%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b845%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a2.jpg)
เงินเกษียณข้าราชการ 1.5 ล้าน สุดท้ายต้องนำไป “ใช้หนี้สหกรณ์” “ข้าราชการ” จะรอดหรือไม่กับแผนเกษียณ? โดย คุณดวงใจ เจริญชัย จาก กบข.
คุณดวงใจ เจริญชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ กลุ่มงานสมาชิกสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ "ตั้งใจ (หรือจำใจ) เกษียณตอนอายุ 45 ปี รอดได้มั้ย" ในงานสัมมนา World Financial Planning Day 2025 "วันวางแผนการเงินโลก – การเงินคนไทยต้องรอด" (8 ต.ค. 2568) ที่จัดโดยสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ข้าราชการมักถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงเนื่องจากได้รับทั้งบำนาญและเงินก้อนจาก กบข. อย่างไรก็ตาม คุณดวงใจได้เปิดเผยถึงข้อมูลเชิงลึกที่น่ากังวลว่า “แม้ข้าราชการส่วนใหญ่จะได้รับเงินเกษียณเป็นจำนวนหลักล้านบาท แต่เรื่องการเงินหลังเกษียณกลับอยู่ในภาวะ "ก้ำกึ่ง" เนื่องจากปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างที่สะสมมาตลอดช่วงชีวิตการทำงาน
1. สถานะความพร้อมทางการเงินของข้าราชการหลังเกษียณ
แม้ว่าข้าราชการจะมีบำนาญ แต่เมื่อพิจารณาความเพียงพอของเงิน ณ วันเกษียณ (ณ อายุ 60 ปี) พบว่าสถานะทางการเงินยังอยู่ในระดับที่เรียกว่า "ก้ำกึ่ง" ว่าจะรอดหรือไม่รอด
• เงินก้อนเฉลี่ย: ข้อมูลปีนี้พบว่า ข้าราชการที่เกษียณอายุ 60 ปี มีจำนวนประมาณ 18,000 คน โดยเฉลี่ยแล้วจะได้รับเงินก้อนจาก กบข. ไปประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อคน
• ช่องว่างความพอเพียง: กบข. มีการศึกษาความเพียงพอหลังเกษียณ โดยตั้งเป้าหมายระดับดีมาก (P90) คือการมีเงินใช้จ่ายต่อเดือนเกือบ 60,000 บาท แต่เงินรวมจากบำนาญ (คิดเป็นก้อน) และเงิน กบข. เฉลี่ยที่ได้รับเพียงประมาณ 8.5 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่า ข้าราชการส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึงระดับ P90 ที่ต้องมีเงินก้อนประมาณ 14 ล้านบาท ทำให้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ในระดับ "พื้นฐานทั่วไป" หรือ "ยังไม่ค่อยสบาย"
• สถิติความพร้อม: จากสมาชิก กบข. 1.2 ล้านคน พบว่า 78% ยังไปไม่ถึงระดับ P75 (ระดับที่ดีพอสมควร) และมีเพียง 1% เท่านั้นที่ไปถึงระดับ P90 ซึ่งส่วนใหญ่คือข้าราชการที่เกษียณอายุ 70 ปี (เช่น กลุ่มอัยการ)
2. ปัญหาหนี้สินเรื้อรังและการใช้เงินก้อนเพื่อปลดหนี้
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้เงินก้อนที่ได้จาก กบข. ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักสำหรับการออมยามเกษียณ แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อจัดการภาระหนี้สิน
• เงินก้อนถูกใช้หนี้ทันที: ข้าราชการเกษียณที่ได้รับเงินก้อนหลักล้านบาทจาก กบข. ไปแล้ว ส่วนใหญ่ระบุว่า "เอาไปปลดหนี้ก่อนเลย"
• แหล่งหนี้หลัก: หนี้ที่สูงที่สุดที่ข้าราชการต้องแบกรับคือ หนี้สหกรณ์ ซึ่งเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือหนี้จากธนาคารรัฐ
• ผลกระทบต่อรายได้: เมื่อเงินก้อนถูกนำไปใช้หนี้หมดแล้ว จะเหลือเพียง เงินบำนาญ ที่ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และหากยังมีหนี้ค้างอยู่ เงินบำนาญก็จะต้องถูกนำไป จ่ายหนี้ต่อ
• ปริมาณหนี้: ข้อมูลระบุว่าข้าราชการที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป มีภาระหนี้สะสมเฉลี่ยสูงถึง เกือบ 2 ล้านบาทต่อคน
3. แนวทางของ กบข. เพื่อช่วยเหลือสมาชิก
กบข. พยายามผลักดันให้สมาชิกมีความรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อไปสู่เป้าหมาย P75 หรือ P90
• แอปพลิเคชัน (เฟส 3): จะมีการเปิดตัวแอปพลิเคชัน เฟส 3 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสมาชิกจะสามารถเห็น คอนเซปต์ชีวิตหลังเกษียณ (P50, P75, P90) และข้อมูลที่ถูกดึงมาจากกรมบัญชีกลาง ทำให้ทราบเงินบำนาญและเงินก้อน กบข. ในอนาคต และคำนวณว่าต้องออมเพิ่มหรือเปลี่ยนแผนการลงทุนอย่างไรเพื่อให้ถึงเป้าหมาย
• การเปลี่ยนแผนการลงทุน: กบข. พยายามผลักดันให้สมาชิกที่ส่วนใหญ่อยู่ใน "แผนหลัก" (ลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงสูงถึง 60%) ให้เปลี่ยนไปอยู่ "แผนสมดุลตามอายุ" (Life Path) ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เติบโตสูงถึง 75% ในช่วงอายุยังน้อย การเปลี่ยนแผนนี้โดยที่ ไม่ต้องออมเพิ่ม ก็สามารถสร้างส่วนต่างของเงินที่จะได้รับเพิ่มขึ้น 5-6 แสนบาทเมื่อเกษียณ
• การออมเพิ่ม: สมาชิก กบข. สะสมเงินเพียง 3% และรัฐบาลสมทบ 3% กบข. จึงให้ความรู้และส่งเสริมให้มีการออมเพิ่ม โดยพบว่า หากต้องการเกษียณอย่างสุขสบาย (P90) อาจต้องมีการออมเพิ่มสูงถึง 27%
สำหรับคำถามว่า "ตั้งใจ (หรือจำใจ) เกษียณตอนอายุ 45 ปี รอดได้มั้ย" คุณดวงใจระบุว่า สำหรับข้าราชการ เงินเกษียณหลักล้านบาทที่ได้รับนั้นไม่เพียงพอแน่นอน หากเกษียณที่อายุ 45 ปี เนื่องจากแม้แต่ผู้ที่เกษียณอายุ 60 ปี ส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการมีชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบายได้ (ไม่ถึงระดับ P90)
ประเด็นวิกฤตที่สำคัญคือ การที่เงินก้อนที่ได้จาก กบข. โดยเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท ถูกนำไปใช้เพื่อจัดการหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้สหกรณ์ ซึ่งทำให้ข้าราชการบางส่วนยังคงต้องทำงานหลังเกษียณ ดังนั้น กบข. จึงเน้นย้ำให้ข้าราชการรุ่นใหม่ ตั้งเป้าหมายเกษียณให้ชัดเจน (P75 หรือ P90) และใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อ เปลี่ยนแผนการลงทุนและเพิ่มการออม ให้เร็วที่สุด เพื่อลดช่องว่างทางการเงินและหนี้สินที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหลังวัยเกษียณ
ที่มา ; FB aomMONEY