สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M373_“ตรีนุช” ปักธงปี66รุกเติมทักษะผู้เรียนทุกช่วงวัย

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ทิศทางการศึกษาไทยในปี 2566 นี้ จะเป็นการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาเด็กให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทุกมิติที่จะเกิดขึ้นกับบริบทของสังคมในโลกศตวรรษที่ 21 ต้องเพิ่มความเข้มข้นในกระบวนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning ในทุกวิชา ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ เพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง การส่งเสริมเรียนรู้ตลอดชีวิตตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ขณะเดียวกันจะต้องเน้นเพิ่มความเข้มงวดการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมในทุกมิติ สนับสนุนการเรียนการสอนหลักสูตรทวิศึกษาและโครงการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรีมีอาชีพ นอกจากนี้ จะมีการเปิดหลักสูตรอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อปั้นเด็กไทยเข้าอุตสาหกรรมEV สู่เบอร์ 1 แห่งอาเซียนให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเดินหน้า ตอบรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การศึกษาไทยได้เจอกับพายุโควิดอย่างหนัก เนื่องจากเราพบเด็กหลุดจากระบบการศึกษา และภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนั้นในปี 2566 จะเป็นปีแห่งการสร้างโอกาสทางการศึกษาของเด็กทุกคน และเติมทักษะความรู้ของผู้เรียนทุกช่วงวัย รวมถึงการเดินหน้าสร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ การขับเคลื่อนนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย โดยเฉพาะการเพิ่ม 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย โดยเด็กนักเรียนจะต้องรู้จักการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ การทำซีพีอาร์ให้ได้ ขณะนี้ครูจะมุ่งการอบรมพัฒนาปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนสู่การเรียนแบบ Active learning เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ของโลกในศตวรรษที่ 21 ขณะที่อาชีวศึกษา จะต้องเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือทวิภาคีกับสถานศึกษาให้มากขึ้นเป็น 50% อย่างไรก็ตาม แม้แต่ละนโยบายจะมีการขับเคลื่อนมาแล้วในปีที่ผ่านมา แต่ตนต้องการให้ปีหน้ามีการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น 

รมว.ศึกษาธิการ ปักธงปี 66 รุกเติมทักษะผู้เรียนทุกช่วงวัย พร้อมขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนแบบเข้ม เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

ที่มา ; เดลินิวส์ 3 มกราคม 2566 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนสถานการณ์การศึกษาไทยปี 2566 ที่ต้องฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพอย่างเร่งด่วน หลังเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบและภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ รัฐบาลจึงกำหนดทิศทางการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21

หลักการสำคัญคือการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ควบคู่ความปลอดภัย โดยเพิ่มความเข้มข้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ทุกกลุ่มสาระ เพื่อพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้จริง เสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นพลเมืองผ่านวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามกฎหมาย 

แนวคิดเชิงนโยบายมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง พัฒนาทักษะผู้เรียนทุกช่วงวัย เชื่อมการศึกษากับตลาดแรงงาน ผ่านหลักสูตรทวิศึกษา อาชีวะอยู่ประจำ และหลักสูตรอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่แนวปฏิบัติสำคัญคือการสร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ การพัฒนาครูให้เปลี่ยนการสอน และการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 

ข้อสอบ

ข้อที่ 1 เหตุผลเชิงนโยบายที่ทำให้ปี 2566 ถูกกำหนดเป็น “ปีแห่งการสร้างโอกาสทางการศึกษา” คือข้อใด
ก. การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ
ข. ผลกระทบจากโควิดที่ทำให้เกิด Learning Loss และเด็กหลุดระบบ
ค. การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
ง. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

ข้อที่ 2 การเพิ่มความเข้มข้น Active Learning ทุกวิชา สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การเรียนรู้แบบเน้นเนื้อหา
ข. การประเมินผลเชิงมาตรฐาน
ค. การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน
ง. การจัดการเรียนรู้แบบรวมศูนย์

ข้อที่ 3 หากผู้บริหารต้องเลือกนโยบายที่เชื่อมการศึกษากับตลาดแรงงานโดยตรง ควรให้ความสำคัญกับข้อใดก่อน
ก. เพิ่มวิชาประวัติศาสตร์
ข. หลักสูตรทวิศึกษาและอาชีวะอยู่ประจำ
ค. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. เครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ

ข้อที่ 4 นโยบาย “1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย” สอดคล้องกับเป้าหมายใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ข. การลดความเหลื่อมล้ำ
ค. การสร้างความปลอดภัยรอบด้าน
ง. การพัฒนาหลักสูตรใหม่

ข้อที่ 5 การเปิดหลักสูตรอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สะท้อนบทบาทการศึกษาไทยในมิติใด
ก. การอนุรักษ์วัฒนธรรม
ข. การตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจประเทศ
ค. การลดภาระงบประมาณรัฐ
ง. การแข่งขันด้านวิชาการ
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น