สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ป.ป.ช.ไม่อุทธรณ์ คดี 'ผอ.ขนมจีนน้ำปลา' โดนโทษคุก 50 ปี

สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา นำเสนอข่าวว่า เมื่อวันที่ 7ก.ค.2565  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาลงโทษ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี  กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กอนุบาล ซึ่งมีการแชร์คลิปเด็กกินขนมจีนราดน้ำปลา เป็นอาหารกลางวัน ในช่วงปี 2562 รวมจำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าว นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กอนุบาลดังกล่าวเป็นทางการ   

ระบุข้อกล่าวหา ทุจริตเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ และจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อประกอบอาหารกลางวัลเป็นเท็จ  

โดยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายสมเชาว์ จำเลยมีความผิดตามมาตรา 151 , 162 (1) (4)  และพ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554  มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อ กฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 151  ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษ หนักที่สุดตามมาตรา 90 และการกระทำ ของจำเลยตามฟ้องข้อ 2.1  ถึง 2.10 ใน แต่ละครั้งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ไปตามมาตรา 91  รวม 77 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี 

จำเลยให้การรับ สารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง

คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษ ทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปีตามมาตรา 91 (3) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2565 พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

คำพิพากษา 'ผอ.ขนมจีนน้ำปลา' ติดคุกจริง 50 ปี พฤติการณ์ร้ายแรง-ศาลไม่ปราณี 

นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ จำเลยมีความผิดให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และการกระทำของจำเลยในแต่ละครั้งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 77 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี 

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 192 ปี 6 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) 

คือ บทสรุปคำพิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค เมื่อวันที่ 7ก.ค.2565 ที่ตัดสินลงโทษ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จำเลย กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กอนุบาล ซึ่งมีการแชร์คลิปเด็กกินขนมจีนราดน้ำปลา เป็นอาหารกลางวัน ในช่วงปี 2562 ก่อนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนชี้มูลความผิดส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย  

ที่สำนักข่าวอิศราเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว 

ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 คดีนี้ ที่นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามฟ้องจริงทุกข้อกล่าวหา พฤติการณ์การเบิกจ่ายเงิน การสั่งการให้มีการทำหลักฐานเบิกจ่ายเงินย้อนหลังอันเป็นเท็จ และคำวินิจฉัยตัดสินลงโทษของศาลฯ ที่เห็นว่า แม้ตัวเลขวงเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะมีตัวเลขไม่มากนัก แต่จำเลยได้กระทําผิดมาอย่าง ต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจําเลยเป็นผู้บริหารโรงเรียนแต่กลับอาศัยอํานาจหน้าที่เบียดบังเอาผลประโยชน์ ที่ไม่ควรได้ทําให้เด็กนักเรียนในปกครองไม่ได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพและจํานวนที่เพียงพอต่อการพัฒนาการทางร่างกายและย่อมส่งผลเสียในระยะยาว พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรงไม่สมควรรอการลงโทษ

รายละเอียดทั้งหมด ปรากฏนับจากบรรทัดต่อไปนี้  

@ ให้การปฏิเสธ ก่อนรับสารภาพ

คำพิพากษาคดีนี้ ระบุว่า โจทก์ฟ้อง จําเลยให้การปฏิเสธ

เมื่อสืบพยานโจทก์จําเลยเสร็จ จําเลยขอถอนคําให้การ เป็นให้การรับสารภาพ

ได้ความจากพยานหลักฐานของโจทก์ที่นําสืบและอ้างส่งพยานเอกสารประกอบรายงานการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติฟังประกอบคํารับสารภาพของจําเลยแล้ว

ฟังได้ว่า จําเลยได้กระทําความผิดตามฟ้องจริงทุกข้อกล่าวหา 

@ อำนาจหน้าที่ของจำเลย 

ขณะเกิดเหตุจําเลยรับราชการในตําแหน่งผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ตําบลประสงค์ อําเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา มีหน้าที่บริหารกิจการของสถานศึกษา วางแผนการปฏิบัติ การควบคุม กํากับ ดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป และงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมายตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 รวมทั้งมีอํานาจบริหารจัดการและอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อนํามาประกอบ อาหารกลางวันให้แก่นักเรียนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560  

จึงเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 

@ พฤติการณ์กระทำความผิด

องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 จนถึงปัจจุบัน โดยจะจ่ายเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนในอัตรารายละ 20 บาท ต่อคนต่อวัน ภาคการศึกษาละ 100 วัน โดยจ่ายปีการศึกษาละ 2 ครั้ง (ตามภาคการศึกษา) จ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารเพื่อการเกษตร สาขาท่าชนะ ชื่อบัญชีกองทุนโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนบ้านท่าใหม่ 

เมื่อระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 เวลากลางวันต่อเนื่องกันทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน จําเลยได้กระทําผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน 

กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ได้จ่ายเงินเป็นเช็คธนาคารเพื่อการเกษตร สาขาท่าชนะ ชื่อบัญชี กองทุนโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 486,000 บาท 

ในระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 16 มกราคม 2558 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จําเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอํานาจหน้าที่ ซื้อ ทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด และมีอํานาจหน้าที่ ได้ใช้อํานาจปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งดังกล่าวโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงเรียนบ้านท่าใหม่และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของจําเลย และเป็นผู้มีอํานาจเบิกถอนเงิน จากบัญชีกองทุนโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จํานวน 12 ครั้ง เป็นเงินจํานวนครั้งละ 48,600 บาท จํานวน 10 ครั้ง ครั้งละ 63,180 บาท จํานวน 1 ครั้ง, ครั้งละ 50,200 บาท จํานวน 1 ครั้ง เพื่อใช้จัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคสําหรับประกอบอาหารกลางวัน 

และให้นําเงินดังกล่าว มามอบให้จําเลยแล้วจําเลยรับเงินไปจํานวนครั้งละ 40,000 บาท ในแต่ละครั้ง เพื่อซื้อวัสดุเครื่องบริโภคแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนเงินที่เหลือจําเลยนําไปจ่ายเป็นค่าจ้างแม่ครัว และเงินที่เหลือ จากค่าจ้างแม่ครัวแล้วได้เก็บรักษาไว้เป็นรายได้นอกงบประมาณเพื่อนําไปบริหารกิจการต่าง ๆ ภายในโรงเรียนบ้านท่าใหม่ซึ่งไม่สามารถเบิกจ่ายเงินงบประมาณได้ 

จึงทําให้ได้อาหารกลางวันในปริมาณน้อย ไม่เพียงพอแก่เด็กนักเรียนทุกคน

ต่อมาภายหลังจําเลยได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของจําเลยและเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวัน จัดทําใบสั่งซื้อวัสดุเครื่องบริโภคตามแบบที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2 กําหนดโดยมีรายละเอียด กับรายการที่ขอซื้อ การอนุมัติจัดซื้อ ใบรับรองแทนใบเสร็จและผลการตรวจรับและอนุมัติจ่ายเงิน และจําเลยได้สั่งให้ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจําเลยและเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ ลงลายมือชื่อในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุ และสั่งให้ ผู้ใต้บังคับบัญชา ของจําเลยและเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ ลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยสั่งให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาของจําเลยลงชื่อรับรองว่าพัสดุเครื่องบริโภคได้ทําการตรวจรับ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อันเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทําการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใด ได้กระทําต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จและเป็นการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จทั้งที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของจําเลยไม่ทราบว่าในแต่ละวันจําเลยได้จัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภค อะไรบ้างเพื่อนํามาปรุงอาหารกลางวันและจัดซื้อมาเป็นจํานวนและราคาเท่าใด 

โดยการจัดทําเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นการจัดทําขึ้นมาย้อนหลังอันเป็นเท็จเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อให้เป็นหลักฐานการเบิกจ่ายเงินโดยให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับเมนูอาหารกลางวันปริมาณวัสดุเครื่องบริโภค และจํานวนเงินเป็นเงินจํานวนวันละ 5,000 บาทเท่านั้น เพราะได้มีการกันเงินบางส่วนเป็นเงินรายได้นอกงบประมาณ เป็นเหตุให้รัฐและโรงเรียนบ้านท่าใหม่ได้รับความเสียหาย  

@ ทำแบบเดียวกันอีก 9 ครั้ง 

ในคำพิพากษายังระบุพฤติการณ์เดียวกัน ของจำเลยในการรับเงินสนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านท่าใหม่ อีก 9 ครั้ง แยกเป็น

  • เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 344,400 บาท
  • เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 องค์การบริหารส่วนตําบล ประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 639,600 บาท
  • เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 515,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 256,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจำนวน 265,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 530,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560 องค์การบริหารส่วนตําบล ประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 538,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แกนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 269,000 บาท
  • เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 องค์การบริหารส่วนตําบลประสงค์ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวัน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เป็นเงินจํานวน 285,000 บาท 

@ คำพิพากษาของศาล

ศาลพิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 162 (1) (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 121/1 การกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 162 (1) (4) กับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 เป็นการกระทํากรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 90 และการกระทําของจําเลยตามฟ้อง ในแต่ละครั้ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน 

จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 77 กระทง ให้จําคุกกระทงละ 5 ปี 

จําเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจําคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจําคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจําคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) 

@ เบียดบังเอาผลประโยชน์อาหารกลางวันเด็ก- ศาลไม่ปราณี 

พิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามฟ้องและพยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวนแล้วเห็นว่า การกระทําของจําเลยในแต่ละกระทงความผิดแม้คิดคํานวณได้เป็นตัวเงินไม่มากนักแต่จําเลยได้กระทําผิดมาอย่าง ต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจําเลยเป็นผู้บริหารโรงเรียนแต่กลับอาศัยอํานาจหน้าที่เบียดบังเอาผลประโยชน์ ที่ไม่ควรได้ทําให้เด็กนักเรียนในปกครองไม่ได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพและจํานวนที่เพียงพอต่อการพัฒนาการทางร่างกายและย่อมส่งผลเสียในระยะยาว

พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรงไม่สมควรรอการลงโทษ คําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

ป.ป.ช.เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'สมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ สุราษฎร์ธานี ทุจริตอาหารกลางวันเด็กอนุบาล ให้กินขนมจีนราดน้ำปลา ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 ลงโทษหนัก  77 กระทง รวมคุก 192 ปี 6 เดือน แต่ติดจริง 50 ปี -เห็นชอบตาม อสส.ไม่อุทรณ์สู้ต่อ ปิดฉากคดีเป็นทางการ 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม 2565

เกี่ยวข้องกัน

แก้โทษ 'ผอ.ขนมจีนน้ำปลา' เหลือคุก 20 ปี 60 ด. - ป.ป.ช. ขอฎีกาสู้ให้โดนครบ 77 กระทง   

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีต ผอ. โรงเรียนบ้านท่าใหม่ สุราษฎร์ธานี ทุจริตอาหารกลางวันเด็กอนุบาลให้กินขนมจีนราดน้ำปลา ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษเหลือจำคุก 20 ปี 60 เดือน จากเดิม 192 ปี 6 เดือน แต่ติดจริง 50 ปี - ป.ป.ช. ขอฎีกาสู้ต่อให้โดนโทษครบ  77 กระทง

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าว นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กรณีทุจริตเงินอดหนุนค่าอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ และจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อประกอบอาหารกลางวันเป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2566 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค

จากเดิม 

ที่มีคำพิพากษาว่า นายสมเชาว์ จำเลย มีความผิดตามมาตรา 151 , 162 (1) (4) และพ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อ กฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษ หนักที่สุดตามมาตรา 90 และการกระทำ ของจำเลยตามฟ้องข้อ 2.1 ถึง 2.10 ใน แต่ละครั้งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ไปตามมาตรา 91 รวม 77 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง

คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ตามมาตรา 91 (3) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

แก้เป็นว่า 

การกระทำของจำเลย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 10 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี 

จำเลย ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว 

คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 

 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2567 มีมติไม่เห็นพ้องกับความเห็นอัยการสูงสุด (อสส.) โดยขอความอนุเคราะห์ให้ฎีกาลงโทษจำเลย จำนวน 77 กรรม 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบ

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม2567

 

 

เกี่ยวข้องกัน

ศาลฎีกายกคำร้องขอลดโทษ คงจำคุก ‘อดีต ผอ.ขนมจีนราดน้ำปลา’ 20 ปี 60 เดือน 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคระนอง นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 8 เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ประจำเดือนสิงหาคม 2568 โดยมีคดีที่น่าสนใจซึ่งดำเนินการโดย สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวหา นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กรณีทุจริตเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียนของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ให้เด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา และจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อประกอบอาหารกลางวันเป็นเท็จ. 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 และได้ส่งไปให้อัยการสูงสุดฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 

และได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด รวม 77 กระทง จำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ซึ่งนายสมเชาว์ได้ยื่นอุทรณ์ขอลดโทษ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 10 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน 

ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ได้รายงานผลการดำเนินการว่า นายสมเชาว์ได้ขออนุญาตฎีกา แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ให้ยกคำร้อง และไม่รับฎีกาของจำเลย คดีถึงที่สุด 

เป็นเหตุให้จำเลยต้องถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในข้างต้น คือจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน ซึ่งนายสมเชาว์ถูกส่งตัวเข้ารับโทษที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ถือเป็นอันสิ้นสุดคดีเด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา 

สู้ 5 ปีปิดคดี ผอ.โรงเรียนเด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา ศาลฎีกายกคำร้องลดโทษ ให้จำคุก 20 ปี 60 เดือน  

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 สิงหาคม 2568

เกี่ยวข้องกัน

คดีถึงที่สุด อดีต ผอ.ขนมจีนน้ำปลา’ คอตกนอนคุก 20 ปี 6 เดือน หลังศาลฎีกายกคำร้องลดโทษ 

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคระนอง นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 8 เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ประจำเดือนสิงหาคม 2568 โดยมีคดีที่น่าสนใจที่ดำเนินการโดยสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวหานายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กรณีทุจริตเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียนของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ให้เด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา และจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อประกอบอาหารกลางวันเป็นเท็จ 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 และได้ส่งไปให้อัยการสูงสุด ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 และได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด รวม 77 กระทง จำคุก 192 ปี 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ซึ่งนายสมเชาว์ ได้ยื่นอุทรณ์ขอลดโทษ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 10 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน 

ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ได้รายงานผลการดำเนินการว่า นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ จำเลยได้ขออนุญาตฎีกา แต่ศาลฎีกา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาให้ยกคำร้อง และไม่รับฎีกาของจำเลย คดีถึงที่สุดเป็นเหตุให้จำเลยต้องถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในข้างต้น คือ จำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน ซึ่งนายสมเชาว์ ถูกส่งตัวเข้ารับโทษที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ถือเป็นอันสิ้นสุดคดีเด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น