่อร่วมกันสำรวจสถานการณ์และเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้าน Learning platform ที่สกสว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สามารถนำกลับไปทบทวนและพิจารณาเพื่อร่วมกำหนดทิศทางและนโยบายการพัฒนาและออกแบบกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง Actors ที่หลากหลาย สู่การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา Learning Platform ของประเทศ และพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อน Learning Platform เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป
มาช่วยเสริมศักยภาพการศึกษา สมานรอยต่อทางด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสตร์และความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 กรกฎาคม 2567
ระบบการศึกษาไทยยังประสบปัญหาความไม่ต่อเนื่อง ความไม่สอดคล้อง และการแบ่งแยกที่ตายตัว ส่งผลให้เกิด “รอยต่อทางการเรียนรู้” ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน แนวคิด “การศึกษาไร้รอยต่อ (Seamless Education)” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษาในทุกมิติ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน เช่น สกสว. กระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การศึกษาไร้รอยต่อมุ่งวิเคราะห์และลด “รอยต่อ” สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ระหว่างการศึกษาในระบบกับนอกระบบ ความหลากหลายของผู้เรียน ระหว่างศาสตร์ และระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ปัญหาสำคัญคือการใช้นโยบายแบบเหมารวม ทำให้ผู้เรียนบางกลุ่มเข้าไม่ถึงโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางแก้ไข ได้แก่ การเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ การสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย การพัฒนาครูให้มีทักษะพหุวัฒนธรรม การปรับหลักสูตรให้บูรณาการได้ และการใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล เช่น เชื่อมการศึกษา-อาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เวที TEP Forum 2024 และเครือข่ายภาคี 22 หน่วยงาน ได้ร่วมกันพัฒนา Learning Platform เพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้เท่าเทียม ยืดหยุ่น และตอบโจทย์อนาคต รวมถึงสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น AI และระบบธนาคารหน่วยกิต
เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบการศึกษาที่ลดความเหลื่อมล้ำ เชื่อมโยงทุกภาคส่วน และพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
แนวคิด “การศึกษาไร้รอยต่อ” มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในมหาวิทยาลัย
ข. ลดการสอบมาตรฐานระดับชาติ
ค. เชื่อมโยงการเรียนรู้ให้ต่อเนื่องและลดรอยต่อ
ง. เน้นการเรียนออนไลน์แทนการเรียนในห้องเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: แนวคิดหลักคือการลด “รอยต่อ” และทำให้การเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต
ปัญหาหลักของระบบการศึกษาไทยตามบทความคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. ขาดความต่อเนื่องและเกิดการแบ่งแยก
ค. ครูไม่เพียงพอ
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นความไม่ต่อเนื่องและระบบแบ่งแยกเป็นปัญหาหลัก
“รอยต่อทางการศึกษา” ไม่รวมข้อใด
ก. ระหว่างในระบบและนอกระบบ
ข. ระหว่างศาสตร์
ค. ระหว่างนักเรียนกับผู้ปกครอง
ง. ระหว่างผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความไม่ได้ระบุความสัมพันธ์นักเรียน-ผู้ปกครองเป็นรอยต่อหลัก
แนวคิดการศึกษาไร้รอยต่อเน้นผู้ใดเป็นศูนย์กลาง
ก. ครู
ข. โรงเรียน
ค. ผู้เรียน
ง. ผู้บริหาร
เฉลย: ค
เหตุผล: แนวคิดยึด “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง”
ข้อใดเป็นแนวทางลดรอยต่อทางการศึกษา
ก. เพิ่มข้อสอบมาตรฐาน
ข. ลดวิชาบังคับ
ค. เทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้
ง. เพิ่มระยะเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การเทียบโอนช่วยเชื่อมการเรียนรู้ในและนอกระบบ
แพลตฟอร์มการเรียนรู้มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เชื่อมการศึกษาและอาชีพ
ค. ลดเวลาเรียนทั้งหมด
ง. แทนที่โรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเชื่อมโลกการศึกษาและโลกอาชีพ
การปรับหลักสูตรที่สำคัญตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มเนื้อหาท่องจำ
ข. แยกศาสตร์ออกจากกัน
ค. เน้นการบูรณาการ
ง. ลดวิทยาศาสตร์
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นบูรณาการข้ามศาสตร์
เหตุผลของการพัฒนาครูคือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มความสามารถสอนแบบพหุวัฒนธรรม
ค. ลดภาระงาน
ง. เปลี่ยนวิชาที่สอน
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียน
ระบบธนาคารหน่วยกิตมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดการสอบ
ข. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. เพิ่มเกรดเฉลี่ย
ง. ลดจำนวนมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ความร่วมมือของหลายหน่วยงานในบทความมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. แข่งขันด้านการศึกษา
ข. แยกนโยบายแต่ละกระทรวง
ค. ขับเคลื่อน Learning Platform ของประเทศ
ง. ลดบทบาทเทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งสร้างระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับประเทศ