
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ, โรงเรียนบ้านสะลวงนอก, โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ พร้อมทั้งรับฟังการจัดการเรียนการสอนทางเลือกจากผู้ปกครองของนักเรียนในศูนย์การเรียนบ้านเรียน Home School ที่คลับเฮาส์หมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ 6 ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมตนได้เห็นการจัดการศึกษาในหลายๆ รูปแบบ มองว่าการจัดการศึกษาของประเทศ เรามีหลายบริบท เด็กมีความหลากหลาย มีความต้องการไม่เท่ากัน อย่างเช่น กลุ่มเด็กชายขอบ อาจจะต้องการการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ด้านอาชีพ ซึ่งตนพบว่าโรงเรียนบ้านสะลวงนอก เป็นโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรม ที่ส่วนใหญ่เด็กชายขอบจะเข้ามาเรียน ซึ่งโรงเรียนจัดการศึกษาโดยเพิ่มเรื่องของการเกษตรเข้าไปเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เนื่องจากประชาชนในชุมชนโดยรอบโรงเรียนประกอบอาชีพเกษตรกร นอกจากนี้ โรงเรียนได้สอนโค้ดดิ้ง และนำดิจิทัล มาสอนเพื่อให้นักเรียนนำสิ่งที่ได้เรียนไปเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และโรงเรียนได้พยายามสร้างคุณภาพให้ผู้ปกครองเชื่อมั่น ซึ่งจะทำให้เด็กไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา ขาดทักษะด้านอาชีพ และให้เด็กได้เติบโตตามช่วงวัยของตน ถือเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก และดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น
น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ส่วนการรับฟังความคิดเห็นผู้ปกครองของนักเรียนในศูนย์การเรียนบ้านเรียน Home School ก็เห็นว่าการจัดการศึกษามีหลายรูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของคน และจากการลงพื้นที่โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ พบว่าโรงเรียนได้เน้นเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งถึงเป็นนโยบายเร่งด่วนของ ศธ. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบถึงสภาพจิตใจของเด็กและครู พบว่าโรงเรียน ชุมชน และวัด ได้ทำงานในการดูแลเด็กอย่างเข้มแข็งในทุกๆ ด้าน
“ดิฉันมองว่าการจัดการศึกษาควรที่จะมีความหลากหลาย ตอบโจทย์บริบทของพื้นที่ ตอบโจทย์บริบทของสังคม จึงอยากจะส่งเสริมให้โรงเรียนทั่วประเทศ ออกแบบหลักสูตรการเรียนให้ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กันยายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนและศูนย์การเรียนทางเลือก (Home School) เพื่อรับฟังการจัดการศึกษาที่หลากหลาย พบว่าการศึกษาของไทยมีความแตกต่างตามบริบทพื้นที่และความต้องการของผู้เรียน โดยเฉพาะเด็กชายขอบที่ต้องการการศึกษาที่เชื่อมโยงกับอาชีพและชีวิตจริง โรงเรียนบ้านสะลวงนอกซึ่งเป็นโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม ได้นำการเกษตร โค้ดดิ้ง และดิจิทัลมาบูรณาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างทักษะอาชีพและลดการหลุดออกจากระบบการศึกษา
นอกจากนี้ การรับฟังความคิดเห็นผู้ปกครอง Home School สะท้อนว่าการศึกษาควรมีทางเลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน ขณะที่โรงเรียนวัดบวกครกเหนือให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนจากผลกระทบโควิด-19 โดยมีความร่วมมือจากโรงเรียน ชุมชน และวัดในการดูแลเด็กอย่างรอบด้าน รัฐมนตรีจึงเน้นย้ำว่าโรงเรียนควรออกแบบหลักสูตรให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และสังคม เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
ข้อสอบ
สาระสำคัญเชิงนโยบายของข่าวนี้สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การรวมศูนย์หลักสูตรระดับชาติ
ข. การจัดการศึกษาแบบมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ
ค. การจัดการศึกษาตามบริบทและความหลากหลายของผู้เรียน
ง. การเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเป็นหลัก
ข้อ 2
การบูรณาการ “การเกษตร + โค้ดดิ้ง + ดิจิทัล” ของโรงเรียนบ้านสะลวงนอก มีเป้าหมายสำคัญคือข้อใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ข. ลดต้นทุนการจัดการศึกษา
ค. เชื่อมการเรียนรู้กับอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ง. เตรียมเด็กเข้าสอบระดับประเทศ
ข้อ 3
หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ชนบท แนวทางใดสอดคล้องกับนโยบายในข่าวมากที่สุด
ก. ใช้หลักสูตรกลางโดยไม่ปรับเปลี่ยน
ข. เพิ่มชั่วโมงเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน
ค. ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาตามบริบทอาชีพชุมชน
ง. มุ่งพัฒนาผลสอบ O-NET เป็นหลัก
การให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” หลังโควิด-19 สะท้อนบทบาทใดของโรงเรียน
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้
ข. หน่วยงานควบคุมวินัย
ค. ศูนย์ดูแลพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม
ง. สถานที่เตรียมสอบแข่งขัน
ข้อ 5
จากข่าว การส่งเสริม Home School และการศึกษาทางเลือก สะท้อนหลักการใดในการจัดการศึกษา
ก. ความเสมอภาคเชิงรูปแบบ
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. เสรีภาพและความหลากหลายทางการศึกษา
ง. การประเมินผลแบบเดียวกัน
คลิกเฉลย >>>