
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะกำดับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้มอบหมายให้ ศธ.ไปดำเนินการแล้ว ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คือ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของ ศธ.ด้วย แต่ตนมองว่าประเด็นเรื่องโครงสร้าง ศธ.สามารถปรับแก้ไขกันเองได้เป็นการภายใน ซึ่งบางประเด็นไม่ต้องรอการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ส่วนตัวตนต้องการให้โครงสร้างของศธ.มีรูปแบบที่เรียกว่า single command โดยปลัดกระทรวงจะเป็นผู้สั่งการคนเดียว เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน เพราะจะส่งผลให้เราสามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาได้อย่างเต็มที่
“โครงสร้างของ ศธ.ผมไม่ยินเรื่องร้องเรียนถึงปัญหามาหลายปีแล้ว เป็นกระทรวงที่แปลกประหลาด มีรูปแบบโครงสร้างเป็นองค์ชาย เกิดแท่งหลายแท่ง และทำให้การบริหารงานมีปัญหามาก และเป็นกระทรวงที่แปลกประหลาดกระทรวงเดียวที่มีโครงสร้างอุ้ยอ้าย ซึ่งเราต้องมีการกระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน โดยปัญหาโครงสร้างของ ศธ.นั้นมีการพูดถึงมาตลอด เพราะ ศธ.เป็นกระทรวงที่มีแท่งแบ่งการทำงานเป็นจำนวนมาก การที่ข้าราชการจะย้ายข้ามแท่งก็สร้างความยุ่งยาก รวมถึงยังมีผู้บริหารระดับ 11 ถึง 5 คน ส่งผลให้ข้าราชการที่ทำงานไม่รู้จะฟังใครก่อน ทั้งนี้เรื่องโครงสร้าง ศธ.จะมีการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะเดินหน้าปรับโครงสร้างอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด อย่างไรก็ตามผมมีตัวอย่างโครงสร้างของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่น่าสนใจและ ศธ.น่าจะนำไปเป็นอย่าง เนื่องจาก อว.ไม่มีกรม แต่มีสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กำกับทำให้ขับเคลื่อนงานได้เร็ว ซึ่งอนาคต ศธ.อาจจะต้องเดินไปสู่รูปแบบนั้นได้” ศ.ดร.วิษณุ กล่าว
ที่มา ; เดลินิวส์ 7 ธันวาคม 2564
สรุปสาระสำคัญ
ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยได้มอบหมายให้ ศธ.ดำเนินการแล้ว ควบคู่กับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของกระทรวง อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.วิษณุ เห็นว่าการปรับโครงสร้างบางประเด็นสามารถดำเนินการได้ภายใน ไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร
แนวคิดสำคัญคือการปรับโครงสร้างให้เป็นแบบ single command โดยให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้สั่งการเพียงคนเดียว เพื่อสร้างเอกภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร พร้อมทั้งเอื้อต่อการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ปัญหาโครงสร้าง ศธ. ถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานว่าเป็นโครงสร้างแบบ “หลายแท่ง” มีผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก ทำให้การสั่งการซ้ำซ้อน ข้าราชการไม่ชัดเจนว่าต้องปฏิบัติตามใคร และการโยกย้ายข้ามหน่วยงานทำได้ยาก
ศ.ดร.วิษณุ เสนอให้มีการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และยกตัวอย่างโครงสร้างของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งไม่มีกรม แต่มีสภานโยบายกำกับ ทำให้การขับเคลื่อนงานรวดเร็ว เป็นแนวทางที่ ศธ. อาจนำมาปรับใช้ในอนาคต
ข้อสอบ
แนวคิด “single command” ที่กล่าวถึงในบทความ มีเป้าหมายสำคัญที่สุดในข้อใด
ก. ลดจำนวนหน่วยงานใน ศธ.
ข. เพิ่มอำนาจให้ผู้บริหารระดับสูง
ค. สร้างเอกภาพและความชัดเจนในการสั่งการ
ง. ควบคุมสถานศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ข้อใดสะท้อน “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของ ศธ. ตามบทความได้ชัดเจนที่สุด
ก. งบประมาณด้านการศึกษามีจำกัด
ข. ครูขาดแรงจูงใจในการทำงาน
ค. มีผู้บริหารหลายระดับจนการสั่งการซ้ำซ้อน
ง. หลักสูตรไม่ทันสมัย
การที่ ศ.ดร.วิษณุ ระบุว่า “บางประเด็นไม่ต้องรอสภาผู้แทนราษฎร” สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. ความยืดหยุ่นในการบริหารราชการ
ค. การลดบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติ
ง. การเร่งรัดการออกกฎหมาย
เหตุใดโครงสร้างของกระทรวง อว. จึงถูกยกเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ
ก. มีจำนวนบุคลากรน้อยกว่า
ข. ไม่มีหน่วยงานกำกับ
ค. ขับเคลื่อนงานได้รวดเร็วผ่านสภานโยบาย
ง. ใช้งบประมาณต่ำกว่า ศธ.
