สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“สังคมสูงอายุ”วิกฤตหนักของประเทศ จี้ทุกภาคส่วนร่วมพัฒนาคน

นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยกำลังจะเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงในทศวรรษหน้า ดังนั้นจึงต้องเร่งเตรียมพร้อมพัฒนากำลังคนตั้งแต่วันนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานั้น ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากข้อมูลชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อย และกำลังจะกลายเป็นวิกฤติหนักของประเทศในทศวรรษหน้า ดังนี้

1. ในอีก 11 ปีข้างหน้าผู้สูงอายุของไทยจะสูงขึ้นเป็น 28% (มากกว่าปัจจุบันราว 10%)  ซึ่งในทางวิชาการจะใช้ศัพท์ที่เรียกว่าสังคมสูงอายุระดับสุดยอด และปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 19.2% อาศัยรายได้จากเบี้ยยังชีพจากราชการที่อัตราเพียงเดือนละ 600 -1,000 บาทต่อคนเท่านั้น

2.ผลิตภาพแรงงาน (Labour Productivity) เป็นการวัดสัดส่วนผลผลิตต่อหน่วยของแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจระยะยาว และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) พบว่า ผลิตภาพแรงงานต่อชั่วโมงของไทยมีทิศทางลดลงและปรับเป็นระดับหดตัวในปี 2563 ในอัตราร้อยละ -1.89 และจากการจัดอันดับของโดย Institute for Management Development (IMD) ปี2564 ผลิตภาพแรงงานของไทยอยู่ในอันดับที่ 40 จาก 64 ประเทศ

3. ปี 2562 ไทยมีกลุ่มเยาวชนว่างงานและนอกระบบการศึกษา (NEET) เยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน และการฝึกอบรม มากถึง 1.3 ล้านคน (14% ของเยาวชนไทย) และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 1%

4.ปี 2564 ไทยมีแรงงานฝีมือเพียง 14.4% และมีแรงงานนอกระบบมากถึง 52% ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ไม่มีสวัสดิการ เมื่อเกษียณอายุแล้วย่อมส่งผลกับการดำรงชีวิต ในระยะยาวจะกระทบต่อรัฐในการจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณด้านสุขภาพ

5. ดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index) ที่คำนวณโดยธนาคารโลก (World Bank) ในปี 2563 อยู่ที่ 0.61 หมายความว่าเด็กที่เกิดในประเทศไทยเมื่อเติบโตขึ้นจะมีศักยภาพในระดับร้อยละ 61 ของผลิตภาพที่เป็นไปได้ของตัวเอง (Potential Productivity)

ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ว่า หากปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ ในทศวรรษหน้าเราจะเผชิญปัญหาหนัก และปัญหานี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงภาคการศึกษาเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบกับภาคอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ  อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่ามีช่องว่างที่เราสามารถเข้าไปพัฒนา คือการเตรียมพัฒนากำลังคนให้ทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ซึ่งการพัฒนากำลังคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเตรียมการตั้งแต่วัยเยาว์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและร่วมกับศธ.ในการเตรียมพัฒนากำลังคนอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตินี้” นายรรถพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

ปลัด ศธ.” กระทุ้งทุกภาคส่วน หากไม่ร่วมกันเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไทยจะเผชิญวิกฤติหนัก

26 พฤศจิกายน 2465 จากที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยกำลังจะเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงในทศวรรษหน้า หากไม่เร่งเตรียมพร้อมพัฒนากำลังคนตั้งแต่วันนี้ เพราะการพัฒนากำลังคนต้องใช้เวลานั้น ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) กล่าวว่า ตามที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับเด็กที่เกิดมีจำนวนลดลงมากเป็นประวัติการณ์ หลายฝ่ายฟังก็คิดว่าเป็นปัญหาที่ทราบกันแล้ว แต่มีข้อมูลมากมายที่ชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อย และกำลังจะกลายเป็นวิกฤติหนักของประเทศในทศวรรษหน้า ดังนี้

1. ในอีก 11 ปีข้างหน้าผู้สูงอายุของไทยจะสูงขึ้นเป็น 28% (มากกว่าปัจจุบันราว 10%)  ซึ่งในทางวิชาการจะใช้ศัพท์ที่เรียกว่าสังคมสูงอายุระดับสุดยอด และปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 19.2% อาศัยรายได้จากเบี้ยยังชีพจากราชการที่อัตราเพียงเดือนละ 600 -1,000 บาทต่อคนเท่านั้น

