สมาชิกเข้าสู่ระบบ

หลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2564

 

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2564

 

 

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2564 ลงนามโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

การประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  • เพื่อให้ทราบถึงผลการดำเนินงานในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา การบริหารจัดการในด้านการกระจายอำนาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษานำร่อง และการสร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางและปรับปรุงการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
  • เพื่อถอดบทเรียนในการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ทั้งบทเรียนในการดำเนินงานของสถานศึกษานำร่อง และบทเรียนในการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแต่ละพื้นที่
  • เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
  • เพื่อขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไปใช้ในการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐและของเอกชน

 

ทั้งนี้ ให้ “คณะผู้ประเมินอิสระ” ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแต่งตั้ง เป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทุก 3 ปี โดยต้องมีระยะเวลาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวัดและประเมินผล ไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยใช้วิธีการประเมินซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรือเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งประยุกต์ใช้กระบวนการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) เพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อย่างน้อย 2 ช่วงได้แก่ ช่วงต้นและช่วงท้ายของการประเมิน

รวมทั้งให้คณะผู้ประเมินอิสระจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยมีผลการประเมินพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแต่ละจังหวัด พร้อมข้อเสนอแนะในการพัฒนาทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ หากผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแห่งใดไม่สามารถดำเนินการให้ผ่านเกณฑ์ หรือไม่อาจดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้ ให้คณะผู้ประเมินอิสระเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้มีการยุบเลิกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานั้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 467 โรงเรียน แยกเป็นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 384 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 43 แห่ง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 40 แห่ง โดยตั้งอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ 115 แห่ง เชียงใหม่ 104 แห่ง ระยอง 69 แห่ง กาญจนบุรี 58 แห่ง นราธิวาส 43 แห่ง ปัตตานี 32 แห่ง ยะลา 30 แห่ง และสตูล 16 แห่ง

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.edusandbox.com 

 

คลิกดาวน์โหลด พื้นที่นวัตกรรม

 

ที่มา ; ศธ.360 องศา

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ.’ เร่งขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมฯ นำร่องแล้ว 1,042 ร.ร. เน้นจัดการสอนตามบริบทจังหวัด 

นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้มีการนำร่องการปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษา โดยให้จังหวัดที่มีความพร้อมเข้ามาเป็นพื้นที่นำร่อง ตามแนวทางพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ที่ตอนนี้มีอยู่ 19 พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีโรงเรียนนำร่อง 1,042 แห่ง และกำลังจะมีจังหวัดที่มีความพร้อมใหม่อีก 1 พื้นที่ คือจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 

ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นการค้นหานวัตกรรมรูปแบบการเรียนการสอน การบริหารจัดการเพื่อให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน มีการสร้างเครือข่ายสู่การปฏิบัติได้จริง ตามบริบทของพื้นที่ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งต้องยอมรับว่าในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด มีรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม สังคม ประเพณี รวมถึงความคิดเหตุผลก็แตกต่างกันด้วย 

เราต้องการให้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นพื้นที่สมบูรณ์แบบทำยังไงจะให้มีรูปแบบ วิธีการ เทคนิค หรือโมเดล ที่จะเกิดขึ้นตามบริบทแต่ละพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลากร งบประมาณ อาคารสถานที่ ขับเคลื่อนไปด้วยดี ที่สำคัญโรงเรียนจะต้องสมัครใจที่จะเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและพร้อมที่จะขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไปกับเราด้วย ที่สำคัญภาคีเครือข่ายต้องแข็งแรงเพราะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันกับหลายหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นจังหวัดนวัตกรรมการศึกษา ที่เน้นการกระจายอำนาจ ให้อิสระแก่หน่วยงานและโรงเรียนเพื่อมุ่งยกผลสัมฤทธิ์และลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการคิดค้น พัฒนา ทดลอง หรือประยุกต์ใช้นวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้พื้นที่สร้างกลไกการจัดการศึกษาร่วมกันของทุกภาคส่วน” นายภูธรกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 มิถุนายน 2566

ความเห็นของผู้ชม