หากนำแนวคิดในบทความไปใช้ในระดับสถานศึกษา บทบาทของผู้บริหารควรเป็นอย่างไร
ก. สั่งการทุกเรื่องด้วยตนเอง
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางอย่างเคร่งครัด
ค. สร้างระบบสั่งการชัดเจนและกระจายอำนาจภายใน
ง. ลดบทบาทครูในการตัดสินใจ
ข้อสอบ Case-based
โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลางในจังหวัดที่มีหน่วยงานการศึกษาหลายสังกัดเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานเฉพาะกิจตามนโยบายส่วนกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนพบว่า เมื่อมีการประกาศแนวทางปรับโครงสร้างการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็น single command ครูและหัวหน้ากลุ่มสาระเกิดความสับสน เนื่องจากเคยได้รับคำสั่งจากหลายช่องทาง และกังวลว่าการรวมศูนย์จะลดอิสระทางวิชาการของโรงเรียน
ข้อ 6
การตัดสินใจใดของผู้อำนวยการ “สอดคล้องแนวคิด single command แต่ไม่ขัดหลักการกระจายอำนาจ” มากที่สุด
ก. ยกเลิกการประชุมคณะกรรมการทุกชุด เพื่อให้คำสั่งเป็นเอกภาพ
ข. รวมสายการบังคับบัญชาภายในโรงเรียนให้ชัดเจน แต่เปิดพื้นที่ตัดสินใจเชิงวิชาการ
ค. รอคำสั่งจากเขตพื้นที่เพียงช่องทางเดียวก่อนดำเนินการใด ๆ
ง. โอนอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดไปยังฝ่ายบริหารระดับบน
ข้อ 7
ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ผู้อำนวยการควรระวังมากที่สุด หากตีความ single command ผิดพลาดคือข้อใด
ก. ครูขาดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
ข. โรงเรียนไม่สามารถรับงบประมาณจากหลายแหล่ง
ค. การรวมศูนย์อำนาจจนลดความยืดหยุ่นเชิงบริบท
ง. การต่อต้านจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 8
หากต้องสื่อสารกับครูเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงนโยบาย ข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. Single command คือการลดอำนาจของครู
ข. Single command คือการเพิ่มการควบคุมจากส่วนกลาง
ค. Single command คือฐานให้โรงเรียนตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น
ง. Single command เป็นนโยบายชั่วคราวในช่วงเปลี่ยนผ่าน
โรงเรียนแห่งหนึ่งมีโครงการพัฒนาผู้เรียนหลายโครงการ แต่แต่ละโครงการขึ้นตรงต่อคณะกรรมการต่างชุด ส่งผลให้การตัดสินใจล่าช้า ซ้ำซ้อน และขาดเจ้าภาพชัดเจน เมื่อมีแนวคิดปฏิรูปโครงสร้าง ศธ. โดยใช้รูปแบบคล้ายกระทรวง อว. ที่เน้นกลไกกำกับเชิงนโยบายมากกว่าสั่งการเชิงปฏิบัติ ผู้อำนวยการต้องตัดสินใจปรับโครงสร้างการทำงานภายใน
ข้อ 9
การปรับโครงสร้างใด “สอดคล้องแนวคิด governance model” มากที่สุด
ก. เพิ่มคณะกรรมการใหม่เพื่อกลั่นกรองงาน
ข. รวมทุกโครงการไว้ที่ฝ่ายบริหาร
ค. จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายโรงเรียน และให้ฝ่ายปฏิบัติรับผิดชอบ
ง. ยกเลิกโครงการที่ซ้ำซ้อนทั้งหมด
ข้อ 10
แนวคิดใดคือ “หัวใจ” ที่ ศ.ดร.วิษณุ ต้องการแก้จากโครงสร้างเดิมของ ศธ.
ก. จำนวนข้าราชการมากเกินไป
ข. งบประมาณไม่เพียงพอ
ค. ความซ้ำซ้อนและขาดเอกภาพในการสั่งการ
ง. การเมืองแทรกแซงระบบการศึกษา
ข้อ 11
หากผู้อำนวยการไม่ปรับโครงสร้างภายในให้สอดคล้องนโยบายระดับกระทรวง ผลใดจะเกิดขึ้นมากที่สุด
ก. โรงเรียนขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. การประเมินภายนอกไม่ผ่านเกณฑ์
ค. นโยบายไม่สามารถลงสู่การปฏิบัติจริง
ง. ครูขาดแรงจูงใจระยะยาว
ในช่วงเปลี่ยนผ่านการปฏิรูปโครงสร้าง มีครูอาวุโสบางส่วนไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจ และอาจกระทบเสถียรภาพการทำงาน ผู้อำนวยการต้องตัดสินใจเชิงภาวะผู้นำเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นโดยไม่ทำลายวัฒนธรรมองค์กร
ข้อ 12
บทบาทภาวะผู้นำใดเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้
ก. ผู้นำเชิงอำนาจ
ข. ผู้นำเชิงกฎระเบียบ
ค. ผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง (Transformational)
ง. ผู้นำเชิงควบคุม
ข้อ 13
การดำเนินการใดสะท้อน “การเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่ทำลายคน”
ก. บังคับใช้คำสั่งทันที
ข. ชะลอการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
ค. เปิดพื้นที่มีส่วนร่วมก่อนกำหนดบทบาทใหม่
ง. แยกผู้ไม่เห็นด้วยออกจากระบบ
ข้อ 14
ตัวชี้วัดความสำเร็จเชิงโครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. จำนวนคำสั่งที่ลดลง
ข. ความพึงพอใจของครู
ค. ความชัดเจนของบทบาทและการตัดสินใจที่เร็วขึ้น
ง. จำนวนโครงการที่ดำเนินการได้
คลิกเฉลย >>>