2.ผลิตภาพแรงงาน (Labour Productivity) เป็นการวัดสัดส่วนผลผลิตต่อหน่วยของแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจระยะยาว และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) พบว่า ผลิตภาพแรงงานต่อชั่วโมงของไทยมีทิศทางลดลงและปรับเป็นระดับหดตัวในปี 2563 ในอัตราร้อยละ -1.89 และจากการจัดอันดับของ Institute for Management Development (IMD) ปี2564 ผลิตภาพแรงงานของไทยอยู่ในอันดับที่ 40 จาก 64 ประเทศ

3. ปี 2562 ไทยมีกลุ่มเยาวชนว่างงานและนอกระบบการศึกษา (NEET) เยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน และการฝึกอบรม มากถึง 1.3 ล้านคน (14% ของเยาวชนไทย) และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 1%   

4. ปี 2564 ไทยมีแรงงานฝีมือเพียง 14.4% และมีแรงงานนอกระบบมากถึง 52% ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ไม่มีสวัสดิการ เมื่อเกษียณอายุแล้วย่อมส่งผลกับการดำรงชีวิต ในระยะยาวจะกระทบต่อรัฐในการจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณด้านสุขภาพ   

5. ดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index) ที่คำนวณโดยธนาคารโลก (World Bank) ในปี 2563 อยู่ที่ 0.61 หมายความว่าเด็กที่เกิดในประเทศไทยเมื่อเติบโตขึ้นจะมีศักยภาพในระดับร้อยละ 61 ของผลิตภาพที่เป็นไปได้ของตัวเอง (Potential Productivity)

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ว่า หากปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ ในทศวรรษหน้าเราจะเผชิญปัญหาหนัก และปัญหานี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงภาคการศึกษา (Education Sector) เท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบกับภาคอื่น ๆทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ 

"อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า มีช่องว่างที่เราสามารถเข้าไปพัฒนา คือการเตรียมพัฒนากำลังคนให้ทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ซึ่งการพัฒนากำลังคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเตรียมการตั้งแต่วัยเยาว์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการเตรียมพัฒนากำลังคนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตินี้" ปลัดศธ. กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศไทยในทศวรรษหน้า โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด คาดว่าอีก 11 ปี ผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 28% จาก 19.2% ปัจจุบัน ส่งผลต่อภาระงบประมาณและระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพที่ยังอยู่ระดับต่ำ ขณะเดียวกันผลิตภาพแรงงานมีแนวโน้มลดลง ปี 2563 หดตัว -1.89% และ IMD จัดอันดับไทยที่ 40 จาก 64 ประเทศ สะท้อนขีดความสามารถแข่งขันที่ถดถอย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเยาวชน NEET สูงถึง 1.3 ล้านคน หรือ 14% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โครงสร้างแรงงานมีแรงงานฝีมือเพียง 14.4% และแรงงานนอกระบบ 52% ซึ่งขาดหลักประกันทางสังคม ส่งผลระยะยาวต่อคุณภาพชีวิตและภาระรัฐ ด้านทุนมนุษย์ ประเทศไทยมีดัชนี 0.61 หมายถึงศักยภาพแรงงานในอนาคตทำได้เพียง 61% ของศักยภาพสูงสุด หากไม่มีการแก้ไข จะกระทบเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสุขภาพอย่างรุนแรง ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งพัฒนากำลังคนตั้งแต่วัยเยาว์ ยกระดับทักษะ และบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดความเสี่ยงวิกฤติประเทศ โดยเน้นการปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการฝึกอบรม รวมถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะแห่งอนาคต เพื่อรองรับเศรษฐกิจฐานความรู้และสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการกำหนดนโยบายเชิงรุก การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง และการประเมินผลเชิงระบบเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ดังนั้นการปฏิรูปเชิงระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับชาติ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับแรงงานไทย โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพการศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ และการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกช่วงวัย เพื่อให้แรงงานสามารถปรับตัวต่อเทคโนโลยีและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมทักษะศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับอนาคต และควรเริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงวัยทำงาน เพื่อสร้างฐานทุนมนุษย์ที่แข็งแกร่ง รองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสูงวัย และเศรษฐกิจฐานความรู้ในอนาคต อย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา เพื่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาวอย่างแท้จริงต่อไปครับ

ข้อสอบ

ข้อ 1

ประเด็นสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณด้านสวัสดิการผู้สูงอายุ
ข. การพัฒนากำลังคนเพื่อรับมือสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจ
ค. การลดจำนวนแรงงานนอกระบบ
ง. การเพิ่มอัตราการจ้างงานภาครัฐ

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น “การพัฒนากำลังคน” เป็นแกนหลักในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว

ข้อ 2

การที่ผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 28% มีผลกระทบสำคัญที่สุดด้านใด
ก. การท่องเที่ยว
ข. ภาระงบประมาณรัฐและสวัสดิการ
ค. การส่งออกสินค้า
ง. การศึกษาเอกชน

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้สูงอายุเพิ่มทำให้รัฐต้องรับภาระด้านสวัสดิการและสุขภาพมากขึ้น

ข้อ 3

“ผลิตภาพแรงงานลดลง -1.89%” สะท้อนปัญหาใด
ก. แรงงานมีคุณภาพสูงขึ้น
ข. ความสามารถแข่งขันลดลง
ค. การว่างงานลดลง
ง. รายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น

เฉลย: ข
เหตุผล: ผลิตภาพลดลงหมายถึงประสิทธิภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันลดลง

ข้อ 4

NEET หมายถึงข้อใด
ก. แรงงานฝีมือสูง
ข. ผู้ว่างงานระยะสั้น
ค. เยาวชนที่ไม่เรียน ไม่ทำงาน และไม่ฝึกอบรม
ง. ผู้สูงอายุไม่มีรายได้

เฉลย: ค
เหตุผล: NEET คือกลุ่มเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาและแรงงาน

ข้อ 5

ข้อมูลแรงงานนอกระบบ 52% ส่งผลสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มรายได้รัฐ
ข. ลดภาระสุขภาพ
ค. ขาดหลักประกันทางสังคม
ง. เพิ่มการออมของรัฐ

เฉลย: ค
เหตุผล: แรงงานนอกระบบไม่มีสวัสดิการ ส่งผลต่อความมั่นคงชีวิต

ข้อ 6

ดัชนีทุนมนุษย์ 0.61 หมายความว่าอย่างไร
ก. ศักยภาพสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ข. ศักยภาพเท่าประเทศพัฒนาแล้ว
ค. ศักยภาพเพียง 61% ของที่ควรเป็น
ง. ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ

เฉลย: ค
เหตุผล: ค่า 0.61 หมายถึงยังใช้ศักยภาพได้ไม่เต็มที่

ข้อ 7

แนวทางแก้ปัญหาหลักของบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มภาษี
ข. ลดจำนวนผู้สูงอายุ
ค. พัฒนากำลังคนตั้งแต่วัยเยาว์
ง. ลดการศึกษาในระบบ

เฉลย: ค
เหตุผล: การพัฒนาคนตั้งแต่ต้นทางเป็นแนวทางหลักที่บทความเสนอ

ข้อ 8

หากไม่ดำเนินการพัฒนาแรงงาน จะเกิดผลอย่างไร
ก. เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้น
ข. ไม่มีผลกระทบ
ค. วิกฤติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ
ง. การว่างงานลดลง

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ว่าจะเกิดผลกระทบหลายมิติพร้อมกัน

ข้อ 9

IMD อันดับ 40 จาก 64 ประเทศ หมายถึงอะไร
ก. ความสามารถแข่งขันต่ำกว่าหลายประเทศ
ข. เป็นอันดับที่ดีที่สุดในโลก
ค. ไม่มีความหมายทางเศรษฐกิจ
ง. การเติบโตสูงที่สุด

เฉลย: ก
เหตุผล: อันดับกลางค่อนไปทางต่ำ สะท้อนความสามารถแข่งขันไม่สูง

ข้อ 10

แนวคิดสำคัญด้านนโยบายที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ทำงานเฉพาะภาครัฐ
ข. ลดการศึกษาเพื่อประหยัดงบ
ค. บูรณาการทุกภาคส่วนพัฒนาทุนมนุษย์
ง. เน้นแรงงานต่างชาติ

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น